‘สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี’ (เจ้าคุณฌอน) สมเด็จพระราชาคณะต่างชาติ รูปแรกในประวัติศาสตร์สงฆ์ไทย
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศสถาปนาสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นพรหม จำนวน 8 รูป ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ โดยปรากฏนามของ “พระพรหมพัชรญาณมุนี” หรือ “พระอาจารย์ชยสาโร” (ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน) แห่งสถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จังหวัดนครราชสีมา ได้รับการสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็น “สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี”
การสถาปนาในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย เนื่องจากพระอาจารย์ชยสาโร ถือเป็น “สมเด็จพระราชาคณะชาวต่างชาติรูปแรก” ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสุพรรณบัฏ
เส้นทางธรรม “พระฝรั่ง” ศิษย์สายตรงหลวงพ่อชา
“สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี” มีนามเดิมว่า ฌอน ไมเคิล ชิเวอร์ตัน (Shaun Michael Chiverton) เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2501 ณ เกาะไอล์ออฟไวต์ (Isle of Wight) ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันสิริอายุ 68 ปี 46 พรรษา
ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ ท่านประสบปัญหาด้านสุขภาพด้วยโรคหอบหืด ทำให้ต้องหยุดเรียนบ่อยครั้ง ทว่าวิกฤตดังกล่าวกลับเป็นโอกาสให้ท่านได้ใช้เวลาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองจนมีผลการเรียนดีเยี่ยม ในช่วงวัยรุ่นท่านเริ่มตั้งคำถามต่อคุณค่าของการดำเนินชีวิต ประกอบกับได้ศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนาจนเกิดความเลื่อมใสว่าเป็น “สัจธรรมความจริง” ที่กำลังแสวงหา จึงเริ่มต้นฝึกสมาธิด้วยตนเองและตั้งใจเดินทางสู่ประเทศไทยเพื่อศึกษาธรรมะ โดยทำงานเก็บเงินตั้งแต่อายุ 17 ปี
- พ.ศ. 2521: เดินทางสู่ประเทศไทย หลังปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์สุเมโธ ณ วิหารแฮมป์สเตด ประเทศอังกฤษ และเข้าฝากตัวเป็นศิษย์ปฏิบัติธรรมกับ พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) ณ วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี
- พ.ศ. 2522: บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดหนองป่าพง
- 3 มิถุนายน พ.ศ. 2523: อุปสมบทเป็นพระภิกษุ โดยมีหลวงพ่อชาเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “ชยสาโร” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้มีชัยชนะด้วยธรรม”
แม้จะเป็นชาวต่างชาติ แต่ท่านได้มุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัยและภาษาไทยอย่างจริงจังจนแตกฉาน โดยมองว่าภาษาบาลีและสันสกฤตคือรากฐานสำคัญที่ทุกคนต้องเริ่มเรียนรู้เท่ากัน หลังจากพ้นห้าพรรษาแรก ท่านได้ออกจาริกธุดงค์ปลีกวิเวกตามป่าเขาเพื่อขัดเกลาปฏิปทา ก่อนจะกลับช่วยงานคณะสงฆ์เผยแผ่ธรรมะเรื่อยมา

บทบาทการเผยแผ่และงานพัฒนาการศึกษา
พระอาจารย์ชยสาโร มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ โดยดำรงตำแหน่งสำคัญดังนี้:
- พ.ศ. 2529 – 2539: ดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ
- พ.ศ. 2540 – 2545: ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้ใช้ทักษะภาษาไทยและอังกฤษถ่ายทอดธรรมะแก่พุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง และได้รับมอบหมายให้เรียบเรียงหนังสือ “อุปลมณี” หรือ “Stillness Flowing” ชีวประวัติและคำสอนของหลวงพ่อชาที่สมบูรณ์ที่สุด
- พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน: ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสเพื่อมุ่งเน้นการปฏิบัติธรรม โดยย้ายมาพำนัก ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ที่พำนักแห่งใหม่นี้ ท่านได้ริเริ่มวางรากฐานแนวคิด “วิวิธพุทธ” และนำหลักไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ปัญญา) เข้าสู่ระบบการศึกษาพื้นฐานของโรงเรียนปัญญาประทีป เพื่อสร้างเยาวชนตามวิถีพุทธแท้จริง
เกียรติคุณและการได้รับพระราชทานสัญชาติไทย
ด้วยคุณูปการอันอเนกอนันต์ต่อสังคมและพระพุทธศาสนา สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จึงมีมติถวายปริญญา พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ ในปี พ.ศ. 2554 นอกเหนือจากรางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่นจากกระทรวงวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2553
นอกจากนี้ ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้แปลงสัญชาติเป็น “สัญชาติไทยเป็นกรณีพิเศษ” โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตโต) ตั้งนามสกุลภาษาไทยให้ว่า “โพธานุวัตน์”
ลำดับสมณศักดิ์ ‘เจ้าคุณฌอน’
- 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562: โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ “พระราชพัชรมานิต”
- 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2563: โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ “พระเทพพัชรญาณมุนี”
- 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2564: โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ “พระธรรมพัชรญาณมุนี”
- 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567: โปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง (ชั้นรองสมเด็จฯ) ที่ “พระพรหมพัชรญาณมุนี”
- ล่าสุด 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2569: มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่ “สมเด็จพระมหาพัชรญาณมุนี” สถิต ณ สถานพำนักสงฆ์บ้านไร่ทอสี จังหวัดนครราชสีมา นำความปีติยินดีมาสู่พุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง
