ราคาน้ำมันดิบ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐวางแผนซื้อน้ำมันดิบกลับเข้าคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์
วันที่ 10 พฤษภาคม 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์และเวสต์เทกซัสปรับขึ้น หลังสหรัฐมีแผนจะซื้อคืนน้ำมันดิบกลับเข้าคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ หลังจากการขายน้ำมันดิบครั้งใหญ่ออกจากคลังในช่วงปีก่อนเพื่อชะลอราคาน้ำมันที่พุ่งสูง นอกจากนี้ รายงานจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงาน (EIA) ยังระบุว่าความต้องการใช้เชื้อเพลิงยังคงสูงขึ้นตามฤดูกาล ขณะที่อุปทานที่จากกลุ่ม OPEC+ ลดลง
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 9 พ.ค. 2566 อยู่ที่ 73.71 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.55 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 77.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.43 เหรียญสหรัฐ
อุปทานยังคงมีแนวโน้มตึงตัว หลังเหตุการณ์ไฟป่าในรัฐอัลเบอร์ตาของแคนาดา เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทางการต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และอพยพผู้คนในพื้นที่กว่า 30,000 คน ส่งผลให้การผลิตน้ำมันในเมืองกว่า 319,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.7% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของประเทศ ต้องหยุดชะงักลง โดยทางการระบุว่าอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะควบคุมเพลิงทั้งหมดในพื้นที่ได้
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 66 ปรับตัวขึ้นกว่า 3.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 0.971 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการนำเข้าน้ำมันในอินโดนีเซียมีแนวโน้มชะลอตัวลงในเดือน พ.ค. หลังผ่านพ้นช่วงที่ความต้องการใช้เชื้อเพลิงสูงสุดหลังเทศกาลรอมฎอนที่ผ่านมา ขณะที่ตัวเลขการส่งออกน้ำมันเบนซินจากจีนยังมีความไม่แน่นอน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการส่งออกน้ำมันดีเซลจากจีนในเดือน เม.ย. ปรับลดลง อย่างไรก็ดี ราคายังคงได้รับแรงกดดันหลังตลาดคาดว่าในการส่งออกครั้งถัดไป ปริมาณการส่งออกจากจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
