นายกรัฐมนตรี สั่งในที่ประชุม ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางตรึงราคาน้ำมันเบนซิน ให้บางกลุ่มอาชีพ
วันที่ 1 มีนาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงแผนการรับมือผลกระทบความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนว่า มีการประชุมเตรียมการเรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ สิ่งที่ควรจะพูดคุยกันคือทำอย่างไร ให้สงครามหรือความรุนแรงยุติลงให้ได้ มิเช่นนั้น จะมีผลกระทบต่อทั้งโลกในหลายมิติ โดยไทยต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวัง ใช้กลไกการต่างประเทศ กลไกอาเซียน
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า “แนวทางตรึงราคาน้ำมันเบนซินนั้น ก็หารืออยู่แล้ว ตนสั่งการไปแล้ว กำลังให้ทบทวนดูแลเรื่องภาคเบนซินจะทำอย่างไร อาจจะเป็นกลุ่ม เป็นอาชีพได้หรือไม่ ถ้าให้ทั้งหมดก็พังกันหมด รัฐบาลก็ไม่มีเงินที่จะไปอุดหนุนได้หมดอยู่แล้ว เห็นใจกันบ้าง”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าในการประชุม ครม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้รายงานเรื่องอาหารสัตว์ต่าง ๆ ที่แพงขึ้น จะดูว่าทำได้อย่างไร เราต้องดูสาเหตุว่าแพงมาจากตรงไหน และจะแก้ปัญหาตรงนั้นได้อย่างไร
“ขออย่างเดียวอย่าเพิ่งฉวยโอกาสกันตอนนี้มากนักเลย ผมเข้าใจ อะไรที่ดูแลได้ก็จะดูแลให้ อันไหนที่เป็นเรื่องกลไกตลาดก็อีกเรื่องหนึ่ง รัฐบาลพยายามหามาตรการเข้าไปดูแล ช่วยเหลือให้ได้ทุกอัน ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจและความร่วมมือกัน และก็ขอร้องไปยังเอกชนด้วย ผมเป็นห่วงราคาสินค้าที่จะแพงขึ้น นี่คือผลกระทบในขณะนี้ แม้จะไม่มีสถานการณ์ในรัสเซีย ยูเครนก็ตาม ดังนั้น จึงขอความร่วมมือกับทุกคน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีมีการประชุมด่วนสถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย เพื่อเตรียมความพร้อมทุกระดับ ทุกสถานการณ์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องการค้า กระทรวงการต่างประเทศดูแลคนไทย โดยไทยมีจุดยืนร่วมกับอาเซียน และให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินผลกระทบความผันผวนในตลาดเงินโลก และราคาสินค้า และพลังงาน จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพด้านการเงินการคลังของไทยยังเข้มแข็ง เพราะไทยพึ่งพาสถาบันการเงินในประเทศเป็นหลัก