เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เชอรีกรุ๊ป ทุ่มงบลงทุนเพิ่ม เล็งผุดโรงงานอีกแห่งรับดีมานด์รถEVพุ่ง

27 มิ.ย. 2569 | 07:35น.

CHERY Group ปลื้ม ผู้บริโภคไทยตอบรับรถ NEV แย้มเล็งระดมเงิน เตรียมลงทุนเพิ่ม ส่งแบรนด์ในเครือเสริมทัพ 2-3 แบรนด์ หวังขยายกำลังผลิต เล็งขึ้นโรงงานแห่งที่สองเพื่อรับความต้องการลูกค้าไทย ด้านรถยนต์เชอรีลั่นปลายปีนี้ส่งอีวีรุ่นใหม่ลุยตลาดอีก 1 รุ่น คาดยอดขายกระฉูด ชี้มีลุ้นขึ้นไลน์ผลิตรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ในปีหน้าอีก

นายจิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์เชอรี ประเทศไทย (CHERY Thailand) เปิดเผยว่า ขณะนี้เชอรี กรุ๊ป (CHERY Group) อยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมความพร้อมเพื่อขยายกำลังการผลิตรถยนต์ในส่วนของโรงงานเชอรี กรุ๊ป ที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรถยนต์ จากปัจจุบันที่เริ่มผลิตรถยนต์ให้กับแบรนด์ในเครือที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ เชอรี (CHERY), โอโมด้า แอนด์ เจคู (OMODA & JAECOO) และเลพาส (LEPAS)

และคาดว่าบริษัทต้องเตรียมเงินลงทุนเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเพิ่มกำลังผลิตตรงนี้ ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นการเพิ่มการผลิต เพื่อรองรับความต้องการ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตรวม 5,000 คันต่อเดือน จะเพิ่มเป็น 9,000 คันต่อเดือน

ก่อนหน้านี้ เชอรี กรุ๊ป ได้ลงทุนมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท เพื่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ จ.ระยอง ภายใต้แนวคิด “The Future Starts Here” มีเป้าหมายผลิตรถยนต์ 80,000 คัน ภายใน 5 ปี (2569-2573) ให้กับรถยนต์ 3 แบรนด์ และหวังว่าเชอรี กรุ๊ปจะไปสู่เป้าหมายตามที่บริษัทแม่ได้ประกาศไว้ได้เร็วขึ้น

“ตอนนี้ในส่วนของเงินลงทุนเรายังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ แต่เป็นการลงทุนเพิ่มจากเฟสแรกเพื่อรับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเรากำลังการหารือกับแบรนด์อื่น ๆ ในเครือ”

ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มประกอบรถยนต์พลังงานใหม่ NEV โดยในส่วนของเชอรีนั้นได้เริ่มประกอบรถยนต์ไฟฟ้า CHERY V23 และในไตรมาส 4 ของปี 2569 นั้นจะเริ่มประกอบรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก CHERY Q ออกสู่ตลาดประเทศไทยด้วย

และตามแผนธุรกิจในช่วงปลายปีนี้เชอรียังมีแผนจะส่งรถยนต์ไฟฟ้าออกสู่ตลาดอีก 1 รุ่น พร้อมทั้งมีแผนจะขยายเพิ่มโรงงานประกอบในประเทศไทยด้วย

และจากนั้นในปี 2570 เชอรีมีแผนอาจจะประกอบรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) ที่โรงงานประเทศไทย หากเป็นไปได้ เนื่องจากศักยภาพของโรงงานสามารถปรับเพื่อรองรับการประกอบรถยนต์ได้หลากหลายรูปแบบ หลากหลายพลังงาน บวกกับแผนธุรกิจปีหน้าบริษัทจะหันมามุ่งเน้นการทำตลาดรถยนต์ประเภทนี้อย่างจริงจัง จากปัจจุบันที่เชอรี กรุ๊ป มีฐานผลิตรถยนต์ประเภทนี้ที่โรงงานประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียเท่านั้น

แต่ทั้งนี้ต้องหมายความว่าต้นทุนทางการผลิตของรถ PHEV จากโรงงานประเทศไทยจะต้องสามารถแข่งขันกับฐานการผลิตทั้งสองแห่งที่มีอยู่ได้ ก็น่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่ทำให้บริษัทแม่พิจารณาเพิ่มการลงทุนของรถยนต์ประเภทนี้ในประเทศไทยเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ถึงความเป็นที่่เชอรีจะเพิ่มการลงทุนในไทยหลังจากเปิดตัวรถ 2 รุ่น จาก 2 แบรนด์ อย่าง CHERY V23 และ JAECOO EV5 มีแบ็กออร์เดอร์เป็นจำนวนมาก และยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ อย่างเลพาสเข้ามา

หากพิจารณาตามแผนของบริษัทแม่ ก็ยังจะมีแบรนด์ใหม่ ๆ ในเครือเชอรี กรุ๊ปเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีก 2-3 แบรนด์ จึงมีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เชอรี กรุ๊ป จำเป็นจะต้องขยับเพื่อเตรียมรับตลาดที่มีแนวโน้มโตขึ้นรวมทั้งดีมานด์ในอนาคตนั้นเอง

ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 15,000-16,000 คัน จากปัจจุบันมียอดขายสะสมกว่า 5,500 คัน ส่วน CHERY Q ที่ตั้งเป้ายอดขายราว 1,000 คันต่อเดือน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV เชอรี Chery โรงงาน