อัพเดตความคืบหน้าแก้ปัญหาประมง คณะกรรมการ IUU แก้อะไรไปแล้ว

ประมง

“ธรรมนัส” ชี้รัฐบาลเดินหน้าปลดล็อคอุปสรรคกฎหมาย-แรงงานประมง ดึงไทยเต็งหนึ่งสินค้าประมงในเวทีโลก

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งผลักดันการฟื้นฟูภาคประมงไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยพยายามปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคในการทำการประมง ทั้งในเรื่องแรงงาน กฎหมายต่าง ๆ ที่เป็นเงื่อนไขที่ส่งผลต่อการพัฒนาความเข้มแข็งให้พี่น้องเกษตรกรชาวประมงให้สามารถทำอาชีพประมงได้อย่างยั่งยืน แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังคงไว้ซึ่งทรัพยากรทางทะเลของไทยให้มีผลผลิตได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1) ทบทวนการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ซึ่งมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติชุดเดิมจำนวน 8 ชุด เพื่อปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2) ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการ แก้ไขปัญหาการประมงทะเล เพื่อฟื้นฟูการประมงและอุตสาหกรรมการประมง (IUU-ประมง) โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 6 คณะ ประกอบด้วย

  1. คณะอนุกรรมการ ปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2560
  2. คณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับภาคการประมง
  3. คณะอนุกรรมการด้านการเจรจากับองค์กรระหว่างประเทศและต่างประเทศ
  4. คณะอนุกรรมการจัดระเบียบการประมงทะเล และการฟื้นฟูทะเลและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
  5. คณะอนุกรรมการช่วยเหลือ ชดเชย ความเสียหายในภาคประมง
  6. คณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาระบบการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

โดยมีเป้าหมายในการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการประมงไทย ให้กลับมาเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของประเทศและประชาชนอีกครั้งเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินการของคณะอนุกรรมการด้านการเจรจาฯ มีหน้าที่ไปเจรจากับทางสหภาพยุโรป หรืออียู เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการทำการประมงของไทยในภาคเศรษฐกิจในเวทีโลก

3) การดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการปรับปรุงกฎหมายลำดับรองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำการประมงและดำเนินโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างยั่งยืน

โดยให้ดำเนินการชดเชย เยียวยา ในการซื้อเรือที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาประมง IUU และยังไม่ได้ดำเนินการ ให้เร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นด้วย

“ในฐานะที่ผมกำกับดูแลกรมประมง พร้อมสนับสนุนและปรับกลไกการทำงานแก้ไขปัญหาให้ชาวประมงซึ่งมีข้อเสนอมายังรัฐบาลที่พบว่ามาตรการในการทำการประมงที่ผ่านมาเข้มงวดมาก จึงเป็นที่มาในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายลำดับรองเพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทในการทำการประมงในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับชาวประมงพื้นบ้านโดยการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการประมงทะเลและพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน

เพื่อฟื้นฟูการประมงไทยให้มีความยั่งยืน สร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวประมง ส่วนการดำเนินการอื่น ๆ ได้มีมติเห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการที่มีหน้าที่ดูแลสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าสินค้าประมงที่สำคัญของไทยให้ความสำคัญในการรักษาความยั่งยืนของธรรมชาติ เพื่อตอบโจทย์เป็นการเฉพาะ” ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว


ปัจจุบันภาคประมงไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้าประมงกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี เป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงมากเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน และจีน