พิลึก! คุมหน้ากากอนามัยต่อ ผลิตล้นตลาด-ห้ามขายเกิน 2.50 บาท/ชิ้น

กรมการค้าภายใน ประกาศปลดล็อกมาตรการควบคุมแบบมีเงื่อนไข ให้จำหน่ายหน้ากากอนามัยขายให้ประชาชนได้เสรี แต่ยังคุมราคาไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท ส่วนผู้ส่งออกยังต้องขออนุญาตตามเดิม หลังยอดผลิตล้นตลาดวันละ 4.5 ล้านชิ้น

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังการเป็นประธานการประชุมเรื่องการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยร่วมกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตหน้ากากอนามัยภายในประเทศ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจในการขายหน้ากากอนามัย (สีเขียว) ว่า คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 27 พ.ศ. 2563 ปรับวิธีการจัดจำหน่ายหน้ากากอนามัยให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายได้เสรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป เนื่องจากทางคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)พิจารณา และมีมติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสามารถจำหน่ายหน้ากากอนามัยโดยตรงให้กับประชาชนทั่วไป ผู้ที่ต้องการหน้ากากอนามัยตามกลไกของตลาดได้

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน

เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ผลิตมากถึง 30 โรงงาน จากเดิมที่ 9 โรงงาน โดยเป็นการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้เข้ามาลงทุนตั้งโรงงานเพื่อผลิตหน้ากากอนามัย ส่งผลให้สามารถผลิตได้มากถึง 4.5 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิมที่ผลิตได้ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน ทำให้ปริมาณที่ผลิตได้มีเพียงพอต่อความต้องการของบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมีความต้องการหน้ากากอนามัยอยู่ที่ 2.5-3 ล้านชิ้นต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ผลิตเพื่อการส่งออกยังต้องดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขในการขออนุญาตส่งออกอยู่เช่นเดิม พร้อมกันนี้ผู้ประกอบการต้องมีสินค้าหน้ากากอนามัยอย่างเพียงพอ หากบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงมีความต้องการโดยเร่งด่วนก็ต้องจัดหามาจำหน่ายให้ได้ และต้องจัดทำบัญชีสินค้าเป็นรายวัน ส่วนการกระจายหน้ากากอนามัยในประเทศตามกลไกตลาดนั้น จะถึงผู้บริโภคเมื่อไร คาดว่าอาจต้องใช้ระยะเวลาระยะหนึ่ง เนื่องจากตลาดต้องปรับตัวและยังบอกชัดเจนไม่ได้ว่าจะมีปริมาณเท่าไร

“ส่วนราคาจำหน่ายจำเป็นต้องกำหนดจำหน่ายไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้ ต้นทุนวัตถุดิบที่นำเข้ามาในเวลานี้เริ่มถูกลง ทำให้ต้นทุนการผลิตเฉลี่ยชิ้นละ 2 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวทางผู้ประกอบการน่าจะรับได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผู้ผลิตบางส่วนอาจต้องแบกรับต้นทุนจากที่ยังมีสต๊อกวัตถุดิบเดิมอยู่บ้าง ส่วนการจำหน่ายหน้ากากอนามัยนำเข้านั้น สามารถกำหนดราคาโดยบวกได้ไม่เกิน 60% ของต้นทุน ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณการนำเข้า 20 ล้านชิ้นต่อวัน”

อย่างไรก็ตาม มองว่าประเทศไทยยังมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ จึงจำเป็นต้องมีหน้ากากอนามัยเพื่อรองรับ และกรมต้องการให้ประชาชนใช้หน้ากากผ้าทดแทนหน้ากากอนามัยสีเขียว เพราะสามารถป้องกันโรคได้เช่นกัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ