แสนสิริ-จุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ Net Zero ด้วยขยะก่อสร้าง
แสนสิริจับมือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ Waste to Worth ดึงนิสิตออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากขยะไซต์ก่อสร้างจริง มุ่งสร้าง Green Designer รุ่นใหม่ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของแสนสิริภายในปี 2050
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านความยั่งยืนของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ผ่านความร่วมมือครั้งสำคัญกับภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความร่วมมือครั้งนี้ แสนสิริได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา INDUSTRIAL DESIGN STUDIO
โดยเปลี่ยนพื้นที่ไซต์ก่อสร้างให้กลายเป็นห้องแล็บทางความคิด เชื่อมโยงนิสิตเข้ากับปัญหาขยะก่อสร้างที่เกิดขึ้นจริง เพื่อผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ให้จับต้องได้และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของแสนสิริ ภายในปี 2050

ภายใต้โครงการ “WASTE TO WORTH” ในปีนี้แสนสิริมุ่งยกระดับการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่ประสบการณ์จริง ผ่านการร่วมออกแบบหลักสูตรและจัด Exclusive Class โดยมีผู้บริหารจากแสนสิริ พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ชั้นนำระดับประเทศและระดับโลก
อาทิ จงกล พลาฤทธิ์ Fashion Director, VOGUE Thailand, พิเดช ชวาลดิฐ Executive Vice President SB Furniture, ดุลยพล ศรีจันทร์ Founder & Managing Director PDM Brand และ วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ NORSE Republics มาร่วมแชร์ประสบการณ์ตั้งแต่วิธีคิด (Design Thinking) ไปจนถึงการสร้างตัวตนในฐานะนักออกแบบมืออาชีพ ที่มีทั้งมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพที่ตลาดต้องการ
ไฮไลต์ที่ปลุกพลังความสร้างสรรค์ของนิสิตได้มากที่สุด คือการลงพื้นที่สำรวจ ไซต์ก่อสร้างจริงของแสนสิริเพื่อเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ก่อนจะนำวัสดุที่ถูกมองข้ามอย่าง กรอบอะลูมิเนียม ไม้พาเลท และเศษผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดผ่านการประกวด “Waste Contest”
ภายใต้ธีม “THE AESTHETIC FROM WASTE” แสนสิริมุ่งหวังในการจุดประกายให้นิสิตออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม และเห็น ‘คุณค่า’ ในสิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็น ‘ขยะ’ และพิสูจน์ว่างานดีไซน์ที่ดีสามารถเปลี่ยนโลกได้ โดย ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอย่างเข้มข้นจะถูกพัฒนาเป็นชิ้นงานต้นแบบ (Prototype) เพื่อชิงเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาท โดยผลงานระดับ Top 10 จะถูกนำไปผลิตจริงผ่านกระบวนการ Upcycling และจัดแสดงในนิทรรศการ Waste to WORTH Exhibition เพื่อโชว์พลังไอเดียของคนรุ่นใหม่ให้เป็นที่ประจักษ์ในวงกว้าง

ด้านคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการศึกษาด้านการออกแบบ โดยเฉพาะในสาขา วิชาการออกแบบอุตสาหกรรม ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนเข้ากับโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนานิสิตสู่การเป็น “Green Designer” ที่มีทักษะและแนวคิดตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่ โดยคณะฯ ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตรเชิงรุก
เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่กระบวนการคิด การออกแบบ การพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ ไปจนถึงการต่อยอดสู่กระบวนการผลิตจริงร่วมกับแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งจะช่วยให้นิสิตได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง พร้อมสร้างผลงานและ Portfolio ระดับมืออาชีพ ตลอดจนเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริง และรับมือกับความท้าทายในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การต่อยอดแนวคิดในครั้งนี้ เริ่มต้นจากความสำเร็จของโครงการ WASTE TO WORTH – 1 โปรเจค 1 ผลิตภัณฑ์ ในปี 2568 ที่แสนสิริร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปลี่ยนเศษวัสดุจากไซต์ก่อสร้างให้กลายเป็นของใช้และเฟอร์นิเจอร์ที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน
โดยแสนสิริได้ยกระดับแนวคิดการจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง จากการสร้างความตระหนักด้านการคัดแยกขยะภายในองค์กร สู่การส่งต่อคุณค่าให้ชุมชน และต่อยอดสู่การเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุเหลือใช้ สะท้อนบทบาทของแสนสิริในฐานะมากกว่าผู้พัฒนาที่อยู่อาศัย แต่คือผู้ร่วมขับเคลื่อนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่นักออกแบบและสถาปนิกรุ่นใหม่ได้ลงมือทำเพื่อโลกตั้งแต่วันนี้