EVAT ชี้ยอดรถอีวีพุ่ง 1.5 แสนคัน หวั่นหัวชาร์จโตไม่ทัน-คุมมาตรฐานเข้ม
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าเผยยอดขายรถยนต์อีวีโต เชื่อปีนี้ขายแตะ 150,000 คัน หวั่นจุดชาร์จไฟฟ้าไม่พอ ระบุชัด ยอดเฉลี่ยรถอีวีเพิ่มเกือบเท่าตัว ขณะที่ปริมาณหัวชาร์จวิ่งตามไม่ทัน เฉลี่ยรถ 40 คันต่อ 1 หัวชาร์จ พร้อมการยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยทั้งระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจระยะยาว
นายสุโรจน์ เเสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในปีนี้นั้นคาดว่าจะมีความต้องการไม่น้อยกว่า 150,000 คัน หลังจากปี 2568 ที่ผ่านมามีความต้องการที่ 120,000 คัน จากก่อนหน้านี้มีการประเมินว่าหลังสิ้นสุดนโยบายอีวี 3.0 ที่ผ่านมาความต้องการของรถอีวีจะลดลง
สาเหตุที่ความต้องการเพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากสถานการณ์ด้านราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ผลจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจรถอีวีเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน หรืออินฟราสตรักเจอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เห็นได้จากในปี 2568 ที่ผ่านมาปริมาณรถยนต์อีวีต่อหัวจ่ายไฟฟ้าแบบชาร์จเร็ว (DC) อยู่ที่ 25 คันต่อ 1 หัวจ่าย
เมื่อต้นปี 2569 ปริมาณรถอีวีเพิ่มขึ้น มีปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น35 คัน ต่อ 1 หัวจ่าย ขณะที่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 40 คันต่อ 1 หัวจ่าย
ขณะที่พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าว่า ส่วนใหญ่นิยมชาร์จไฟโดยใช้หัวจ่ายแบบเร็ว (DC) และหากพิจารณาจากยอดจองและยอดซื้อรถยนต์อีวีในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวเลขจากงานมอเตอร์โชว์ที่มียอดจองรถอีวีสูงถึง 70%
ทำให้มีการคาดว่าปริมาณรถยนต์อีวีที่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนหัวชาร์จ อาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการใช้งานในอนาคต
ดังนั้น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพิจารณาและดูแลในส่วนนี้เพิ่มเติมด้วย
ขณะที่แนวทางการขับเคลื่อนของสมาคมนั้น หลังจากดำเนินการร่วมมือกับ 10 สมาคมทางด้านซัพพลายเชน ไปก่อนหน้านี้ (ชิ้นส่วนยานยนต์) จากนี้สมาคมยังมีการประสานงานและหารือร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์มือสอง, สมาคมไฟแนนซ์ วินาศภัย
รวมทั้งสมาพันธ์ทางการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือร่วมกันดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และร่วมกันยกระดับการขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและ xEV ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบ แข่งขันได้ และยั่งยืน
ตั้งแต่การผลิตยานยนต์ การผลิตชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เทคโนโลยีแบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐาน สถานีชาร์จ มาตรฐานความปลอดภัย การพัฒนาบุคลากร
รวมถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและผู้บริโภค และการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
“สมาคมจะทำงานประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและ xEV ของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีความปลอดภัย แข่งขันได้ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศในระยะยาว พร้อมวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน”
นายสุโรจน์เชื่อว่าการเติบโตของอีวีในประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนรถยนต์ไฟฟ้า หรือจำนวนสถานีชาร์จเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานและสามารถรองรับการใช้งานจริงในระยะยาว
และจากรายงานของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย พบว่าจำนวนประเภทหัวจ่ายไฟฟ้า ในประเทศไทย ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 14,437 หัวจ่าย แบ่งเป็นหัวจ่ายแบบ DC CCS2 จำนวน 8,581 หัวจ่าย, หัวจ่ายแบบ DC CHAdeMO จำนวน 414 หัวจ่าย, หัวจ่ายแบบ AC Type 2 จำนวน 5,442 หัวจ่าย
เป็นหัวจ่ายของผู้ให้บริการ EV Station PluZ รวมทั้งสิ้น 3,710 หัวจ่าย, EA ANY WHERE จำนวน 2,713 หัวจ่าย
REVER SHARER จำนวน 1,347 หัวจ่าย, Elex by EAAT จำนวน 1,355 หัวจ่าย
ขณะที่จำนวนยานยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศไทยถึง ณ วันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกพบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 468,805 คัน แบ่งเป็นรถยนต์จำนวน 367,478 คัน
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 95,879 คัน, รถสามล้อไฟฟ้า จำนวน 1,056 คัน, รถโดยสาร จำนวน 2954 คัน และรถบรรทุก 1,438 คัน
และตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าทั้งสิ้น 97,119 คัน