ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
ลุ้นค่าไฟงวดใหม่ ก.ย.-ธ.ค. 2569 กกพ.เปิด 4 ทางเลือก อัตรา 3.95-4.73 บาทต่อหน่วย โดยทางเลือกที่ตรึงค่าไฟไว้ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ต้องนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) กว่า 1.61 หมื่นล้านบาท มาช่วยลดภาระประชาชน ขณะที่ กฟผ. ยังแบกรับต้นทุนคงค้างกว่า 3.12 หมื่นล้านบาท ก่อนเปิดรับฟังความเห็น 13-20 ก.ค.นี้ เพื่อนำไปสู่การประกาศอัตราค่า Ft อย่างเป็นทางการ
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า กกถ.เปิดรับฟังความคิดเห็นการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569
โดยเสนอทางเลือก 4 กรณี ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) อยู่ระหว่าง 3.95-4.73 บาทต่อหน่วย ก่อนรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาประกาศอัตราค่าไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งการคำนวณค่า Ft รอบใหม่ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง ทั้งราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาพลังงานในตลาดโลก และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
แม้ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงปลายปีจะลดลงตามฤดูกาล แต่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ายังคงเพิ่มขึ้น ทำให้ต้องพิจารณาหาแนวทางสร้างสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าและฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน
สำหรับทางเลือกที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย
กรณีที่ 1 ค่าไฟเฉลี่ย 4.73 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นการคิดตามสูตรต้นทุนเต็ม พร้อมทยอยคืนภาระต้นทุนคงค้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 31,268 ล้านบาท ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2569 ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากงวดปัจจุบัน
กรณีที่ 2 ค่าไฟเฉลี่ย 4.25 บาทต่อหน่วย ตามข้อเสนอของ กฟผ. โดยสะท้อนเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงในงวดใหม่ ขณะที่ กฟผ.ยังคงรับภาระต้นทุนคงค้างไว้ ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 8%
กรณีที่ 3 ค่าไฟเฉลี่ย 4.20 บาทต่อหน่วย เป็นการปรับลดต้นทุนก๊าซธรรมชาติ (Pool Gas) ตามแนวนโยบายของกระทรวงพลังงาน ด้วยการลดราคา Spot LNG ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงและค่าไฟเพิ่มขึ้นประมาณ 6% โดย กฟผ.ยังคงรับภาระต้นทุนคงค้างเช่นเดิม
ส่วน กรณีที่ 4 ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทำให้ค่าไฟ คงเดิมที่ 3.95 บาทต่อหน่วย เป็นการปรับลดต้นทุนก๊าซธรรมชาติควบคู่กับการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) ประมาณ 16,127 ล้านบาท** มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน ขณะที่ กฟผ.ยังคงรับภาระต้นทุนคงค้างจำนวน 31,268 ล้านบาทไว้ต่อไป
ปัจจุบัน กฟผ.ยังคงมีภาระต้นทุนคงค้างจากการรับภาระค่าเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงานเหลือ 31,268 ล้านบาท โดย กกพ.ระบุว่าจะพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งต้นทุนเชื้อเพลิง ภาระต้นทุนคงค้าง และผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อให้การกำหนดค่าไฟสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ควบคู่กับการดูแลค่าครองชีพของประชาชนและรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว
ทั้งนี้ กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ระหว่างวันที่ 13-20 กรกฎาคม 2569 ก่อนนำข้อคิดเห็นทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาและประกาศอัตราค่า Ft สำหรับงวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 อย่างเป็นทางการ