เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
Economic ไทย-ญี่ปุ่นขยับเกมใหม่ ‘ศุภจี’ ดัน Co-Creation ปั้นอุตสาหกรรมอนาคต 
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,300 บาท
XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
Finance XPG กำไร Q3 พุ่ง 109% ดัน 9 เดือนแตะ 250 ล้าน สินเชื่อ-KTX หนุน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
Finance ทองปรับขึ้นต่อเนื่อง ‘ทรัมป์’ พ่ายเลือกตั้ง 2 สภา-ยังไม่โจมตีอิหร่านตามคำขู่
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
Politics หุ้นไทยวันนี้ลุ้นยืนเหนือ 1,500 จุด แรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ คลาย โบรกฯ ชู AOT-CRC เด่น
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังนักลงทุนคาดสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยุติเร็วขึ้น
mai ยกเครื่องจัดหมวดหุ้นใหม่ ครอบคลุม 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 70
Finance mai ยกเครื่องจัดหมวดหุ้นใหม่ ครอบคลุม 30 หมวดธุรกิจ เริ่ม 1 มี.ค. 70
วิจัยกสิกรไทย มองขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% หนุนแข่งขันเป็นธรรม คาดค่ายญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน
Finance วิจัยกสิกรไทย มองขึ้นภาษี EV นำเข้า 35% หนุนแข่งขันเป็นธรรม คาดค่ายญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน
ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (5 พ.ย. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

พิชัย รมว.พาณิชย์ เยือน สปป.ลาว ร่วมประชุม AEC Council ครั้งที่ 24

08 ต.ค. 2567 | 08:56น.
Pichai 24th AEC Council

“พิชัย” รมว.พาณิชย์ เยือน สปป.ลาว ร่วมวง “ประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” AEC Council ครั้งที่ 24 สรุปผลงานเสาเศรษฐกิจก่อนนำเสนอในเวทีผู้นำอาเซียน 9 ต.ค. 2567 นี้

วันที่ 8 ตุลาคม 2567 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 24 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ว่า ตนได้ร่วมหารือถึงทิศทางอาเซียน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ซึ่งแม้ว่าเศรษฐกิจโลกเติบโตต่ำอยู่ที่ 3.2% จากปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบทางการค้าที่เกิดขึ้นใหม่ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น แต่เศรษฐกิจอาเซียนยังมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 4.6% ในปี 2567 ซึ่งขยายตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เห็นพ้องว่าจะต้องเสริมสร้างการรวมกลุ่มให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เน้นการค้าภายในภูมิภาค และจะต้องเร่งสรุปผลการยกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) พร้อมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ ๆ ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยที่ประชุมยังถกเข้มถึงแนวทางการผลักดันการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน ให้คืบหน้าอย่างน้อยร้อยละ 50 ในปีนี้ โดยมุ่งให้ความตกลงมีมาตรฐานที่สูง มองไปข้างหน้า และสนับสนุนการค้าข้ามพรมแดนที่ไร้รอยต่อมากขึ้น

“ผมได้ร่วมกลั่นกรองผลการดำเนินงานที่สำคัญภายใต้เสาประชาคมเศรษฐกิจในปี 2567 โดยเฉพาะการสรุปผลการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-จีน การพัฒนาตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนา SMEs ของอาเซียน และการจัดทำรายงานเพื่อเตรียมทบทวนกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมไปถึงติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของสาขาต่าง ๆ ภายใต้เสาประชาคมเศรษฐกิจ”

สำหรับเสาประชาคมเศรษฐกิจ อาทิ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล โดยเฉพาะการพัฒนาการจัดทำหมายเลขทะเบียนทางธุรกิจของนิติบุคคลในอาเซียน (UBIN) การชำระเงินข้ามพรมแดนตลอดจนประเด็นความยั่งยืน โดยเฉพาะการพัฒนาแผนงานเศรษฐกิจหมุนเวียน ความร่วมมือเศรษฐกิจภาคทะเล การลงทุนและการเกษตรยั่งยืน ความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งได้มีการรับรอง TOR สำหรับคณะทำงานอาเซียนด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อเป็นกลไกในการกำกับและกำหนดแผนงานด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน

โดยการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการมุ่งสู่ความเป็นประชาคมดิจิทัล และเศรษฐกิจอาเซียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งหารือแนวทางการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของเสาเศรษฐกิจสำหรับวิสัยทัศน์อาเซียนปี 2588

โดยเตรียมเสนอผลลัพธ์การดำเนินงานต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 44 และ 45 ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคมศกนี้

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบ และรับรองเอกสารผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจสำคัญ 5 ฉบับหลัก อาทิ (1) การลดช่องว่างการพัฒนาในอาเซียน โดยเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการยกระดับด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี (2) ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกัน เป็นต้น

โดยเน้นการเจรจาและการปรับปรุงข้อตกลงการค้าเสรีภายในและภายนอกของอาเซียน ตลอดจนเอกสารผลลัพธ์ด้านการพัฒนาภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะแนวทางในการลดการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียนให้การรับรองในวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ต่อไป