ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐต่ำกว่าคาด
วันที่ 14 มิถุนายน 2566 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มกว่า 2% หลังธนาคารกลางของจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นลง 0.1% สู่ระดับ 1.9% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบสิบเดือน โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อความต้องการใช้เชื้อเพลิงของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสเมื่อ 13 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 69.42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.30 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 74.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +2.45 เหรียญสหรัฐ
วานนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ (CPI) เดือน พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% YOY มาอยู่ที่ระดับ 4.0% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.1% ขณะที่ตัวเลขจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 4.9% YOY บ่งบอกว่าภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ส่งผลให้นักวิเคราะห์คาดว่าการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในค่ำวันนี้ FED มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยที่เท่าเดิมที่ระดับ 5.00-5.25%
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) เผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 มิ.ย. 66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการนำเข้าน้ำมันเบนซินของเวียดนาม ในเดือน พ.ค. ปรับลดลงกว่า 4.5% อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในภูมิภาค
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับลดน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังการส่งออกน้ำมันดีเซลจากอินเดียมีแนวโน้มลดลง จากการชะลอตัวของการผลิตและขนส่งน้ำมันเนื่องจากพายุไซโคลนที่กำลังจะพัดเข้าสู่ชายฝั่งทางตะวันตกของประเทศ
