ผู้เลี้ยงกุ้งขอชดเชย 40 บาท/กก. มาเลย์งดนำเข้าขาดทุน 300 ล้าน
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยื่นคำขาดภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ รัฐต้องแก้ปัญหามาเลย์ระงับนำเข้ากุ้งไทย ร้องขอชดเชยกิโลกรัมละ 40 บาท ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 69 ไปจนกว่าจะเจรจาเปิดด่านสำเร็จ ชี้ยืดเยื้อ 1-2 เดือนขาดทุนไม่ต่ำกว่า 300 ล้าน ด้านกรมประมงเร่งชง “สุริยะ” เซ็นตั้งบอร์ดกุ้ง ถกช่วยเหลือด่วน พร้อมส่งต่อใช้งบฯ ของกรมการค้าภายใน
จากกรณีประเทศมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย เพื่อตอบโต้ไทยเข้มงวดนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซีย ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยมีการยื่นหนังสือถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือและออกมาตรการเยียวยาผลกระทบ
โดยนายปรีชา สุขเกษม รองนายกสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย ระบุว่า การระงับนำเข้ากุ้งของมาเลเซียทำให้ราคากุ้งปรับลดลงต่อเนื่อง โดยกุ้งขนาด 30 ตัว/กก. จากเดิมราคาประมาณ 200 บาท/กก. ลดลงเหลือ 150 บาท/กก.ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ลดลง หลายรายประสบปัญหาราคาผลผลิตต่ำกว่าต้นทุน ก่อให้เกิดความเดือดร้อนในวงกว้าง ทั้งนี้ ได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 5 ข้อ ได้แก่
1.เร่งเจรจามาเลเซียให้เปิดด่านนำเข้ากุ้งขาวแวนนาไมและกุ้งกุลาดำจากประเทศไทย ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ หรือภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ 2.ขอให้รัฐเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบและควบคุมการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียในทุกช่องทาง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้า
3.พิจารณามาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยชดเชยส่วนต่างราคากุ้งในอัตรากิโลกรัมละ 40 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จนถึงวันที่มีการเปิดด่านนำเข้า ทั้งนี้ ไม่เกินรายละ 20 ตัน 4.ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งมาตรการช่วยเหลือ ส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศเพื่อดูดซับผลผลิตในช่วงวิกฤต 5.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการกรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าปลากะพงผิดกฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ยืดเยื้อ 2 เดือนเสียหาย 300 ล.
นายสถาพร พ่วงพี รองประธานชมรมกุ้ง จ.สงขลา และเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.ปัตตานี กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐ ซึ่งหากปล่อยให้สถานการณ์ลากยาวจะยิ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยกว่า 400 รายใน 4 จังหวัด หากปล่อยยืดเยื้ออีก 1-2 เดือน จะทำให้สร้างความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท และเกษตรกรรายย่อยต้องเลิกเลี้ยงกุ้งหลายราย
ปัจจุบันราคากุ้งหน้าบ่อ จากเดิมกุ้งขนาดใหญ่ 40 ตัว/กก. ราคาอยู่ที่ 150 บาท/กก. แต่วันนี้เกษตรกรต้องจำใจจับกุ้งขนาดเล็กลงที่ 60 ตัว/กก. ในราคา 120 บาท/กก. ขณะเดียวกันการรับซื้อยังชะลอตัวเนื่องจากบริษัทห้องเย็นกุ้งมีปริมาณสินค้าสะสมจนเต็มสต๊อก กระทบต่อการจับกุ้งจากเดิมที่แจ้งสามารถจับได้ในวันรุ่งขึ้น ต้องเข้าคิวรออีก 4-5 วัน เกษตรกรต้องยอมขายเพราะลดความเสี่ยงกุ้งตายหมดบ่อ
ทั้งนี้ หากภายใน 1-2 เดือนนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข บ่อกุ้งจะขาดทุนเฉลี่ย 50,000 – 100,000 บาท/บ่อ แต่หากเกิดโรคระบาดตัวขาวตัวแดง จะขาดทุนไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท/บ่อ อาจส่งผลให้เกษตรกรในเครือข่ายต้องขาดทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 200-300 ล้านบาท
กรมประมงเร่งตั้ง “บอร์ดกุ้ง”
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ “Shrimp Board” หรือบอร์ดกุ้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณารายละเอียด โดยฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแล้ว และคาดว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาลงนามในเร็ว ๆ นี้ หลังจากนั้นจะเร่งนัดประชุมคณะกรรมการทันที เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะปัญหาราคากุ้งที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้
ทั้งนี้ การตั้งคณะกรรมการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ภายใต้อำนาจของกระทรวงเกษตรฯ ไม่จำเป็นต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ เนื่องจากเป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยกันพิจารณาแนวทางดูแลเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้เดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นเร่งด่วนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด คือ มาตรการช่วยเหลือด้านราคากุ้ง ก่อนส่งต่อให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ รายละเอียดมาตรการจะต้องรอให้คณะกรรมการมีมติอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนกรณีเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ก็ต้องให้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนงบประมาณ ขณะที่กรมประมงมีบทบาทหลักในการดูแลเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกันระบายผลผลิตกุ้งในหลายพื้นที่แล้ว โดยมีการนำสินค้าไปกระจายในหลายจังหวัด รวมถึงพื้นที่ภาคเหนือ เช่น กำแพงเพชร และลำพูน รวมแล้วเกือบ 10 จังหวัด เพื่อช่วยลดแรงกดดันด้านราคาและบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในระยะเร่งด่วน
ราคากุ้งหน้าฟาร์มทรงตัว
รายงานข่าวจากสมาคมกุ้งไทยระบุว่า ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 มีแนวโน้มขยายตัว โดยข้อมูลจากกรมประมงคาดการณ์ผลผลิตกุ้งทะเลรวมอยู่ที่ 75,074.74 ตัน เพิ่มขึ้น 5.62% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีผลผลิต 71,079.48 ตัน สะท้อนว่าปริมาณกุ้งเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น แม้บางพื้นที่ยังเผชิญปัญหาด้านการผลิต
ขณะที่พื้นที่ผลิตหลักยังคงเป็นภาคใต้ตอนบน มีผลผลิต 28,689.71 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 38% ของผลผลิตทั้งประเทศ เพิ่มขึ้น 17.76% รองลงมา ได้แก่ ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอันดามัน ผลผลิต 18,083.14 ตัน สัดส่วน 24% เพิ่มขึ้น 2.34% และภาคตะวันออก ผลผลิต 15,266.03 ตัน สัดส่วน 20% แต่ลดลง 4.61% ขณะที่ภาคกลางลดลงมากที่สุด 13.58% เหลือ 6,643.73 ตัน ส่วนภาคใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทย มีผลผลิต 6,392.13 ตัน เพิ่มขึ้น 19.36%
ด้านสถานการณ์ราคากุ้งขาว วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ตลาดกุ้งสมุทรสาครมีรถเข้าซื้อขาย 72 คัน โดยราคากุ้งขนาด 38-40 ตัว/กิโลกรัม อยู่ที่ประมาณ 150 บาท/กิโลกรัม ขนาด 51-55 ตัว ราคา 130 บาท/กิโลกรัม ขนาด 71-75 ตัว ราคา 117 บาท/กิโลกรัม และขนาด 100-105 ตัว อยู่ที่ 113-115 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ ราคาแตกต่างกันตามคุณภาพและเกรดของกุ้ง
ขณะที่ราคารับซื้อกุ้งสดของผู้ประกอบการในช่วง 20-26 มิถุนายน 2569 อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยกุ้งขนาด 18 ตัว/กิโลกรัม รับซื้อ 240 บาท/กิโลกรัม ขนาด 20 ตัว ราคา 225 บาท ขนาด 30 ตัว ราคา 170 บาท ขนาด 40 ตัว ราคา 160 บาท และขนาด 55 ตัว ราคา 130 บาท
คน.ลงพื้นที่ใต้กระจายผลผลิต
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยขณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดกุ้งในพื้นที่ภาคใต้ ณ จังหวัดภูเก็ต ว่า กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์การกระจายกุ้งผ่านเครือข่ายภาคเอกชน และได้หารือร่วมกับสมาคมกุ้งไทย และพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จากจังหวัดระนอง อ่าวพังงา และภูเก็ต ถึงแนวทางการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
โดยกรมการค้าภายในได้เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการบริโภคกุ้งไทย เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและพยุงราคากุ้งเกรด A และเกรด B ภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับการเร่งเจรจากับประเทศมาเลเซียในการเปิดตลาดกุ้งไทยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขณะเดียวกันทั้งภาครัฐและเอกชนมุ่งให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทย โดยจะร่วมกันผลักดันการสร้างแบรนด์ “กุ้งไทย” (Thai Shrimp) ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และเพิ่มมูลค่าสินค้า
นายวิทยากรกล่าวว่า เพื่อเป็นการเร่งการดูดซับผลผลิตในระยะนี้ กรมการค้าภายในได้ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่งรายใหญ่ ได้แก่ Makro, Lotus’s, Tops, GO Wholesale, Big C และ Super Cheap เพื่อเพิ่มปริมาณการรับซื้อกุ้งไทยจากแหล่งผลิตภาคใต้ และกระจายจำหน่ายผ่านสาขาทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มการดูดซับผลผลิตและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอย่างเป็นรูปธรรม
“สุริยะ” เร่งเจรจามาเลเซีย
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ทำหนังสือประสานไปยังมาเลเซียแล้ว และอยู่ระหว่างรอหนังสือตอบกลับ เพื่อกำหนดแนวทางการหารือร่วมกัน โดยยืนยันว่าประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ ต้องเร่งเจรจากับมาเลเซียให้สำเร็จ เพื่อให้ไทยสามารถส่งออกกุ้งได้ตามปกติ
สำหรับข้อเสนอตั้ง “บอร์ดกุ้ง” อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยต้องขอดูรายละเอียดและกระบวนการอีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันในส่วนของมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจับกุ้งขึ้นมาแล้วไม่สามารถส่งขายได้ตามปกติ ยอมรับว่ามีเกษตรกรบางส่วนได้รับความเดือดร้อน แต่บางส่วนยังสามารถระบายผลผลิตได้อยู่
นายสุริยะกล่าวว่า การช่วยเหลือด้านตลาดและการดูดซับผลผลิตจำเป็นต้องหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์อย่างจริงจัง เนื่องจากมาตรการด้านการค้าและการระบายผลผลิตเป็นบทบาทสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะต้องเป็นหน่วยงานนำในการพิจารณาแนวทางสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบในระยะสั้น
“ประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้คือ ต้องรีบพยายามเจรจากับมาเลเซียให้สำเร็จ เพราะจะทำให้เราสามารถส่งกุ้งออกไปได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและการผลิตในอนาคต” นายสุริยะกล่าว