คน.เปิดสูตรดูแลราคาสินค้า ขาขึ้นต้องพิสูจน์ต้นทุน ขาลงต้องใช้เวลา
คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงาน และราคาวัตถุดิบที่ยังเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง การดูแลค่าครองชีพของประชาชนกลายเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาล ขณะที่ผู้ประกอบการยังแบกรับต้นทุนการผลิตที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงวิกฤต กรมการค้าภายในจึงไม่ได้มองเพียงการกำกับราคาสินค้าบนชั้นวาง หากแต่ติดตามต้นทุนตั้งแต่ต้นนํ้าถึงปลายนํ้า พร้อมใช้มาตรการเชิงบริหารควบคู่กับกลไกตลาด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภค
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) ถึงทิศทางการบริหารราคาสินค้า การพิจารณาคำขอปรับขึ้นราคา ตลอดจนมาตรการลดค่าครองชีพผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย Plus” ที่กำลังเดินหน้าทั่วประเทศ
ต้นทุนบรรจุภัณฑ์เริ่มลงแล้ว
การกำกับดูแลราคาสินค้าในปัจจุบันจำเป็นต้องพิจารณาตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต เพราะราคาสินค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นทุนเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เนื่องจากต้นทุนราคาสินค้าได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย ทั้งราคาพลังงาน ค่าขนส่ง วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ปัจจุบันหลายปัจจัยเริ่มส่งสัญญาณคลี่คลาย โดยเฉพาะราคาพลังงานและราคาบรรจุภัณฑ์ในตลาดโลกที่ทยอยปรับตัวลดลง กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มควบคุม 5 กลุ่มแรก ทั้งกล่องพลาสติก ถุงหูหิ้ว ถุงแกง ถุงขยะ และขวดพลาสติก ซึ่งปัจจุบันสามารถยืนยันได้ว่ามีวัตถุดิบเพียงพอรองรับความต้องการของตลาด จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาสินค้าขาดแคลน
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการที่ราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลง ไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าในประเทศจะลดลงทันที เพราะสินค้าที่วางจำหน่ายจำนวนมากยังผลิตจากวัตถุดิบช่วงต้นทุนสูง จึงต้องอาศัยระยะเวลาให้ต้นทุนใหม่ทยอยเข้ามาทดแทนต้นทุนเดิม
คุมน้ำมันพืชขวดไม่เกิน 52 บาท
หนึ่งในสินค้าที่กรมติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณอย่างใกล้ชิด คือ น้ำมันพืชบรรจุขวด ซึ่งแม้ต้นทุนการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 55 บาทต่อขวด แต่ภาครัฐเลือกใช้ทั้งมาตรการกำกับดูแลและการบริหารร่วมกับทุกภาคส่วน แทนการปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเพียงอย่างเดียว อีกทั้งกรมได้หารือร่วมกับคณะกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เพื่อตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียด ก่อนกำหนดกรอบราคาจำหน่ายสูงสุดไว้ที่ 52 บาทต่อขวด ขณะเดียวกันยังขอความร่วมมือค้าปลีกสมัยใหม่ หรือห้างโมเดิร์นเทรด จัดโปรโมชั่นหมุนเวียนแต่ละแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีสินค้าอย่างน้อยหนึ่งแบรนด์จำหน่ายในราคาประมาณ 50 บาท หรือต่ำกว่า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค
“เราไม่ได้ใช้เฉพาะมาตรการกำกับราคา แต่ใช้การบริหารจัดการร่วมกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก เพื่อให้ประชาชนยังเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสม”
อาหารปรุงสำเร็จลดราคายาก
สำหรับคำถามที่ประชาชนสงสัยว่า เหตุใดราคาอาหารปรุงสำเร็จหรืออาหารตามสั่งจึงยังไม่ลดลง แม้วัตถุดิบบางรายการจะเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว ต้องยอมรับว่า อาหารปรุงสำเร็จเป็นกลุ่มสินค้าที่ปรับราคาลงได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากมีต้นทุนหลายด้าน ทั้งแรงงาน ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อสถานการณ์ต้นทุนเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กลไกการแข่งขันจะค่อย ๆ ทำงาน ผู้ประกอบการที่ยังจำหน่ายในราคาเดิมย่อมต้องแข่งขันกันด้านคุณภาพและปริมาณอาหารมากขึ้น กรมจึงเลือกเข้าไปเพิ่ม “ทางเลือก”ให้ผู้บริโภค ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย Plus” โดยนำวัตถุดิบที่มีต้นทุนเหมาะสม เช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช น้ำตาลทราย และข้าวสาร เชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในตลาดสด เพื่อให้สามารถผลิตอาหารราคาพิเศษจำหน่ายแก่ประชาชนได้
“สิ่งที่เราทำคือ เพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงอาหารราคาประหยัด ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนให้ผู้ค้ารายย่อย”
ไทยช่วยไทย Plus ขยายทั่ว ปท.
โครงการไทยช่วยไทย Plus เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการดูแลลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยดำเนินการในลักษณะเดียวกับโครงการธงฟ้า แต่เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและพื้นที่จัดงาน ซึ่งปัจจุบันจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพแล้ว 19 แห่ง และมีแผนขยายไปทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนกันยายน โดยอยู่ระหว่างจัดทำแผนในจังหวัดที่เหลือ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดได้ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนั้นกรมยังเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย รถพุ่มพวง” โดยประสานผู้ผลิตนำสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นจำหน่ายผ่านรถพุ่มพวง ร่วมกับไปรษณีย์ไทยและกรมการปกครอง เพื่อกระจายสินค้าไปยังชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมกันนี้ยังดำเนินโครงการลดค่าครองชีพร่วมกับโรงเรียนทั่วประเทศ ตั้งเป้าครอบคลุม 1,000 โรงเรียน ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 200 โรงเรียน ควบคู่กับโครงการ Back to School ร่วมกับห้างค้าปลีก เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียนอีกด้วย
ขึ้นราคาสินค้าต้องพิสูจน์ต้นทุน
ในส่วนของการขอปรับขึ้นราคาสินค้า เรื่องนี้กรมยังคงใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ พิจารณาจากโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละผู้ประกอบการ แม้จะมีสินค้าควบคุมบางรายการยื่นคำขอปรับราคาเข้ามา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายใดได้รับอนุญาตให้ปรับขึ้นจากกรอบราคาที่เคยได้รับอนุมัติ เว้นแต่บางกรณีที่ต้นทุนเดิมต่ำกว่าตลาดมากและยังคงอยู่ภายใต้เพดานราคาที่กำหนด ตัวอย่างเช่น ปลากระป๋อง มีรายหนึ่งยื่นขอปรับขึ้นราคาจำหน่าย 1 บาท จากเดิม 15 บาท เป็น 16 บาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบปลาและซอสมะเขือเทศปรับเพิ่มขึ้น แต่กรมอนุญาตเฉพาะบางรายการ และยังอยู่ภายใต้กรอบราคาแนะนำที่ไม่เกิน 18 บาท นอกจากนี้หากวัตถุดิบบางรายการปรับขึ้น แต่ต้นทุนด้านอื่น เช่น เหล็กหรือบรรจุภัณฑ์ปรับลดลง กรมจะนำมาหักลบกันก่อนพิจารณา ไม่ใช่อนุมัติการขึ้นราคาตามตัวเลขต้นทุนเพียงด้านเดียว
ราคาปุ๋ยเริ่มลดลงกว่า 15%
นอกจากการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว กรมยังให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นทาง เพราะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาสินค้าในระยะต่อไป โดยเฉพาะปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคการเกษตรและเชื่อมโยงกับราคาวัตถุดิบในระบบอาหาร โดยในช่วงที่เกิดวิกฤตราคาพลังงานและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ราคาปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกเคยพุ่งจากระดับ 400-500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขึ้นไปสูงกว่า 900 เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่งผลให้ราคาปุ๋ยในประเทศปรับเพิ่มจากเฉลี่ยกระสอบละ 800 บาท ไปแตะระดับ 1,400 บาทต่อกระสอบ ขณะที่ปุ๋ยสูตรและปุ๋ยประเภทอื่นได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าขนส่งเช่นกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย หลังราคาปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกปรับลดลงมาอยู่ที่ 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน ทำให้ราคาปุ๋ยในประเทศเริ่มทยอยปรับลดลงเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า 15% แม้ปุ๋ยที่จำหน่ายอยู่ในขณะนี้ส่วนหนึ่งยังเป็นสินค้าที่นำเข้าในช่วงต้นทุนสูงก็ตาม แต่เมื่อของลอตใหม่ทยอยเข้ามา เชื่อว่าราคาจะปรับลงได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้ เพราะผู้ประกอบการเริ่มนำเข้าสินค้าต้นทุนใหม่แล้ว นอกจากนี้กรมยังเดินหน้าโครงการ “ธงเขียวพลัส” เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรเพิ่มเติม โดยเพิ่มส่วนลดค่าปุ๋ยจากเดิม 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ ซื้อได้สูงสุด 6 กระสอบ พร้อมปุ๋ยอินทรีย์อีก 1 กระสอบ ทำให้เกษตรกรสามารถซื้อปุ๋ยได้ในราคาประมาณ 800-900 บาทต่อกระสอบ ใกล้เคียงกับระดับราคาก่อนเกิดวิกฤต เชื่อว่าหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่รุนแรงขึ้น ราคาปุ๋ยจะทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปี
คุมราคาควบคู่กำกับตลาด
นอกจากมาตรการด้านราคา กรมยังเข้มงวดการตรวจสอบการจำหน่ายสินค้า ทั้งการขายเกินราคา การไม่ติดป้ายแสดงราคา รวมถึงการกระทำที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการไทยช่วยไทย Plus อีกทั้งกรมยังพบการกระทำผิดในบางพื้นที่ เช่น การเบิกสิทธิเป็นเงินสด และการตั้งราคาสินค้าสองมาตรฐานระหว่างผู้ใช้สิทธิกับลูกค้าทั่วไป ซึ่งได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของมาตรการและคุ้มครองสิทธิของประชาชน
อย่างไรก็ดีเป้าหมายสำคัญไม่ใช่การเข้าไปตรึงราคาสินค้าไว้ตลอดเวลา แต่คือการบริหารสมดุลทั้งระบบ โดยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ขณะเดียวกันประชาชนก็ยังสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่เหมาะสมได้ ซึ่งจะเป็นไปตามกลไกสำคัญในการประคองกำลังซื้อและสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป