เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

หอการค้าฯ ถก “วราวุธ” เร่งแก้กฎระเบียบ-กันสินค้าทุ่มตลาด

13 มิ.ย. 2569 | 16:07น.

หอการค้าไทยเข้าพบ “วราวุธ” รมว.อุตสาหกรรม ถกโจทย์ยกระดับอุตสาหกรรมไทย รับมือ Geopolitics-Digital Disruption เสนอ 7 ด้านหลัก ปลดล็อกกฎระเบียบ หนุนเทคโนโลยี-นวัตกรรม-หุ่นยนต์ AI ดันพลังงานสะอาด ปกป้องสินค้าไทยจากสินค้าทุ่มตลาด-ด้อยมาตรฐาน พร้อมขอนิยาม SMEs ให้ชัด เชื่อมฐานข้อมูลช่วยเหลือให้ตรงจุด

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าพบนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดผลการหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ในประเด็นข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย 10 ด้าน การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค 5 ภาค

หอการค้าไทยได้นำเสนอข้อเสนอ 7 ด้านหลัก เพื่อเร่งฟื้นฟูและยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ ประกอบด้วย 1. ปลดล็อกกฎระเบียบและยกระดับ Ease of Doing Business 2. ส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมอัจฉริยะ 3. ผลักดันพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว 4. ปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากสินค้าทุ่มตลาดและสินค้าด้อยมาตรฐาน 5. พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย 6. ดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไทย และ 7. ดูแลผลกระทบเฉพาะอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

นายวราวุธกล่าวต้อนรับคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมฉายภาพนโยบายหลักของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรองรับความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitics และการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล หรือ Digital Disruption ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเป็นทางรอดของอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป

ด้าน ดร.พจน์ พร้อมคณะกรรมการหอการค้าไทย ได้นำเสนอประเด็นสำคัญเพื่อสร้างโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมไทย และยกระดับ SMEs ไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะการแก้โจทย์นิยาม SMEs และฐานข้อมูลที่ยังไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

หอการค้าไทยระบุว่า การขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยในปัจจุบัน ยังเผชิญข้อจำกัดจากการขาดนิยาม SMEs ที่ชัดเจนในการสนับสนุน รวมถึงฐานข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเงิน โดยไม่มีการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ

ปัญหาดังกล่าวทำให้ข้อมูลบางส่วนซ้ำซ้อน ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจ ส่งผลให้ภาครัฐขาดประสิทธิภาพในการกำหนดนโยบายและมาตรการช่วยเหลือ รวมถึงการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพราะไม่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมาย ความต้องการที่แท้จริง และระดับศักยภาพของ SMEs ได้อย่างแม่นยำ

ด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หอการค้าไทยเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มบทบาทการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ แต่ยังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ตามประเภทอุตสาหกรรมที่กำหนดไว้ เพื่อขยายโอกาสและยกระดับการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

สำหรับการส่งเสริมพลังงานชีวมวลและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทยเสนอให้ส่งเสริมการนำใบอ้อยและกากอ้อย ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 10 ล้านตัน มาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล แนวทางนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาการเผา ซึ่งเป็นต้นเหตุของมลภาวะฝุ่นละอองทางอากาศแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง

ขณะเดียวกัน เสนอให้ภาครัฐกำหนดบทบาทของหน่วยงานในพื้นที่ให้ชัดเจน และเข้มงวดในการกำกับดูแลโรงงานที่เกี่ยวข้องกับของเสียและวัตถุอันตราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

ในด้านการเพิ่ม Productivity หอการค้าไทยเสนอให้เร่งยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคบริการ ผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีของแรงงานไทย พร้อมขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานกระทรวงการคลัง พิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายนักศึกษาระบบทวิภาคีและ CWIE ในรูปแบบ Co-payment เพื่อลดภาระผู้ประกอบการและเร่งสร้างกำลังคนคุณภาพสูง

นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังเสนอให้ทบทวนร่างพระราชบัญญัติโรงงานในประเด็นที่อาจเพิ่มภาระต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้กฎระเบียบเอื้อต่อการลงทุนและการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น

ด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ หอการค้าไทยเสนอให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม รวมถึงผลักดันโครงการ Thailand Humanoid Initiative 2030 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานหุ่นยนต์และ AI

ส่วนปัญหาการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม หอการค้าไทยเสนอให้เร่งยกระดับมาตรฐานเม็ดพลาสติก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสินค้านำเข้า เพื่อป้องกันสินค้าทุ่มตลาดและสินค้าด้อยมาตรฐานที่กระทบต่อผู้ประกอบการไทย

การหารือครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หอการค้า