ล็อกดาวน์ฉุดเศรษฐกิจ 60,000 ล้าน ส.อ.ท. จ่อหารือ ชงรัฐเพิ่มเยียวยา

ล็อกดาวน์ เคอร์ฟิว ทั่วประเทศ
FILE PHOTO : Madaree TOHLALA / AFP

ส.อ.ท. จับตาล็อกดาวน์ 10 จังหวัด ทำเชื้อลดหรือไม่ประเมินรอบนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมูลค่า 50,000-60,000 ล้านบาท เตรียมหารือสมาชิกมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการพร้อมชงรัฐช่วยเร็วที่สุด ยืนยันวัคซีนคือปัจจัยหลักต้องฉีดให้ครบ 70% ของประชากรให้ได้ เสนอแยกคนติดเชื้อออกจากกลุ่มไม่ติดให้ชัด

วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้ติดตามสถานและประเมินสถานการณ์ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์เป็นระยะเวลา 14 วันอย่างใกล้ชิด ซึ่งหลาย ๆ ฝ่ายได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดี ซึ่งก็ได้ประเมินว่า การล็อกดาวน์ 10 จังหวัด รอบนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท แต่ก็มั่นใจว่าหากรัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื่อลงได้ ไปอยู่ในระดับหลักร้อยรายต่อวัน เศรษฐกิจก็น่าจะเดินหน้าต่อไปได้ ประชาชนสามารถออกมาใช้ชีวิตได้เหมือนการแพร่ระบาดระลอกที่ผ่านมา

สุพันธุ์ มงคลสุธี

“การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการนี้ แน่นอนว่าส่งผลกระทบทั้งด้านดีและไม่ดี เช่นเดียวกันถ้ารัฐบาลไม่ทำก็มีผลกระทบเช่นกัน ต้องรอดูต่อไปว่าครบ 14 วันจำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม การล็อกดาวน์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นมาตรการหลักสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่มีความรุนแรงมากกว่าระลอกที่ผ่าน ๆ มา และส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนที่มากและเป็นวงกว้าง หากไม่ใช้มาตรการนี้ผลกระทบก็จะต้องทวีความรุนรุนแรงมากขึ้น
ในเร็ว ๆ นี้ ส.อ.ท. จะมีการประชุมและหารือกับกลุ่มสมาชิก ถึงมาตรการและแนวทางการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกที่ 3 เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป

ส่วนมาตรการแจกเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุดในขณะนี้ คือ การแยกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ออกจากสมาชิกคนในบ้านที่ไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ ท่ามกลางมาตรการที่รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์ให้คนอยู่ในบ้าน


“เบื้องต้นรัฐบาลต้องแยกคนป่วยกับคนไม่ป่วย ที่อยู่ในบ้านเดียวกันออกจากกันให้ได้ก่อน เพราะขณะนี้เกิดภาวะการแพร่ระบาดระหว่างคนใกล้ชิดในครอบครัว ที่สำคัญต้องทำควบคู่กับการตรวจเชิงรุกด้วยชุดทดสอบหาเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็วให้ประชาชนได้อย่างทั่วถึงโดยด่วน ช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ และสามารถคัดแยกกลุ่มเสี่ยงออกมาให้รวดเร็ว สกัดการแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้ เพราะเวลานี้ทุกคนทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อต้องล็อกดาวน์ตัวเองอยู่ในบ้ายเดียวกัน”

นอกจากนี้ ยังคงยืนยันข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนกระจายการฉีดให้ประชาชนอย่างเพียงพอ และต้องให้ทั่วถึง 70% ของประชากรทั้งประเทศ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่แท้จริงเป็นหัวใจสำคัญ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ