ดีลรวม ซี.พี.-เทสโก้ได้ไปต่อ ศาลปกครองให้ กขค. ชนะ

เทสโก้ โลตัส-CP

บอร์ดแข่งขัน เดินหน้าต่อหลังศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอทุเลาคำสั่ง กขค. มีผลให้“ควบรวม ซี.พี.-เทสโก้” ลุยเดินต่อตามเงื่อนไข 7 ข้อ พร้อมตั้งคณะทำงาน จับตาควบรวมธุรกิจหลังโควิดพ่นพิษเศรษฐกิจ

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของผู้ฟ้อง 37 องค์กรผู้บริโภคที่ยื่นต่อศาลกรณีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)

มีมติ 4 ต่อ 3 อนุมัติให้บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ควบรวมกิจการกับบริษัท เทสโก้ สโตร์ส(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคำสั่งดังกล่าวส่งผลให้การควบรวมกิจการของทั้ง 2 บริษัทยังคงดำเนินการได้ และเป็นไปตามเงื่อนไข 7 ข้อที่คณะกรรมการการแข่งขันฯกำหนด

โดยหลังจากนี้จะต้องดำเนินการติดตามการปฏิบัติตาม 7 เงื่อนไขในการควบรวมต่อไป ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้ 1) ห้ามธุรกิจในเครือควบรวมธุรกิจค้าปลีกค้าส่งรายอื่นนาน 3 ปี ไม่รวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

2) หลังควบรวมแล้วให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี

3) หลังควบรวมแล้วห้ามมิให้ใช้หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการตลาด

4) ให้คงสัญญาที่ทำไว้กับซัพพลายเออร์ 2 ปี

5) กำหนดระยะเวลาเครดิตเทอม กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เป็นเวลา 30-45 วัน เป็นเวลา 3 ปี

6) ให้รายงานผลประกอบการต่อ กขค. เป็นเวลา 3 ปี

7) หลังควบรวมแล้วให้จัดทำ code of conduct เผยแพร่ต่อสาธารณะ


นอกจากติดตามดูแลกรณีนี้แล้ว ล่าสุดทางคณะกรรมการการแข่งขันฯ ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามดูแลการซื้อกิจการหรือการควบรวมกิจการอื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดผลต่ออำนาจเหนือตลาด เพราะต้องยอมรับว่าจากปัญหาของโควิด-19 ส่งผลให้มีการเข้าซื้อกิจการหรือควบรวมกิจการขนาดเล็กมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้

รายงานข่าวระบุว่า กรณีนี้เกิดจาก 37 องค์กรผู้บริโภค นำโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่นฟ้องว่าคณะกรรมการการแข่งขันฯมีมติให้ ซี.พี.ควบรวมกิจกรรมเทสโก้ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อศาลปกครองตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2564 โดยขอให้ศาลพิจารณายกเลิกคำสั่งการควบรวมกิจการ ขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว

พร้อมทั้ง ขอให้พิจารณาเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องขายกิจการเพิ่มทรัพย์สินบางส่วนในกิจการ เพื่อลดผลกระทบจากการมีอำนาจเหนือตลาด โดยต้องให้เหลือส่วนแบ่งตลาด 50%

จากปัจจุบันที่หากมีการควบรวมจะทำให้มีส่วนแบ่งตลาดกว่า 83.47%, การห้ามขยายสาขาเป็นเวลา 10 ปี, การให้เพิ่มสัดส่วนสินค้าเอสเอ็มอีจากเดิมที่กำหนด 5 ปี เป็น 10 ปี และให้คงสัญญากับซัพพลายเออร์จาก 2 ปี เป็น 5 ปี ทั้งนี้ ต้องรอดูว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองชั้นต้นหรือไม่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ