เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘สุขภาพ-การเงิน-ภาษี-มรดก’ คู่รัก LGBTQ+ ต้องวางแผน

14 มิ.ย. 2569 | 15:41น.

Pride Month คือช่วงเวลาที่ LGBTQ+ ทั่วโลก ได้เฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ การยอมรับตัวตน และสิทธิในการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียม

ขณะที่ประเทศไทย เดือนนี้ปีนี้มีความหมายมากกว่านั้น เพราะเป็นช่วงเวลาหลังบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมครบ 1 ปี เป็นหมุดหมายสำคัญในฐานะประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากเรื่องกฎหมายแล้ว สิ่งที่หลายคู่เริ่มให้ความสำคัญต่อจากนี้ อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของสถานะความสัมพันธ์ แต่คือการวางแผนอนาคตร่วมกัน ล้วนเป็นองค์ประกอบของไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตคู่ของคนยุคใหม่

แรบบิท ประกันชีวิต ที่ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิด “คิดแตกต่าง เพื่อยกระดับชีวิต ด้วยประกันชีวิตที่ตอบโจทย์และเข้าใจง่าย” ได้เปิดรายละเอียด 4 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

1.“สุขภาพ” เมื่อเริ่มต้นสร้างชีวิตคู่ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ส่งผลต่อทั้งคู่ โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น (Medical Inflation) เฉลี่ยร้อยละ 8-10% ซึ่งปี 2569 สูงขึ้นถึงร้อยละ 10.8 และหลายโรคเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว กฎหมายสมรสเท่าเทียมถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้คู่รัก LGBTQ+ เข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพและการตัดสินใจทางการแพทย์ ในฐานะคู่สมรสได้ ทั้งการดูแลช่วงเข้ารับการรักษา สิทธิด้านสวัสดิการที่สะท้อนว่า “สุขภาพไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียวอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของชีวิตคู่” การเตรียมเงินสำรองร่วมกันจะช่วยให้คู่รักรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ และช่วยลดความกังวลในวันที่ชีวิตไม่เป็นไปตามแผน

“มรดก” และทรัพย์สินร่วม คือเรื่องที่ควรคุยกันตั้งแต่ต้น หลายคู่เริ่มวางแผนชีวิต เช่น การซื้อบ้าน ผ่อนคอนโดฯ ลงทุน หรือสร้างธุรกิจร่วมกัน เรื่องทรัพย์สินจึงเป็นอีกเรื่องสำคัญ หลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ มีสิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วมกันได้ ทั้งสินสมรส การถือครองทรัพย์สิน หรือสิทธิในการรับมรดก ซึ่งช่วยให้การวางแผนอนาคตมีความชัดเจนมากขึ้น การพูดคุยเรื่องทรัพย์สินตั้งแต่ต้นไม่ใช่เรื่องของความไม่ไว้ใจ แต่คือการสร้างความเข้าใจร่วมกัน เพื่อลดความเสี่ยงหรือความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

“ภาษี” เป็นนิยามหนึ่งของการใช้ชีวิตคู่ หลังใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม คู่รัก LGBTQ+ สามารถวางแผนชีวิตร่วมกัน ภายใต้กรอบ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มาตรา 67 กำหนดให้กฎหมายที่อ้างถึง “สามี” และ “ภรรยา” ให้หมายความรวมถึง “คู่สมรส” ด้วยเช่นกัน ส่งผลต่อสิทธิและหน้าที่หลายด้าน รวมถึงประเด็นการบริหารจัดการด้านภาษี แม้แนวปฏิบัติบางกรณียังต้องติดตามความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การทำความเข้าใจเรื่องภาษีและการวางแผนการเงินร่วมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การบริหารรายรับรายจ่าย วางแผนเป้าหมายทางการเงิน และสร้างความมั่นคงสำหรับอนาคตร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“การวางแผนครอบครัว-อนาคตร่วมกัน” – การเปลี่ยนแปลงหลังสมรสเท่าเทียม คือการเปิดโอกาสให้คู่รัก LGBTQ+ วางแผนร่วมกันได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องสิทธิในการรับบุตรบุญธรรม การดูแลครอบครัว หรือการวางแผนชีวิตระยะยาว ในฐานะ “คู่สมรส” ตามกฎหมาย หลายคู่จึงหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเงินออม การศึกษาบุตร ค่าใช้จ่ายในครอบครัว หรือการเตรียมความพร้อม หากวันหนึ่งต้องดูแลคนในครอบครัวร่วมกัน เพราะความรักเติบโตไปสู่การสร้างครอบครัวได้อย่างเท่าเทียม การเตรียมความพร้อมเพื่ออนาคตก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่คู่รักยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม

หนึ่งปีหลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ Pride Month อาจไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของการยอมรับความหลากหลายทางเพศอีกต่อไป แต่กลับสะท้อนถึง “ก้าวต่อไปของคู่รัก LGBTQ+” มากกว่า

ทั้งด้านสุขภาพ การเงิน ทรัพย์สิน และอนาคตของครอบครัว เมื่อสิทธิในการรักได้รับการรับรองแล้ว การสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตคู่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ที่ทั้งคู่ควรได้รับการวางแผนด้วยความเข้าใจในความหลากหลายของความสัมพันธ์

เพราะไลฟ์สไตล์ ในฐานะ “Life Partner” สามารถออกแบบอนาคตได้ในแบบฉบับของตัวคุณเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Pride Month