เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) ร่วงลง 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
Economic ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
Uncategorized IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
Politics ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
Politics อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
News นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
Politics ‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
Politics ‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
ดูทั้งหมด

บนท่วงทำนองของ Greenspan จาก DotCom สู่ AI Boom

13 ก.ค. 2569 | 10:15น.
คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด
ผู้เขียน : ดร.นครินทร์ อมเรศ/ธนาคารแห่งประเทศไทย

“หัวหน้าวง : ปรมาจารย์แห่งนโยบายการเงิน – อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน สิริอายุ 100 ปี” เป็นหัวข้อบทความไว้อาลัยต่อการจากไปของ Alan Greenspan ในนิตยสาร The Economist ซึ่งเล่าอดีตที่ท่านเคยเล่นแซกโซโฟนและร่วมตระเวนทัวร์ กับวงดนตรีแจ๊ซในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บทความในวันนี้จึงขอเชิญทุกท่านร่วมรำลึกถึงท่วงทำนองจากการบรรเลงนโยบายการเงินแบบด้นสด (Improvisation) ของท่าน ซึ่งไม่ว่าจะพลิกแพลงไปมากเพียงใดก็ไม่ได้หลุดคีย์และทำจังหวะของวงเสียไป

ฝีไม้ลายมือของ Greenspan แสดงให้เห็นในทศวรรษ 1990 เมื่อท่านมองขาดถึงศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศในการยกระดับผลิตภาพทางเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจไม่เบรกความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจแม้อัตราว่างงานจะอยู่ในระดับต่ำ โดยไม่ได้วางบทบาทของ Fed (ธนาคารกลางสหรัฐ) ให้ใช้นโยบายการเงินหนุนส่งเทคโนโลยี หากเป็นการเล่นบท “ไม่กีดขวาง” การเติบโตที่แม้จะทำให้เกิดการแตกของฟองสบู่ DotCom ในปี 2000 แต่ก็แทบไม่ได้ทิ้งรอยแผลเป็นทางเศรษฐกิจไว้เพราะปัจจัยพื้นฐานแห่งการขยายตัวนั้นไม่ได้มาจากการสั่งสมหนี้

ในการประชุม Jackson Hole Economic Policy Symposium ประจำปีที่จัดขึ้นโดยธนาคารกลางสหรัฐ สาขาแคนซัสซิตี้ ปี 2005 ภายใต้บรรยากาศสดุดี Greenspan ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งลงนั้น Raghuram Rajan ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF และในภายหลังเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางประเทศอินเดีย ได้นำเสนอว่านวัตกรรมการเงินและแรงจูงใจในระยะสั้นกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤต แต่กลับได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นแนวคิดที่ต่อต้านความก้าวหน้า

อย่างไรก็ดี หลังจากที่ Greenspan ลงจากตำแหน่งในปี 2006 รวมระยะเวลา 18 ปี 173 วัน ยาวนานที่สุดเป็นอันดับที่สองในประวัติศาสตร์ Fed (อันดับหนึ่ง คือ William McChesney Martin Jr. ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 1951-1970 รวม 18 ปี 304 วัน) แล้ว วิกฤตการณ์การเงินโลก (Global Financial Crisis) ก็เกิดขึ้นจริงในปี 2008 ซึ่งเป็นวิกฤตที่เกิดจากนวัตกรรมเช่นกัน

แต่เป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Sub-prime) ทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงม่านบังตาไม่ให้เห็นการกระจุกตัวของความเสี่ยง ท่ามกลางแนวทางการกำกับดูแลแบบผ่อนปรนที่เปิดทางให้ Securitization ขยายตัว ผนวกกับความเชื่อมั่นของตลาดการเงินว่า Fed จะคอยอุ้มตลาดอยู่เสมอ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำเป็นระยะเวลานานในช่วงก่อนหน้า

การแตกของฟองสบู่สองครั้งในรอบไม่กี่ปีนั้น สอดคล้องกับมุมมองของ Greenspan ที่ว่า อย่ากลัวฟองสบู่ราคาสินทรัพย์ แต่ให้กลัวระดับหนี้ที่ค้ำประกันไว้ เพราะตัวสินทรัพย์ไม่ใช่ประเด็น แต่ระดับของการ Leverage จึงเป็นปัญหา ซึ่งการ Leverage ในกรณีของ DotCom Boom นั้น ไม่ได้ลุกลามหลังฟองสบู่แตกเพราะเป็นฟองสบู่ที่ค้ำยันไว้ด้วย Equity ความสูญเสียจึงตกแก่ผู้ถือหุ้น ต่างจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรณี Subprime ที่มีหนี้ค้ำประกันไว้สูงมาก

ความเสียหายจึงส่งผ่านไปหาเจ้าหนี้ สถาบันการเงิน และการเทขายสินทรัพย์แบบ Fire Sale ทำให้มูลค่ายิ่งดิ่งลง ส่งผลลุกลามเป็นลูกโซ่ไปทั้งระบบ การผลักดันพรมแดนของนวัตกรรมชั้นแนวหน้าเพื่อส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจจึงเป็นสิ่งพึงทำ ตราบใดที่ไม่ปล่อยให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจจริงอิงการเงินที่โป่งเป็นฟองสบู่พร้อมแตก

ตัดภาพมา 20 ปี หลังจากการลงจากตำแหน่งของ Greenspan ตลาดการเงินกำลังมุ่งความสนใจไปที่ AI Boom ซึ่งยังมีคำถามค้างคาใจกันอยู่ว่า เรากำลังด้นสดโดยไม่หลุดคีย์ หรือเรากำลังจะทำให้วงดนตรีเสียจังหวะ

ซึ่ง Wachter & Wachter (2026) ได้ประมาณการเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในปี 2026 ของห้าบริษัทใหญ่ในสหรัฐ อยู่ที่ 7.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ 2.4% ของ GDP สหรัฐ สูงกว่าเม็ดเงินที่ลงทุนในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่ 1.5% ของ GDP ทั้งที่ Daron Acemoglu เจ้าของรางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์ได้ประเมินผลของ AI ต่อผลิตภาพรวมไว้ไม่ถึงร้อยละ 1 ในระยะเวลา 10 ปี

ขณะที่รายงานของ Project NANDA จากมหาวิทยาลัย MIT ในปี 2025 แสดงให้เห็นว่าโครงการนำร่องในการใช้งาน Generative AI ในองค์กรราว 95% ยังไม่ได้สร้างผลตอบแทนกลับมา จึงน่าสังเกตว่าส่วนต่างระหว่างเม็ดเงินลงทุนกับผลิตภาพที่สร้างได้จริงนี้จะส่งผลให้เกิดวิกฤตเหมือนในอดีตหรือไม่

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ AI Boom ในวันนี้แตกต่างไปจากวิกฤต Subprime คือ เม็ดเงินลงทุนส่วนใหญ่เกิดจากกระแสเงินสดของบริษัทที่สั่งสมมาจากการทำกำไร ไม่ได้ระดมทุนมาจากการก่อหนี้ โดยสัดส่วนการลงทุนต่อกระแสเงินสดยังต่ำกว่าหนึ่งเท่า เทียบกับสัดส่วนเกือบสี่เท่าในยุค DotCom Boom จึงอาจประเมินคร่าว ๆ ได้ว่าลักษณะของฟองสบู่ในรอบนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีปี 2000 ที่ในกรณีเลวร้ายจะให้ความมั่งคั่งลดลง แต่ไม่ได้ลุกลามเป็นความเสี่ยงเชิงระบบแบบที่เกิดขึ้นในปี 2008

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในปัจจุบันกำลังบ่มเพาะความเปราะบางในรูปแบบใหม่ คือ การกระจุกตัวของผู้ให้บริการ AI Model พื้นฐานเกือบทั้งหมดในมือบริษัทไม่กี่ราย โดยรายงาน AI Index Report 2024 ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ระบุว่า 97 จาก 163 AI Model ที่พัฒนาขึ้นระหว่างปี 2019-2023 มาจากเพียง 4 บริษัท

นอกจากนี้ สถาบันการเงินพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์และ Model กลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งอาจจะถูกตัดการให้บริการได้ในชั่วข้ามคืน ดังตัวอย่างที่รัฐบาลสหรัฐสั่งระงับการเข้าถึง Model แนวหน้าของ Anthropic เมื่อกลางเดือนมิถุนายนนี้ กล่าวคือ ความเสี่ยงเชิงระบบได้เปลี่ยนรูปแบบจากความเสี่ยงด้านการก่อหนี้ที่ถูกประเมินไว้ต่ำเกินไป มาเป็นการกระจุกตัวและอธิปไตยทางเทคโนโลยี ซึ่งเป็นความเสี่ยงคนละรูปแบบอย่างชัดเจน และย่อมมีนัยต่อเศรษฐกิจการเงินคนละขั้ว

สำหรับไทยแล้วท่วงทำนองทางเศรษฐกิจการเงินมีพื้นฐานมั่นคง จากเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคที่เข้มแข็ง แต่เรายังขาดนักดนตรีจากภาคนวัตกรรมและธุรกิจที่จะโซโลเพลง นำนวัตกรรมไปสู่ภาคปฏิบัติเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภาพรวมและ GDP ให้กับประเทศ

โดยดัชนีความพร้อมด้าน AI ของภาครัฐไทยอยู่ในอันดับที่ 34 ของโลก และมีข้อจำกัดในขีดความสามารถด้านการประมวลผล ตลอดจนยังมีสถานะเป็นผู้ใช้บริการ AI Model ไม่ได้เป็นผู้พัฒนา ในขณะที่ประเทศก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ทำให้เราไม่อาจคาดหวังแรงส่งจากตลาดแรงงานมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เหมือนในอดีต

หากมองในแง่ดีแล้ววงดนตรีที่มีจังหวะพื้นฐานแน่น หรือมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินแข็งแกร่ง เป็นโอกาสให้นักดนตรีเทคโนโลยีไทยเดินหน้าลงทุนกับนวัตกรรมเพื่อสร้างแรงส่งให้กับเศรษฐกิจเพื่อเติมเต็มเครื่องยนต์จากการลงทุนที่เคยขาดหายไป หากให้น้ำหนักกับความคุ้มค่าของ Use Cases ที่ใช้ได้จริงไม่ใช่เป็นการลงทุนตามกระแส

ซึ่งในอีกโสตหนึ่งแล้วก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดผลกระทบจากการขาดแรงส่งของตลาดแรงงาน ตามที่ Brynjolfsson et al (2025) พบว่า AI จะช่วยยกผลิตภาพของแรงงานทักษะต่ำและมีประสบการณ์น้อยได้มากที่สุดถึง 36% ซึ่งเป็นการส่งเสริมการเติบโตอย่างทั่วถึงได้ บทบาทของ AI ในฐานะตัวช่วยสร้างความเท่าเทียม ดูจะเป็นความหวังมากกว่าการเป็นตัวฉุดจากการเลิกจ้างคน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในภาคเศรษฐกิจและอาจส่งผลลบกลับมาลดทอนความเข้มแข็งของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคได้ในที่สุด

ปิดท้ายด้วยปริศนาที่ Greenspan ชวนคิดในสุนทรพจน์ปี 1995 ที่ว่า “คุณจะเห็นคอมพิวเตอร์อยู่ทุกที่ ยกเว้นในสถิติผลิตภาพ” สอดคล้องกับ Solow’s Computer Paradox เช่นเดียวกับที่เราเห็น AI อยู่ทุกที่ยกเว้นใน GDP ซึ่งแม้ท่านปรมาจารย์จะไม่เห็นตัวเลขในวันนั้น แต่การรับฟังเสียงจริงในโลกเศรษฐกิจและด้นสดจังหวะขับเคลื่อนนวัตกรรม ยังคงเป็นอมตะและเป็นมรดกทางความคิดที่มีคุณค่ายิ่งในบริบทปัจจุบัน

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลที่ทำงานร่วมกับ Gen AI และกลั่นกรองร้อยเรียงทุกถ้อยคำโดยมนุษย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI ประวัติศาสตร์ วิกฤต