เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สมคิด” ยก 2019 หน้าเป็นปี Golden year ของการลงทุน ชี้เลือกตั้งต้องสมูท ด่าพอประมาณ อย่าเกิดจลาจลบนท้องถนน

14 พ.ย. 2561 | 11:48น.

ที่โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต) หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ Thailand 2019 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ตอนหนึ่งว่า ในปี 2019 เป็นปีที่สำคัญมากๆ เรียนด้วยความซีเรียส เพราะเป็นปีที่เราเห็นทั้งโอกาสที่อยู่หน้าประตูบ้าน ขณะเดียวกันก็เห็นความเสี่ยงที่มาจากโลก และจากไทยของเราเอง เพราะโลกขณะนี้โฟกัสอยู่ที่เอเชีย และในเอเชียในใจตนเห็นว่าประเทศที่สำคัญมากๆ คือจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกำลังหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเอเชีย ดังนั้น ในฐานะผู้บริหารเศรษฐกิจต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับสองค่ายนี้และต้องก้าวลึกไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ค่ายอื่นตามเราทัน

“ถ้าเราสามารถทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศ CLMVT ประสานทุกฝ่ายได้ ประเทศไทยจะเริ่มมีโปรไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น ประเทศจีนขณะนี้กำลังโปรโมตโครงการ Belt and Road เชื่อมโยงจากจีนไปทุกทิศทุกทางโดยรถไฟ การค้าการขายการลงทุนจะไปอยู่เส้นทางรถไฟ เส้นทางที่มีความขัดแย้งน้อยที่สุดคือเส้นทางที่มาสู่ทางใต้ ซึ่งคิดว่ามีประโยชน์กับไทยสูงที่สุด แม้จีนจะมีความขัดแย้งกับมาเลเซียเรื่อง Belt and Road แต่ภายใต้การเมืองที่อึมครึม ถ้าเราเชื่อมโยงกันได้โดย CLMVT แม้ยังไม่ผ่านมาเลเซีย แต่จะเติมเสน่ห์ให้กับไทย เมื่อเชื่อมโยงถึงชุมพร สุราษฎร์ธานี ตัดเป็นรถไฟรางคู่ที่ระนองจะเป็นการเชื่อมระหว่างอันดามันกับอ่าวไทย จีน ญี่ปุ่น สนใจแน่นอน” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไปเราต้องการบอกจีนว่ายุทธศาสตร์สำคัญของจีนต้องอาศัยการเชื่อมโยง ไม่ใช่เชื่อมโยงทีละประเทศ แต่เชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ไทยเป็นกลุ่มของ CLMVT ขอให้ใช้ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์ ปีหน้าไทยเป็นประธานอาเซียนพอดี โปรไฟล์ของไทยจะขึ้นไปสู่ระดับโลก ถ้ารู้จักคิดมุมใหม่ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของภูมิภาคแห่งนี้ โปรไฟล์จะทำให้เด่นขึ้นมาทันที อีกทั้งปีหน้าหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซป ที่มีอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย เป็นหุ้นส่วนจะเกิดขึ้น แล้วไปเข้าร่วม CPTPP ที่มีญี่ปุ่น และสหรัฐเป็นหุ้นส่วน ปีหน้าจะเป็นปีสำคัญอย่างยิ่งยวด นอกจากนี้ ได้หารือกับผู้ว่าการเกาะฮ่องกง ซึ่งเดิมทีจะไปตั้งศูนย์กลางการค้าที่เวียดนาม แต่ขอให้มาตั้งที่เมืองไทย ซึ่งฮ่องกงเอาด้วย แต่ขอให้อำนวยความสะดวกแก่เขา หลังจากเปิดศูนย์แล้วการค้าการลงทุนจากฮ่องกงก็จะหลั่งไหลผ่านมาที่ไทย

นอกจากนี้ สิ่งที่ขอจากจีนคือการสร้างกลไกเชื่อมโยงระหว่างไทยกับ 3 เมืองใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้ง สามารถพูดทีเดียวได้ 3 มณฑล ถ้าสามารถเดินได้จะเดินข้ามหลายประเทศ โดยหลักการนี้ได้รับการเห็นชอบแล้ว ซึ่งเรื่องนี้สิงคโปร์ยังตามหลังไทยหลายก้าว ประเทศไม่จำเป็นจะต้องพัฒนาสู้เขาได้ แต่ขอให้มีความคิดอ่านเดินหมากแบบนี้ เพื่อความแนบแน่นจะต้องลงลึกระดับมณฑล และมณฑลเหล่านี้จะเชื่อมโยงมาถึงรถไฟไทย-จีน

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ส่วนญี่ปุ่นไม่มียุคไหนแนบแน่นเท่ากับยุคนี้ รัฐมนตรีเมติและนักธุรกิจญี่ปุ่นมา 500 กว่าคนมาดูที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ หลังจากไปเยือนจังหวัดมิเอะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมอาหาร มีเครื่องจักรกลที่ใช้สำหรับแปรรูป เราได้ขอให้จับมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม โดยขอเครื่องมือฟรีๆ มาไว้ที่สถาบันอาหาร และจะกระจายไปที่เชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดที่เป็นหลักของอุตสาหกรรมอาหาร โดยวันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมิเอะมาเมืองไทยในช่วงบ่าย

“ล่าสุดนายหลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กับนายชินโสะ อาเบะ นายกฯญี่ปุ่น จะให้มีการร่วมลงทุนในประเทศที่สาม เพื่อพัฒนาประเทศที่สามเจริญยิ่งขึ้น เป็นหมากสำคัญของจีนกับญี่ปุ่น หลังมีสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ทำให้ญี่ปุ่นหนาวๆ คำพูดของนายกฯ อาเบะ บอกเป้าหมายสำคัญคือ Southeast Asia นายกฯ อาเบะเอ่ยชื่อ EEC ขึ้นมาเลย แปลว่าวุ้นที่เราพยายามสร้างขึ้นมา 2-3 ปี ภาพที่พยายามสร้างให้เห็นว่าไทยมีความสำคัญยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการเมืองเข้าไปอยู่ในใจผู้นำทั้งสองประเทศแล้ว ถ้าเราไม่สามารถต่อยอดก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ดังนั้น ในปี 2562 จึงเป็น Golden year ของไทยของการลงทุน เรากำลังเวลคัมคนที่มาลงทุนในประเทศไทย” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวอีกว่า ส่วนความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกมีเยอะ แต่อย่าไปกังวลมาก เราอย่าประมาท เราทำเต็มที่หรือยังในการสู้เรื่องการส่งออก เรื่องการท่องเที่ยวมีการอนุมัติฟรีวีซ่า 21 ประเทศ รวมถึงให้มี Thailand grand sale ประคองการท่องเที่ยวเอาไว้ เพราะการท่องเที่ยวไปถึงรากหญ้า ส่วนการใช้จ่ายรัฐบาลสำคัญมากในภาวะอย่างนี้ ปีหน้าโครงการลงทุนเยอะจะไม่ปล่อยให้แช่แห้ง ผลักดันให้รัฐวิสาหกิจใช้จ่ายต้องเป็นไปตามเป้าหมาย

“ความเสี่ยงข้อสำคัญ กำลังส่องมาที่ประเทศไทยคือเรื่องเลือกตั้ง ต่างประเทศไม่สนใจว่าเลือกหรือไม่เลือก แต่สนใจต่อเนื่องเชิงนโยบายหรือไม่ ไม่อยากไปลงทุนกับประเทศที่เปลี่ยนรัฐบาลแล้วเปลี่ยนนโยบาย ไม่อยากไปประเทศซึ่งมีจลาจลอยู่ท้องถนน ปีหน้าเป็นปีที่เราเป็นประธานอาเซียน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เราเป็นประธานอาเซียน มีดราม่าละครที่ยิ่งใหญ่เรามีม็อบไปปิดโรงแรม ผู้นำต่างประเทศขึ้น เฮลิคอปเตอร์หนีแทบไม่ทัน ยังจำได้หรือไม่ คราวนี้ขอเลย หนังเรื่องนี้สร้างซ้ำไม่ได้ สร้างซ้ำโอกาสไทยจะหมด การเลือกตั้งต้องเป็นเลือกตั้งที่สมูท แข่งขันกัน ด่ากันพอประมาณ ให้มันสนุกสนานไป สู้กันในเกมไม่ว่าพรรคไหน แต่คำนึงว่าเราเป็นประธานเจ้าภาพอาเซียนเป็นเปลี่ยนผ่านที่สำคัญอย่าให้อะไรเกิดขึ้นบนถนน เราเป็นลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่าให้ท่วม กทม.แล้วกัน ปี 2019 เป็นแค่หนึ่งปี ถ้าเราทำได้ดีจะไปได้ดี ถ้าทำไม่ดีโอกาสจะหาย ความเสี่ยงจะเป็นเรื่องใหญ่ของทุกคน” นายสมคิดกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

THAILAND 2019 เศรษฐกิจ