พีระพันธุ์ เปิดอาคารใหม่ Net Zero Energy Building ใหญ่สุดในไทย

อาคารใหม่ Net Zero Energy Building

“พีระพันธุ์” เปิดอาคารใหม่ Net Zero Energy Building (อาคาร 70 ปี พพ.) ใหญ่ที่สุดในไทย พพ.ทุ่มงบฯ 81.6 ล้านบาท ออกแบบใต้แนวคิด “ลดพลังงาน เสริมคุณภาพชีวิต” ตั้งเป้าปี 2579 สร้างอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์มากกว่า 2,000 อาคาร

วันที่ 8 ธันวาคม 2566 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารต้นแบบสาธิตการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Energy Building (อาคาร 70 ปี พพ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน

โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เห็นความสำคัญที่จะต้องวางแผนและเริ่มการศึกษา ออกแบบ ตลอดจนก่อสร้างอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building) ซึ่งสอดคล้องกับแผนของประเทศไทยที่ได้ประกาศแผนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ถึง 25% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทำให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยได้มีการประกาศแผนการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ในแผนธุรกิจและแผนการบริหารจัดการองค์กรมากขึ้น

โดยเมื่อปี 2562 พพ.ได้เริ่มศึกษาและได้จัดสรรงบประมาณกว่า 81,600,000 บาท เพื่อสร้างอาคารต้นแบบ Net Zero Energy Building (อาคาร 70 ปี พพ.) แห่งนี้ขึ้น ซึ่งมีการออกแบบภายใต้หลักการการอนุรักษ์พลังงานเพื่อลดการใช้พลังงานในอาคารผ่านการออกแบบที่ใช้ประโยชน์จากสภาวะแวดล้อม และการใช้วัสดุอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมการใช้พลังงานทดแทนจากระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้เกิดอาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building : NZEB)

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบตามมาตรฐานอาคารเขียวภาครัฐ G-GOODs ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2562 เพื่อให้การก่อสร้างอาคารมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อีกทั้งยังเป็นโครงการที่เข้ารับการประเมินการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES-NC) ให้การรับรองโดยสถาบันอาคารเขียวไทย ระดับ Platinum และยังเป็นอาคารสำนักงาน Zero Energy Building ที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย

โดยอาคาร 70 ปี พพ. แห่งนี้ Net Zero Energy Building เป็นอาคารสำนักงานสูง 6 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 2,650 ตารางเมตร โดยมีการออกแบบตามแนวคิด “ลดพลังงาน เสริมคุณภาพชีวิต” ซึ่งมีแนวคิดการออกแบบที่สำคัญ ได้แก่ “Passive Design” ซึ่งเป็นการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และ “Active Design” ที่มีการออกแบบโครงสร้างอาคารให้มีความยั่งยืนด้านการใช้พลังงาน ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ทันสมัยเข้ามาช่วยควบคุมการใช้พลังงาน

รวมถึงอาคารแห่งนี้ได้ติดตั้งอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดการใช้พลังงานในอาคาร อาทิ การออกแบบระบบไฟฟ้าแสงสว่าง โดยใช้หลอด LED ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับความเข้มแสงและจำนวนผู้ใช้อาคาร เพื่อควบคุมการเปิด-ปิด หลอดไฟอยู่ริมหน้าต่างอัตโนมัติเมื่อแสงธรรมชาติเพียงพอ และปรับปริมาณแสงสว่างให้เพียงพอต่อการใช้งาน

อีกทั้งยังใช้ระบบปรับอากาศ ประเภท Variable Refrigerant Flow ที่ทำงานร่วมกับเครื่องตรวจจับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 Sensor เพื่อเติมอากาศบริสุทธิ์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดภาวะอยู่สบาย และยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่น PM 2.5 ที่จะช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคารได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังติดตั้งพลังงานหมุนเวียน ด้วยแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคากว่า 100 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 145,157 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี หรือคิดเป็น 92.9% ของความต้องการใช้ พร้อมแบตเตอรี่ลิเทียม-อิออนเพื่อกักเก็บพลังงานสำหรับใช้ในอาคาร ขนาด 5 กิโลวัตต์ชั่วโมง 12V จำนวน 2 ชุด รวม 10 กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2579 ประเทศไทยจะมีอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์มากกว่า 2,000 อาคาร