หอการค้า-อาหารแช่แข็ง รับซื้อกุ้งใต้กว่า 100 ตัน/วัน พยุงราคาหลังมาเลเซียระงับนำเข้า
กุ้งไทย
หอการค้าไทยจับมือสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เดินหน้ารับซื้อกุ้งจากเกษตรกรภาคใต้โดยตรงเบื้องต้นมากกว่า 100 ตันต่อวัน หลังมาเลเซียระงับนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ กระทบเกษตรกร-ผู้ประกอบการ-ห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลทั้งระบบ ตั้งศูนย์ AFC เป็นกลไกกลางประสานรัฐ-เอกชน-เกษตรกร ดูดซับผลผลิต ลดแรงกดดันราคาหน้าฟาร์ม ภายใต้โครงการตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูลกุ้ง
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เดินหน้าประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากกรณีประเทศมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรภาคใต้ ผู้ประกอบการ และห่วงโซ่อุตสาหกรรมกุ้งทะเลของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้ขับเคลื่อนผ่าน “ศูนย์ประสานงานและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรและอาหาร” หรือ AFC หอการค้าไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร เพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
และมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา เร่งระบายผลผลิต และรักษาความเชื่อมั่นของตลาดทั้งในและต่างประเทศ หลังผลผลิตกุ้งบางส่วนไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดมาเลเซียได้ตามแผน และเริ่มเกิดภาวะชะลอการรับซื้อในบางพื้นที่
นอกจากนี้ เป้าหมายสำคัญคือการลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยในระยะยาว
ดร.พจน์กล่าวว่า สถานการณ์การระงับการนำเข้ากุ้งทะเลจากภาคใต้ของมาเลเซียสร้างความกังวลต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรหลายพื้นที่ เนื่องจากมาเลเซียเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของกุ้งไทย โดยเฉพาะกุ้งทะเลที่มีการส่งออกต่อเนื่อง
การระงับนำเข้าดังกล่าวทำให้ผลผลิตกุ้งบางส่วนไม่สามารถส่งออกได้ตามแผน เกิดภาวะชะลอการรับซื้อในบางพื้นที่ และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อระดับราคากุ้งหน้าฟาร์ม หากไม่มีมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที
นอกจากผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยตรงแล้ว สถานการณ์ดังกล่าวยังอาจส่งผลต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งโรงเพาะฟักลูกกุ้ง โรงงานอาหารสัตว์น้ำ ผู้รวบรวมผลผลิต ห้องเย็น โรงงานแปรรูป และผู้ส่งออก ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้ภาคการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ
เพื่อบรรเทาผลกระทบ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย พร้อมช่วยซื้อกุ้งเบื้องต้นจากเกษตรกรโดยตรงมากกว่า 100 ตันต่อวัน ภายใต้โครงการตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูลกุ้ง
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ศูนย์ AFC ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สมาคมการค้า และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ดร.พจน์กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และภาคเอกชนในครั้งนี้ สะท้อนพลังของการบูรณาการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในช่วงที่เผชิญความท้าทาย
พร้อมกันนี้ยังเป็นการรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกอาหารทะเลคุณภาพของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ด้านนายอนุชา เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สมาคมได้ประชุมหารือร่วมกับสมาชิกห้องเย็นผู้ผลิตและแปรรูปส่งออกสินค้ากุ้ง เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว
ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่า ในระยะสั้นจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการดูดซับผลผลิตกุ้งที่ไม่สามารถส่งออกไปยังมาเลเซียได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกห้องเย็นผู้ผลิตและแปรรูปส่งออกสินค้ากุ้งทั่วประเทศ
แนวทางดังกล่าวจะช่วยรับซื้อและบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินเข้าสู่ระบบการผลิตและแปรรูป ลดแรงกดดันด้านราคา และป้องกันไม่ให้ผลกระทบลุกลามไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่อื่น
นายชูพงษ์ ลือสุขประเสริฐ เลขาธิการสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การช่วยเหลือจะดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์การซื้อขายตามมาตรฐานปกติของโรงงานผู้ผลิตและแปรรูปส่งออก โดยฟาร์มผู้เลี้ยงกุ้งที่ประสงค์จะจำหน่ายกุ้งเข้าสู่ห้องเย็น จะต้องเข้าร่วมโครงการ “ตรวจยาปฏิชีวนะก่อนประมูลกุ้ง”
โครงการดังกล่าวเป็นแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยทางอาหาร และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล
นายชูพงษ์กล่าวว่า การตรวจสอบสารตกค้างก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมกุ้งไทย เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำเข้าและผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะเดียวกันยังช่วยรักษาภาพลักษณ์ของกุ้งไทยในฐานะสินค้าประมงคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการรักษาตลาดส่งออกในระยะยาว