เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
Automotive วรรณภา ตั้งบรรยงค์ New Chapter ‘อมรรัชดา กรุ๊ป’
‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
Finance ‘เอกนิติ-ประธานเฟด’ ร่วมประชุม IMF เปิด 12 ต.ค. ดึงทั่วโลกจับตาไทย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Economic น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ดูทั้งหมด

ถุงพลาสติกพ่าย “รักษ์โลก” 400โรงงานดิ้นขอรัฐเยียวยา

22 ธ.ค. 2562 | 21:21น.

ถุงพลาสติกออร์เดอร์หายวับ หลัง ครม.ร่นเวลาโรดแมปให้เร็วขึ้น 2 ปี จาก 1 มกราคม 2565 เป็น 1 มกราคม 2563 ค้าปลีกขานรับเลิกแจกทันที 400 โรงงานเคว้ง 4 หมื่นคนจ่อตกงาน คาดอุตสาหกรรมกระทบพันล้าน สมาคมดิ้นปรับตัว ยื่น 3 ข้อขอรัฐเยียวยา ดีเดย์ 1 มกราคม 2564 ถึงคิวตลาดสดเลิกใช้ โรงงานเอสเอ็มอีกุมขมับ เตรียมทยอยโบกมือลา

แหล่งข่าวระดับสูงจากสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบกลไกการขับเคลื่อนการงดให้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป และถัดมาช่วงต้นเดือนธันวาคม สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าปลีก 75 ร้านค้า ซึ่งมีสาขารวมกว่า 24,500 แห่งทั่วประเทศ ประกาศงดแจกถุงพลาสติก จนถึงขณะนี้โรงงานผลิตถุงพลาสติกหลายรายไม่มีออร์เดอร์จากบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่แล้ว และมีโรงงานบางแห่งเตรียมจะปิดโรงงาน เนื่องจาก ครม.มีมติเรื่องนี้ออกมาอย่างรวดเร็ว และให้เวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน ทำให้โรงงานส่วนใหญ่ปรับตัวไม่ทัน เบื้องต้นนอกจากจะส่งผลกระทบกับโรงงานผู้ผลิตถุงพลาสติกจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็กแล้ว ยังกระทบกับแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แหล่งข่าวย้ำว่า จริง ๆ แล้วเดิมโรดแมปที่วางไว้ จะเริ่มยกเลิกการแจกถุงพลาสติกชนิดบาง (36 ไมครอน) ในปี 2565 แต่ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่นเวลาให้เร็วขึ้นอีก 2 ปี และให้รวมถุงพลาสติกขนาด 40 ไมครอน 45 ไมครอน และ 50 ไมครอน ซึ่งเป็นถุงที่มีความหนาและสามารถนำกลับมาใช้ได้หลายครั้งเข้าไปด้วย จึงทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง

สมาคมร้องรัฐเยียวยา

แหล่งข่าวกล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา สมาคมได้ยื่นหนังสือถึง รมว.ทส. ขอให้เยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว 3 เรื่อง หลัก ๆ คือ 1.ขอให้รัฐบาลเยียวยาจ่ายค่าชดเชยเครื่องเป่าถุงพลาสติกตามความเหมาะสม เพราะจะขายเครื่องจักรไปให้ใครเขาก็คงไม่มีใครซื้อ หรือจะเอาไปผลิตสินค้าอื่น ๆ ก็ไม่ได้ 2.ชดเชยวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น เม็ดพลาสติก-เม็ดสี-หมึกพิมพ์ และ 3.สำหรับกรณีการเลิกจ้าง ขอให้รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายชดเชยให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง เนื่องจากการปิดโรงงานตามกฎหมายแรงงานเต็ม 100%

ที่ผ่านมาสมาคมทำงานและประชุมร่วมกับทางการมาเป็นระยะ ๆ และเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า ผู้ประกอบการค้าปลีกจะงดให้ถุงพลาสติกชนิดบาง หรือถุงที่มีความหนาต่ำกว่า 36 ไมครอนก่อน ส่วนถุงที่หนาตั้งแต่ 40 ไมครอน 45 ไมครอน และ 50 ไมครอน ค้าปลีกจะยังมีแจกให้ลูกค้าได้ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม.มีมติให้งดแจกถุงพลาสติกทั้งหมด จึงเท่ากับเป็นการหักดิบที่ไม่เปิดช่องให้ผู้ประกอบการได้หายใจ

“ตอนนี้โรงงานหลายแห่งแม้จะไม่มีออร์เดอร์จากค้าปลีกรายใหญ่ แต่บางรายก็ยังอยู่ได้ เพราะยังมีออร์เดอร์ถุงพลาสติกจากตลาดต่างประเทศ และมีโปรดักต์หลายประเภท อย่างไรก็ตาม ตอนนี้โรงงานหลาย ๆ แห่งได้ปรับตัว ด้วยการกระโดดลงไปที่ตลาดสด ตลาดนัด ในต่างจังหวัด และเล่นเรื่องราคาเป็นหลัก เพื่อชดเชยกับตลาดค้าปลีกที่หายไป”

มกราฯ 64 ตลาดสดเลิกแจก

แหล่งข่าวจากสมาคมรายนี้ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับสเต็ปถัดไป 1 มกราคม 2564 โรดแมปการลดถุงพลาสติกจะเริ่มบังคับใช้กับตลาดสดที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการ เช่น ตลาดสดในความดูแลของ กทม. ตลาดสดในความดูแลของเทศบาล เป็นต้น ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่ของถุงพลาสติกเช่นกัน และเมื่อถึงวันนั้น คาดว่าจะมีโรงงานที่ทยอยปิดตัวอีกนับร้อยแห่ง และมีคนตกงานอีกจำนวนมาก

“ตอนนี้แม้ว่าถุงพลาสติกที่ผลิตจากพืช หรือไบโอพลาสติกอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และหลายโรงงานสามารถที่จะลงทุนเพื่อผลิตถุงไบโอพลาสติกได้ เพราะใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่เนื่องจากถุงไบโอพลาสติกมีราคาสูงกว่าถุงพลาสติกทั่ว ๆ ไป 4-5 เท่า จึงไม่ตอบโจทย์ในแง่ของต้นทุนของผู้ประกอบการค้าปลีกที่จะนำไปแจกให้ลูกค้า หรือผู้บริโภคซื้อใช้ โอกาสที่ถุงไบโอพลาสติกจะแจ้งเกิดจึงไม่ง่าย”

ขณะที่นายสมชัย เตชะพานิชกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย เปิดเผยว่า การเร่งโรดแมปให้เร็วขึ้น 2 ปี กระทบกับผู้ประกอบการโรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีที่ปรับตัวไม่ทัน เบื้องต้นคาดว่าส่งผลกระทบประมาณ 50 โรง จากที่มีโรงงานผลิตพลาสติกทั่วประเทศที่มีประมาณ 400-500 โรงงาน และอาจต้องทยอยปิดโรงงานและเลิกจ้างงาน 7,000-8,000 คน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาทต่อปี

“สมาคมไม่ได้ต่อต้านกระแสการลดขยะพลาสติก และพร้อมจะสนับสนุนนโยบายเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญ คือ รัฐบาลควรจะต้องมีการรณรงค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป การงดละเลิกทันทีทำให้มีปัญหา เพราะภาครัฐเองยังไม่มีมาตรการรองรับ” นายสมชัยย้ำ

ทส.รับทราบข้อร้องเรียน

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา นายสมชัย เตชะพานิชกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการ ทส. (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ถึงผลกระทบจากมาตรการยกเลิกการแจกถุงพลาสติกขนาดต่ำกว่า 36 ไมครอน ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งทางท่านปลัด ทส.รับทราบข้อมูลแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะมีการเชิญภาคเอกชนมาหารือร่วมกันต่อไป

ด้านนายภราดร จุลชาต ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า มาตรการตามโรดแมปการลดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการผู้ผลิตถุงพลาสติกจริง โดยกลุ่มที่ร้องเรียนระบุว่า จะสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมหลักหลายพันล้านบาท และกระทบต่อการจ้างงานประมาณ 40,000 คน และเอกชนเสนอให้ภาครัฐใช้มาตรการเพื่อสร้างความสมดุลให้ทั้งผู้ผลิตที่เป็นเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัว และให้ผู้บริโภค/ผู้ใช้ถุงต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น เคยซื้อถุง 30 สตางค์อาจจะมีต้นทุนเพิ่ม 2 บาท

“เบื้องต้นเสนอให้เอกชนสามารถใช้แม่พิมพ์ในการผลิตถุงแบบเดิมต่อไป แต่ให้ผลิตถุงที่มีคุณภาพสูงแบบ multiple use แทน single use ซึ่งผู้ประกอบการไม่ต้องลงทุนเครื่องจักร ประเด็นนี้ทางภาครัฐยอมรับ อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.มองว่า การที่รัฐจะออกมาตรการต้องให้เวลาเอกชนในการปรับตัวด้วย รายใหญ่อาจจะปรับตัวไปแล้ว แต่เอสเอ็มอีอาจปรับตัวช้า ต้องให้เวลาปรับตัว” นายภราดรกล่าว