เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
Economic ITD ชี้ ไทยขึ้นแท่นจุดเชื่อมอาเซียนยุคใหม่ EV-ชิป-ฮาลาล-ดิจิทัล-เศรษฐกิจสีเขียว 
วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
Politics วราวุธ ลั่นล้างบางขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมเถื่อน
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
Finance SET วันนี้แกว่ง 1,610-1,630 จุด ชู DELTA-HANA-KCE รับแรงส่งเซมิคอนดักเตอร์
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
นครินทร์ เผย ‘มีชัย’ เสียใจ กติกาเลือก สว. เป็นความผิดพลาดที่สุด
Politics นครินทร์ เผย ‘มีชัย’ เสียใจ กติกาเลือก สว. เป็นความผิดพลาดที่สุด
FETCO มองคุม Data Center ไม่ทำทุนต่างชาติหนี ชี้ไทยยังมีจุดแข็งดึงลงทุน
Finance FETCO มองคุม Data Center ไม่ทำทุนต่างชาติหนี ชี้ไทยยังมีจุดแข็งดึงลงทุน
วราวุธ​ รับชง ครม. เด้ง​ ‘ปลัดอุตฯ’ เข้าทำเนียบ เผยอนุทินไฟเขียว
Politics วราวุธ​ รับชง ครม. เด้ง​ ‘ปลัดอุตฯ’ เข้าทำเนียบ เผยอนุทินไฟเขียว
วีระ เสนอเบรกขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1-2 ปี เทียบบริษัทเอกชนในวิกฤติ
Politics วีระ เสนอเบรกขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1-2 ปี เทียบบริษัทเอกชนในวิกฤติ
ดูทั้งหมด

เปิดโปรไฟล์ “5 ตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.” แบไต๋ยุทธศาสตร์บริหารเมืองหลวง

09 มิ.ย. 2569 | 09:00น.
เปิดประวัติและนโยบาย 5 ตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.2569"


เมื่อโจทย์เมืองหลวงไม่ได้มีแค่เรื่อง “น้ำท่วม-รถติด” แต่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจปากท้องในศตวรรษใหม่ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนตรวจการบ้าน และแกะกล่องความคิด 5 ตัวเต็งขุนพลต่างสไตล์ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. 2569

ตั้งแต่แชมป์เก่าสายลุย ขุนพลเศรษฐกิจอินเตอร์ ด็อกเตอร์สายดิจิทัล ดาต้า นักวิชาการพลังงานภาคประชาชน ไปจนถึงอดีต ผบช.น. สายปราบโกง ร่วมเอกซเรย์ประวัติการศึกษา ประสบการณ์ระดับแถวหน้า และกลยุทธ์บริหารเมืองหลวงที่พร้อมงัดมาสู้ศึกเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ “น่าอยู่” สำหรับทุกคน

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แชมป์เก่าฉายา “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 เป็นคนกรุงเทพมหานครโดยกำเนิด เติบโตมาในครอบครัวที่มีพื้นฐานแน่นแฟ้นทั้งในมิติงานความมั่นคงและงานวิชาการ โดยเป็นบุตรชายของ พลตำรวจเอก เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และนางจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ (กุลละวณิชย์)

ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ นางปิยดา สิทธิพันธุ์ (ต่อมาได้แยกทางกัน) มีบุตรชาย 1 คน คือ “แสนดี” นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งมีความบกพร่องทางการได้ยินตั้งแต่กำเนิดและได้รับการผ่าตัดประสาทหูเทียม ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของชัชชาติในการก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองเพื่อสร้างสังคมที่มีสวัสดิการเท่าเทียม

ประวัติการศึกษา ระดับหัวกะทิ “เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง”

  • มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
  • ปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง คะแนนอันดับหนึ่งของรุ่น)
  • ปริญญาโท : สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สหรัฐอเมริกา และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ปริญญาเอก (Ph.D.) : สาขาวิศวกรรมโยธา จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ภายใต้ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล

ประสบการณ์ทำงาน : จากนักวิชาการ สู่ CEO อสังหาริมทรัพย์หมื่นล้าน
เริ่มต้นชีวิตในสายวิชาการในปี พ.ศ. 2538 เป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ต่อมาเป็นอดีตรองศาสตราจารย์และผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนผันตัวสู่ภาคเอกชนในฐานะ CEO บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) โชว์ฝีมือบริหารดันกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทะยานแตะ 3,800 ล้านบาท

เส้นทางการเมือง : อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ผลักดันยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งสายราง ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ “แลนด์สไลด์” คว้าชัยชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระด้วยคะแนนเสียงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,375,978 คะแนน

ยุทธศาสตร์นโยบายหลัก “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”

Advertisement

การเดินหน้าแผนเชิงรุก “เส้นเลือดฝอย” : เน้นแก้ปัญหาพื้นฐานรอบตัวประชาชนในตรอก ซอก ซอย เช่น ระบบท่อระบายน้ำเพื่อลดจุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง ซ่อมแซมและปรับปรุงทางเท้าให้รองรับ Universal Design (อารยสถาปัตย์) และการติดตั้งหลอดไฟ LED เพื่อความปลอดภัยในชุมชน

เมืองอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี : ยกระดับแพลตฟอร์ม “Traffy Fondue” ให้กลายเป็นศูนย์ปฏิบัติการรับเรื่องและแก้ไขปัญหาของประชาชนแบบ Real-Time พร้อมเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านนโยบาย Open Data เพื่อความโปร่งใส

ระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อ : บริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder) เช่น รถบัสไฟฟ้าขนาดเล็ก และเรือโดยสาร เพื่อเชื่อมต่อชุมชนเข้ากับสถานีรถไฟฟ้าสายหลัก พร้อมประสานงานแก้ไขปัญหาสัมปทานและหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่ออัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม

เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการกระจายงบประมาณ : ผลักดันเทศกาลสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ ตลอดทั้งปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมจัดสรรงบประมาณราว 5% พัฒนาชุมชนตนเองโดยตรง

อนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา บูรพชัยศรี มีชื่อเล่นว่า “เจมส์” เป็นสายบริหารธุรกิจระดับอินเตอร์ ขุนพลเศรษฐกิจผู้มุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างสู่สากล เขาเกิดเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2510 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นนักการเมืองและนักบริหารที่มีภาพลักษณ์ภูมิฐาน ลุกเชี่ยวชาญงานด้านเศรษฐกิจและการต่างประเทศ ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับ นางศิริพร บูรพชัยศรี ดำเนินธุรกิจและดูแลครอบครัวร่วมกันอย่างมั่นคง

ประวัติการศึกษา “สายวิศวกรรมและการบริหารการเงินต่างประเทศ

  • มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนอัสสัมชัญ (ศิษย์เก่ารุ่นเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล)
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย : วิทยาลัยเซเครทฮาร์ท (Sacred Heart College) ประเทศออสเตรเลีย
  • ปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมกลการ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด (University of Adelaide) ประเทศออสเตรเลีย
  • ปริญญาโท (2 ใบ ): สาขาวิทยาศาสตร์การบริหาร จากมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา และด้านการเงินเชิงปริมาณ (Quantitative Finance) จากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ (University of Westminster) ประเทศอังกฤษ

ประสบการณ์ทำงาน “จากภาคอุตสาหกรรม สู่โฆษกรัฐบาลยุคเปลี่ยนผ่าน”

ก่อนเข้าสู่แวดวงการเมือง อนุชามีประสบการณ์ยาวนานในภาคธุรกิจเอกชน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลหนักและการนำเข้าเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทธุรกิจของครอบครัว ทำให้มีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับการบริหารจัดการต้นทุน โลจิสติกส์ และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ด้านเส้นทางการเมือง เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร (สส.กทม.) เขตเลือกตั้งที่ 2 (เขตปทุมวัน สาทร ราชเทวี) ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2550 ต่อมาในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญคือ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (2 สมัย) และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานสื่อสารมาตรการเศรษฐกิจระดับประเทศ และได้ดำรงตำแหน่ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเวลาต่อมา ยึดมั่นแนวคิดนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมหานคร

วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์นโยบายหลัก “อนุชา บูรพชัยศรี”

ยุทธศาสตร์ “สะดวก” : นำระบบ AI มาบริหารโครงข่ายสัญญาณไฟจราจรเพื่อลดปัญหาคอขวด เร่งรัดโครงการทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) เชื่อมต่อย่านเศรษฐกิจและการค้า และเปลี่ยนผ่านงานบริการของรัฐสู่ระบบ One-Stop Service บนสมาร์ทโฟนเพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติทางธุรกิจ

ยุทธศาสตร์ “สะอาด” : มุ่งจัดการฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ผ่านมาตรการจัดโซนนิ่งเขตมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ในพื้นที่ไข่แดงชั้นใน ส่งเสริมการใช้รถบัสสาธารณะพลังงานไฟฟ้า 100% ปฏิรูประบบการจัดเก็บขยะแยกประเภท และเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะขนาดเล็ก (Pocket Park) ในเขตหนาแน่น

ยุทธศาสตร์ “สบาย” : ขับเคลื่อนยกระดับรายได้ผ่านแนวคิด “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 50 เขต” ส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดกลุ่ม Digital Nomad และนักลงทุนต่างชาติให้ตั้งสำนักงานภูมิภาค พร้อมยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขให้มีมาตรฐานเทียบเท่าโรงพยาบาลเอกชน

การประสานงานไร้รอยต่อระหว่างส่วนท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง : ชูจุดเด่นความคุ้นเคยกับระบบราชการส่วนกลางเพื่อประสานงานแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างใหญ่ เช่น การจัดการปัญหาน้ำท่วมระบบลุ่มน้ำภาคกลาง การเชื่อมโยงโครงสร้างรถไฟฟ้า และการบริหารทรัพย์สินของรัฐบาลเพื่อสาธารณประโยชน์

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

ดร.ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” ขุนพลสายเทคโนโลยีและดาต้า ผู้มุ่งมั่นปฏิรูปโครงสร้างเมืองด้วยระบบดิจิทัล เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2524 ปัจจุบันอายุ 45 ปี เขาเกิดและเติบโตในย่านตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่สายเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการฟินเทคและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสากล

ประวัติการศึกษา “ด็อกเตอร์สายตรงด้านวิทยาการสารสนเทศจากญี่ปุ่น

  • มัธยมศึกษา : โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (รุ่น OSK119)
  • ปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกียรตินิยมอันดับ 1)
  • ปริญญาโท-เอก : ด้านวิทยาการสารสนเทศ (Information Science) จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งประเทศญี่ปุ่น ( JAIST)

ประสบการณ์ทำงาน : จากนักวิจัยระดับโลกสู่ผู้เชี่ยวชาญฟินเทค ธปท.

ดร.โจ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นวิศวกรโครงข่ายให้กับบริษัทเทคโนโลยีพลังงานระดับโลก Schlumberger Overseas S.A. จากนั้นทำงานวิจัยเชิงลึกเป็นนักวิจัยอาวุโส ณ ห้องปฏิบัติการวิจัยกลางของบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มุ่งเน้นระบบความปลอดภัยเครือข่ายและระบบประมวลผลคลาวด์

หลังกลับประเทศไทย ได้เข้าร่วมงานกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นานกว่า 10 ปี ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอาวุโสกลุ่มงานยุทธศาสตร์เทคโนโลยีทางการเงิน มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมฟินเทค และการพัฒนาระบบบาทดิจิทัล (CBDC) นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษา (Advisor) ณ ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (BIS) Innovation Hub ประเทศสิงคโปร์ (พ.ศ. 2563-2564) ก่อนเข้าสู่ถนนการเมืองในฐานะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ยุทธศาสตร์นโยบายหลัก ดร.โจ

ยุทธศาสตร์ “หาเลี้ยงครอบครัวง่าย” : ปฏิรูประบบจัดหางานและพื้นที่ค้าขายผ่านแพลตฟอร์มจับคู่แรงงานและการฝึกทักษะใหม่ (Reskill) รองรับเศรษฐกิจดิจิทัล จัดสรรพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ใต้ทางด่วนให้เป็นตลาดชุมชนถาวรต้นทุนต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย

ยุทธศาสตร์ “ค้าขายง่าย” : ชูแนวคิดทลายระบบเงินใต้โต๊ะ ปรับเปลี่ยนระบบการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ ร้านอาหาร และการก่อสร้างให้อยู่บนระบบออนไลน์ 100% มีกรอบเวลาพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อขจัดระบบเตะถ่วงและเรียกรับผลประโยชน์

ยุทธศาสตร์ “เดินทางง่าย” : นำระบบ Big Data และเทคโนโลยี Digital Twin (แบบจำลองเมืองดิจิทัล) มาใช้คำนวณและควบคุมการปล่อยสัญญาณไฟจราจรตามความหนาแน่นจริง พัฒนา Covered Walkway ทางเท้าที่มีหลังคากันแดดฝนเชื่อมต่อระบบรางอย่างปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ “ใช้ชีวิตง่าย” : ปฏิรูปโรงกำจัดขยะใจกลางเมืองให้เป็นระบบปิดตามหลักสุขอนามัยสากล เพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวที่เข้าถึงได้ในระยะเดิน 15 นาที และพัฒนาระบบการแพทย์ปฐมภูมิผ่านแอปพลิเคชั่น Telemedicine เชื่อมต่อศูนย์บริการสาธารณสุขเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี

ดร.หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี หรือ “หม่อมกร” นักวิชาการอิสระสายพลังงานและสิทธิประชาชน ผู้มุ่งปฏิรูปโครงสร้างปากท้องคนเมือง เกิดในตระกูลขุนนางและข้าราชการเก่าแก่ เป็นบุตรชายของ หม่อมราชวงศ์ศุภวัฒน์ เกษมศรี นักประวัติศาสตร์ชื่อดังของไทย และนางดวงใจ เกษมศรี ณ อยุธยา ถือเป็นหนึ่งในนักวิชาการอิสระที่มีบทบาทโดดเด่นจากการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรมเกี่ยวกับโครงสร้างราคาพลังงาน (น้ำมันและแก๊สหุงต้ม) และการพิทักษ์ผลประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

ประวัติการศึกษา “รัฐประศาสนศาสตร์จากฮาร์วาร์ดและสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์

  • ปริญญาตรี : คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ปริญญาโท : สาขารัฐประศาสนศาสตร์ (Master of Public Administration : MPA) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) สหรัฐอเมริกา
  • ปริญญาเอก : ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์ทำงาน : จากผู้เชี่ยวชาญการเงิน สู่ขุนพลปฏิรูปพลังงานภาคประชาชน

หม่อมกรเริ่มต้นทำงานในภาคสถาบันทางการเงิน รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทพลังงานเอกชนและอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย บทบาทสำคัญที่ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ การดำรงตำแหน่งอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา และเป็นนักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ตลอดจนการเป็นแกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานไทย

เขามีบทบาทเด่นในการวิเคราะห์และขับเคลื่อนนโยบายเชิงโครงสร้างราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ เพื่อพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริโภค ปัจจุบันมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายวิชาการภาคประชาชนร่วมกับผู้นำความคิดทางสังคม นำเสนอยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาปากท้องเชิงโครงสร้าง

ยุทธศาสตร์นโยบายหลักของหม่อมกร

ยุทธศาสตร์ “SAVE ปากท้อง” – ลดต้นทุนพลังงานและค่าเดินทาง : เสนอนโยบายจัดตั้งกองทุนพลังงานชุมชน ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือนและอาคารพาณิชย์โดยมีภาครัฐสนับสนุนงบประมาณหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อลดค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันนโยบายค่าตั๋วร่วมขนส่งมวลชนราคาเดียว (Flat Rate)

ยุทธศาสตร์ “SAVE สิ่งแวดล้อม” – จัดการฝุ่น PM 2.5 และขยะเชิงพาณิชย์ : เพิ่มมาตรการตรวจจับและปรับจริงอาคารสูงและเขตก่อสร้างที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน EIA ควบคุมการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม และปรับปรุงระบบจัดเก็บขยะโดยนำไปแปรรูปเป็นพลังงานสะอาด (Waste-to-Energy) ระบบปิดสมบูรณ์

ยุทธศาสตร์ “SAVE พื้นที่ทำกิน” – ปฏิรูปหาบเร่แผงลอยด้วยระบบสวัสดิการ : จัดระเบียบและยกระดับสู่ Premium Street Food ในจุดท่องเที่ยวสำคัญ ติดตั้งระบบน้ำดี-น้ำเสียสากล ขึ้นทะเบียนผู้ค้าให้อยู่ในระบบภาษีท้องถิ่นอัตราต่ำ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบโดยไม่ต้องเผชิญกับการเรียกรับผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้อง

ความโปร่งใสในระบบสัมปทาน : เสนอให้มีการเปิดเผยรายละเอียดสัญญาและตรวจสอบสัญญาสัมปทานขนาดใหญ่ของรัฐทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสัญญารถไฟฟ้า สัญญาจัดเก็บขยะ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อความโปร่งใสตามแนวทางสากล

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช

พลตํารวจโท ชาญเทพ เสสะเวช มีชื่อเล่นว่า “ตู่” อดีต ผบช.น. สายความมั่นคงผู้เด็ดขาด เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2500 ปัจจุบันอายุ 68 ปี เกิดที่ย่านแยกบ้านแขก จังหวัดธนบุรี (เดิม) เป็นอดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีประวัติการทำงานในสายปราบปรามและสืบสวนสอบสวนมาอย่างยาวนาน ขึ้นชื่อเรื่องสไตล์การทำงานที่เด็ดขาดและตรงไปตรงมา

ประวัติการศึกษา “นายร้อยตำรวจสายตรงปราบปราม”

  • ปริญญาตรี : รัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิต จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 36 (นรต.36)
  • ปริญญาโท : ด้านบริหารงานยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มพูนทักษะการบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่

ประสบการณ์ทำงาน จากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สู่หัวหน้าทีมทุบทุจริต

เส้นทางการทำงานเติบโตในสายงานหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาโดยตลอด ผ่านตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7), ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในเมืองหลวงคือ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ดูแลความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด ทำให้มีความเข้าใจโครงสร้างพื้นที่ ปัญหาอาชญากรรม และการจราจรอย่างลึกซึ้ง

หลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารกิจการและปัญหาการทุจริต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่ตรวจสอบปมทุจริตภายในองค์กรจนเป็นข่าวดังในสังคม ต่อมาได้ก้าวเข้าสู่งานการเมืองเต็มตัว โดยเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคไทยภักดี มุ่งเน้นการนำประสบการณ์สายปราบปรามและตรวจสอบมาใช้ปฏิรูประบบราชการส่วนท้องถิ่น

วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์นโยบายหลัก พล.ต.ท.ชาญเทพ

ยุทธศาสตร์ “ปฏิบัติการ ทุบ! คอร์รัปชั่น” : ถอดโมเดลจากการตรวจสอบทุจริตระดับชาติ มาใช้เสนอตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบย้อนหลังการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ ระบบการบริหารตลาด และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม บังคับใช้มาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับส่วยหรือผลประโยชน์

ยุทธศาสตร์ “เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง” : เชื่อมโยงระบบกล้อง CCTV ทั่วเมืองเข้าสู่ศูนย์บัญชาการกลางและใช้ระบบ AI ในการตรวจจับพฤติกรรมเสี่ยงอาชญากรรม เพิ่มไฟส่องสว่างในจุดอับ และจัดตั้งหน่วยสายตรวจชุมชนร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและตำรวจพื้นที่เพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและปัญหายาเสพติด

ยุทธศาสตร์ “จัดระเบียบจราจรและวินัยเมืองเด็ดขาด” : บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด แก้ไขปัญหารถจอดกีดขวางบนถนนสายรองที่เป็นสาเหตุของรถติด ปรับปรุงทางม้าลายให้มีความปลอดภัยสูงด้วยสัญญาณไฟอัจฉริยะ และจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างรถสาธารณะให้อยู่ในระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบสิทธิได้ง่าย

ยุทธศาสตร์ “ชุมชนเข้มแข็งและสวัสดิการพื้นฐาน” : สนับสนุนงบประมาณจัดตั้งศูนย์กีฬาและลานกิจกรรมต้านยาเสพติดในชุมชนหนาแน่น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบรรเทาสาธารณภัยและดับเพลิง ให้สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุในซอยแคบได้อย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์และรถดับเพลิงขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูง