ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
สัมภาษณ์พิเศษ
ในวันที่โลกการลงทุนมีแต่ความผันผวน นักลงทุนส่วนหนึ่งอาจจะแฮปปี้กับหุ้นเทคโนโลยี ตื่นเต้นกับ “SpaceX” ไปพร้อม ๆ กับกังวล “ฟองสบู่ AI” ขณะเดียวกันยังหัวหมุนกับความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนคุยกับ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” นักลงทุนเน้นคุณค่า (VI) ถึงมุมมองการลงทุนท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้
หุ้น AI โตเร็ว-ผันผวนมาก
“ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ตลาดการลงทุนช่วงนี้ เป็นตลาดที่ทั้งเหตุการณ์ ทั้งกระแสการลงทุน เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ปัจจัยทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็เปลี่ยนทุกวัน สถานการณ์พลิกไป-พลิกมาตลอด ส่วนทางด้านเทคโนโลยีไฮเทค โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ก็เปลี่ยนเร็วมาก และจะกระทบกับกิจกรรมของมนุษย์มากขึ้นในอนาคต
“ตอนนี้หุ้นที่เปลี่ยนแปลงมาก ๆ จริง ๆ แล้ว มีอยู่กลุ่มเดียว คือ กลุ่ม AI กลุ่มไฮเทค ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โดยหลัง ๆ มานี้ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่พัฒนาแล้ว ตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ มั่นคงแล้ว เขาก็เล่นกันเฉพาะกลุ่มไฮเทค ส่วนหุ้นธรรมดา หรือพวก Old Economy เขาเลิกเล่นกันไปแล้ว”
อย่างไรก็ดี ประเทศที่ไม่มีหุ้น AI ก็พยายามมีสตอรี่ที่อิงกับ AI หรือพูดถึงซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นแพตเทิร์นอย่างนี้หมด แต่มองว่ามันเป็นภาพลวงตา อาจจะดูเหมือนกับว่าหุ้นตอนนี้คึกคักมาก แล้วก็ผันผวนรุนแรง แต่สำหรับตนเอง ไม่ได้เล่น ไม่ได้อยากลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ และสิ่งที่ทำได้ ก็ง่ายนิดเดียวคือ อยู่เฉย ๆ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ตนเองอาจจะพูดถึงการเข้าไปลงทุนหุ้นต่างประเทศ หุ้นเทคโนโลยี ที่นอกเหนือจากเวียดนาม แต่เป็นการมองภาพในระยะยาว เนื่องจากดูแล้วโลกมีการเปลี่ยนแปลงสูง อนาคตก็คงหนีไม่พ้น หรือหลีกเลี่ยงความไฮเทคไม่ได้
“ในอดีตเราหลีกเลี่ยงได้ เพราะพวกไฮเทค มันไม่ได้โตเร็วขนาดนี้ ไม่ได้สำคัญขนาดนี้ แต่ตอนนี้มันเปลี่ยน แต่ว่านาทีนี้ เรายังไม่รู้ คือเราก็รู้นะว่าพวกไฮเทคนี่จะสำคัญมากในอนาคต แต่สิ่งที่เราไม่เข้าใจ ก็คือ ราคา ถ้าราคามันแพงเกินไป แล้วถ้าเราเป็น VI แบบ Conservative หรือพูดง่าย ๆ คือ เราลงทุนแล้วไม่ต้องการขาดทุน เราก็จะไม่เอา ถ้าราคามันเหนือจินตนาการมากไป เราคิดไม่ถึงว่ามันจะมากขนาดนี้ได้เหรอ เราก็รอ รอให้เกิดวิกฤต ซึ่งก็อาจจะไม่เกิด แต่ก็ต้องรอไป เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มันกำลังโตเร็วมาก”
รอฟองสบู่ AI แตกค่อยลงทุน
“กูรู VI” กล่าวว่า สิ่งที่รอคือ รอฟองสบู่ AI แตก หุ้นไฮเทคเกิดวิกฤต แล้วราคาหุ้นลงมาครึ่งหนึ่ง หรืออาจจะไม่ถึงครึ่ง เราอาจจะต้องดูไปเรื่อย ๆ อาจจะลงมา 20% หรือ 30% ก็เริ่มคิดว่าจะเอาไหม แต่ไม่ใช่ราคาตอนนี้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่า จะตัดสินใจลงหุ้นทั่วไป ที่ราคาเหมาะสม ราคาถูกลงมาจนน่าเข้าไปซื้อเก็บไว้ก่อนหรือไม่ เพื่อไม่ให้เสียโอกาส
“พอบอกว่าไม่ใช่ราคานี้ เราก็มีหน้าที่รอ ในขณะที่กลุ่มที่เราถนัด กลุ่มที่เราสบายใจที่จะลงทุนเนี่ย มันคือ กลุ่มที่อาจจะเรียกว่า Old Economy แต่จริง ๆ ก็ไม่ได้เก่าขนาดนั้น บางอันมันก็เป็นเทคโนโลยีปัจจุบัน เป็นสินค้าปัจจุบัน ซึ่งเรามีลงอยู่แล้ว แล้วถ้าเราจะไปลงเพิ่ม ก็ต้องไปเลือกดูว่า ราคาลดลงไหม ค่า PE ลดลงไหม ถ้ามันถูกลงจนน่าสนใจ เราก็อาจจะพิจารณาลงทุน เพราะถ้าต้องรอฟองสบู่แตก ถ้ามันนานมาก เราถือแต่เงินสดไว้เยอะ ๆ ก็เสียโอกาส”

สนใจลงทุนหุ้นไทยกินเงินปันผล
“ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ตอนนี้หุ้นไทยหลายตัวราคาลงมาเยอะมาก แถมเงินปันผลก็ดีมาก ดังนั้นก็เป็นไปได้ที่จะเข้าลงทุนไปในช่วง 2-3 ปีนี้ ซึ่งการลงในตลาดหุ้นไทย เพราะเป็นตลาดที่รู้จัก เข้าใจ และเห็นแล้วว่าราคาหุ้นถูกลงมามาก โดยหุ้นเวียดนามลักษณะนี้ก็อาจจะมี แต่อาจจะไม่ค่อยเข้าใจเท่ากับหุ้นไทย
“เราก็ดูว่า หุ้นตัวนี้ราคาตอนนี้ ปันผลมันดีกว่าหุ้นกู้อีก อย่างพวกสถาบันการเงิน ซึ่งคุณรับดอกเบี้ยจากเขา ซื้อหุ้นกู้เขา มันต่ำกว่าเยอะเลย มันเป็นการบอกว่าตอนนี้หุ้นพวกนี้ไม่แพง แล้วก็โอกาสพลาดน้อย คือก็คงไม่ได้ทุกตัวหรอก แต่ว่าอย่างแบงก์ที่มั่นคง มันก็ยังพอไปได้ เราจะเทียบกับอะไรล่ะ ก็เทียบว่าถ้าเราไปฝาก ทำไมเราไม่เปลี่ยนเป็นไปลงทุนในหุ้น แล้วรับเป็นเงินปันผลแทน แบบนี้คุ้มกว่า ความเสี่ยงก็ไม่ต่างกันมาก เพราะถ้าเขาเจ๊ง ทุกอย่างมันก็เจ๊งหมด หุ้นกู้ก็เจ๊ง”
ระยะยาวต้องมีทองคำในพอร์ต
ส่วนทองคำที่ผันผวนไม่แพ้กันนั้น “ดร.นิเวศน์” กล่าวว่า ที่ตนเคยบอกว่าสนใจจะลงทุนทองคำ จากเดิมที่ไม่ลงทุนเลยนั้น ไม่ใช่เป็นการแบ่งพอร์ตมาลงทุน แต่จะเข้าไปลงทุนเมื่อราคาปรับลงมาปกติ ไม่มีเรื่องการเก็งกำไรอยู่มาก ซึ่งในระยะยาวตนอยากมีทองคำอยู่ในพอร์ตบ้างเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักประกันว่า กรณีเลวร้ายที่สุด ก็จะยังเหลือเงินก้อนหนึ่งจากทองคำที่สามารถนำมาใช้ได้
“ถ้ามีแต่หุ้น แล้ววันหนึ่งทุกอย่างแย่ลง พวกนี้อาจจะสูญค่า เราก็แบ่งไปลงทองสัก 2-3% หรือไม่เกิน 5% ก็พออยู่ได้แล้ว เพราะต่อให้เลวร้ายที่สุด ทองมันก็คงไม่ลงมามากจนกระทั่งไม่มีค่าเลย”
แจงเหตุผลไม่สนใจ “SpaceX”
เมื่อถามว่า สนใจลงทุน “SpaceX” หรือไม่ “เซียน VI” กล่าวว่า ไม่สนใจ เพราะไม่รู้ว่าธุรกิจจะเป็นอย่างไร ทำกำไรแค่ไหน ความเสี่ยงเป็นอย่างไร ซึ่งมองว่านี่เป็น “Story Stock”
“นาทีนี้ เป็นนาทีที่ทุกคน Greedy เราจะต้อง Fearful คือทุกคนโลภมากนี่ เราจะต้องกลัว แล้วเมื่อไหร่ที่ทุกคนกลัวมาก เราถึงจะพยายามโลภ ซึ่งตอนนี้มันมีแต่ความโลภ ต้องคิดว่าอย่างนี้ แย่งกันซื้อ SpaceX เพราะโดยปกติหุ้น IPO มันเป็นอะไร ซึ่งเก็งกำไรจัดอยู่แล้ว จริง ๆ เรามีโอกาสผิด แต่ไม่เป็นไร ถ้าเราไม่ได้ เราก็ไม่ได้เสียหายอะไร รวยน้อยลงมาหน่อยก็ช่างหัวมัน คือผมคิดอย่างนี้ และนี่เป็นวิธีที่เราทำมาโดยตลอด” กูรู VI กล่าว