ประยุทธ์ยอมรับสินค้าแพงทั้งแผ่นดิน แต่เป็นทั้งโลก-ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 วอน ให้ความเป็นธรรม เล็งอุ้มน้ำมันเบนซิน
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 ที่รัฐสภา มีการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นอภิปรายว่า
เรื่องหมูก็ไม่ใช่เรื่องหมูแล้ว แต่ก่อนมีเรื่องข้าว วันนี้มีเรื่องหมูเข้ามาอีก ก็ช่วยกันแก้ไป เราต้องทำงานบนข้อมูล ข้อเท็จจริง การส่งหมูไปต่างประเทศ คงปกปิดไม่ได้ ตนได้มีการตรวจค้นการกักตุนเนื้อสุกร ผู้ประกอบการรายย่อยขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย ดูแลเรื่องเงินทุน ตนไม่ได้ประโยชน์จากตรงไหน
วันนี้ตรวจค้นไป 6 พันกว่าเป้าหมาย พบการกระทำความผิดกักตุน 15 แห่ง อายัดเนื้อหมู 2.3 ล้านกิโลกรัม ถอนอายัด 1.6 ล้านกิโลกรัม คงเหลืออายัด 9.7 แสนกิโลกรัม ตรวจสอบห้องเย็นพบการกระทำความผิด 9 แห่ง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องสินค้าสูงขึ้น สถานการณ์เงินเฟ้อ วันนี้ต้องยอมรับว่า สินค้าแพงขึ้น บางอย่างแพงมากเกินไปทั่วประเทศ ขอความร่วมมือ ไม่ต้องการสร้างความแตกแยก ไม่โทษใคร ทุกปัญหาต้องแก้ ต้องมีมาตรการเร่งด่วน เพราะเกี่ยวกับงบประมาณ สินค้าแพง เพราะเงินเฟ้อ เกิดขึ้นทั่วโลก จากสถานการณ์โควิด แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือลงไป มากล่าวหาว่าประชานิยม แต่ประชาชนจะอยู่ไม่ได้

“มาตรการวันนี้เพื่อความอยู่รอด พร้อม ๆ ไปกับการสร้างความเข้มแข็ง ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด ทำอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่ คำว่าราคาแพงทั้งแผ่นดิน ทุกคนยอมรับสินค้ามีราคาแพงขึ้น เปรียบเทียบกับตัวเลขเงินเฟ้อกับต่างประเทศด้วย เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ไทยอัตราเงินเฟ้อ 1.2 ท้ายตาราง เราตั้งเป้าไม่เกิน 3% ต้องยันไว้ให้อยู่ ใครเป็นรัฐบาลก็เจอแบบเดียวกัน ไม่ได้แก้ตัว แต่วิกฤตสินค้าแพงเป็นทั้งโลก จากโควิด จากปัญหาพลังงาน ส่งผลถึงค่าขนส่ง ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นกว่า 60% แต่คนไทยจ่ายค่าน้ำมันดีเซลสูงขึ้นเพียง 20% ซึ่งต่ำกว่าหลายประเทศ ราคาค่าไฟฟ้าครัวเรือนเสียค่าไฟฟ้าเท่าเดิมในปี’64 ราคาสินค้า เปอร์เซ็นต์เดียวตนก็ไม่อยากให้ขึ้น ผมรับไม่ได้ ไม่มีรัฐบาลไหนอยากให้ขึ้น แต่จะแก้ปัญหาอย่างไรต้องถี่ถ้วน เวลานี้ต้องร่วมมือกัน เพราะกระทบกับผู้มีรายได้น้อย ต้องใช้เวลานี้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
“เราอาจจะต้องเจอกับสินค้าราคาแพงไปอีกสักพัก รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะปากท้องประชาชน บางอย่างต้องคิดไปด้วยกัน บางอย่างไม่ดีก็เตือน ก็บอก ไม่ดีก็ตรวจสอบ ไม่ใช่ใช้วาระอภิปรายไม่ไว้วางใจ”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ราคาน้ำมันต้นทุนสำคัญทำให้สินค้าและบริการแพงขึ้น ไม่ว่าจะขึ้นเท่าไหร่ก็มีปัญหาทั้งสิ้น ไม่ใช่ไม่รู้ ไม่ใช่ไม่สนใจ เสนอลดตรงนั้น ปรับตรงนี้ ฟังแล้วดูดี แต่ทำได้หรือไม่ ตั้งแต่ปี’64 รัฐบาลพยายามประคับประคองราคาน้ำมัน ใช้เงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี’64 จำนวน 33,000 ล้านบาท ปรับอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กู้เพิ่มสภาพคล่องเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ปรับลดสัดส่วนน้ำมันดีเซล ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพื่อรักษาราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันเบนซิน กำลังให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือด้วย
“ที่ท่านบอกว่า นายกฯบอกใครเดือดร้อน แค่นี้ก็บิดเบือนแล้ว ผมไปพูดอย่างนั้นหรือเปล่า ผมตอบนักข่าวข้อความเต็ม ๆ ว่า ผมถามว่า แล้วมีคนเดือดร้อนเยอะไหมเรื่องน้ำมัน โดยเฉพาะรถบรรทุก รัฐบาลดูแลทุกกลุ่มไหม ในเมื่อต้นทุนน้ำมันเป็นแบบนี้ รัฐบาลดูทุกวิธีการไม่ให้ราคาสูงเกินไปจนทำให้เดือดร้อนมากขึ้น เราต้องดูว่ามีงบประมาณเท่าไหร่อย่างไร ไม่ดูเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องดูทุกกลุ่ม”