อธิบดีกรมการค้าภายใน เร่งสอบข้าราชการขายข้อมูลแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม
วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน

“วัฒนศักย์” เผยได้รับรายงานพบข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ขายข้อมูลให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน เร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบผิดจริงจะดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด “ปลดออกและไล่ออก” ชี้ให้ความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเต็มที่

วันที่ 29 ตุลาคม 2565 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงกรณี มีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ขายข้อมูล “ทะเบียนราษฎร-การค้า” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีรายได้เข้ากระเป๋าวันละ 2 หมื่น เดือนละ 6 แสนบาท โดยนำไปสู่การจับกุมล่าสุดที่ผ่านมาว่าตนเมื่อได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมได้รายงานให้กับทางนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบ เมื่อวันศุกร์ (28 ตุลาคม 2565) ที่ผ่านมา โดยทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญและเป็นห่วงในเรื่องนี้ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว

เบื้องต้นตนได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ซึ่งมีรองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานในคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวพร้อมให้มีการรายงานข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 5 วัน ภายในวันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2565 น่าจะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าเป็นอย่างไร หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงจะดำเนินการขั้นสูงสุด

“เจ้าหน้าที่ที่ถูกจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกรมการค้าภายใน ส่วนรับผิดชอบในตำแหน่งไหนและสามารถเข้าค้นข้อมูลทะเบียนการค้าของกรมพัฒนาธุรกิจได้อย่างไรนั้น ขอเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมรวบรวมข้อมูลและพิจารณาแล้ว หากมีความชัดเจนจะมีการรายงานให้ทราบต่อไป”

อย่างไรก็ดี กรมการค้าภายในพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในการดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมด หากเป็นการดำเนินการจริงถือว่าเป็นการกระทำที่รับไม่ได้ พร้อมที่จะดำเนินการขั้นสูงสุดทั้งทางวินัย อาญาและแพ่งตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย

นายวัฒนศักย์กล่าวอีกว่า ชั้นต้นหลังจากที่รับทราบว่ามีเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ได้มีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเข้ามาในส่วนกลาง โดยให้ทำหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ยุ่งเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดและเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ หากมีข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็จะดำเนินการตรวจสอบด้วยเช่นกัน


ทั้งนี้ หากพบว่าข้าราชการดังกล่าวมีการกระทำผิดทางวินัยจริง โทษสูงสุดคือปลดออกและไล่ออก อย่างไรก็ดี กรมการค้าภายในให้ความสำคัญและเน้นย้ำพร้อมที่จะเข้มงวดกวดขันเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้และพร้อมให้ความร่วมมือและให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมหากพบว่ากระทำผิดจริงจะดำเนินการลงโทษตามกระบวนการและขั้นตอนของกฎหมายอย่างเต็มที่