เปิดวิกฤตสุขภาพสงฆ์ไทย เสี่ยง NCDs-ปอดอักเสบครองแชมป์มรณภาพ 3 ปีซ้อน
พระสงฆ์ไทยเผชิญวิกฤตสุขภาพเงียบ เสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสูงถึง 78% ขณะที่โรคปอดอักเสบกลายเป็นสาเหตุมรณภาพอันดับ 1 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน สสส. เร่งแก้ปัญหาด้วยการนำร่องถนนตักบาตรลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม
สถานการณ์สุขภาพพระสงฆ์ไทยกำลังอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลว่าพระสงฆ์มีความเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สูงถึง 78% โดยตัวเลขผู้ป่วยนอกที่เป็นพระสงฆ์และสามเณรพุ่งสูงต่อเนื่องถึง 7.3-7.4 แสนรายต่อปีในช่วงปี 2566-2567 ซึ่งกลุ่มอายุ 60-69 ปี เข้ารับบริการมากที่สุดกว่า 5.4 แสนราย
ข้อมูลยังชี้ว่าโรคความดันโลหิตสูงครองอันดับ 1 ของโรคที่พระสงฆ์เข้ารักษาแบบผู้ป่วยนอกทั่วประเทศต่อเนื่องในช่วงปี 2565-2567 ขณะที่ผลตรวจคัดกรองพบพระสงฆ์มีไขมันในเลือดสูงเกินมาตรฐานถึง 55% และมีภาวะอ้วนสะสมสูงถึง 44% ที่น่าตกใจกว่านั้นคือกลุ่มเสี่ยงเบาหวานเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 7.92% ในปี 2565 เป็น 18.60% ในปี 2568
เมื่อโรคเหล่านี้ไม่ได้รับการควบคุม จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทั้งเบาหวาน สมองขาดเลือด และหัวใจล้มเหลว จนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล และที่น่ากังวลที่สุดคือ “โรคปอดอักเสบ” ได้กลายเป็นสาเหตุการมรณภาพอันดับ 1 ของพระสงฆ์ไทยติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน (2565-2567)
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พระสงฆ์เจ็บป่วยมาจาก “การทานอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็มเกินความเหมาะสม” ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอาหารที่ญาติโยมนำมาตักบาตรถวายในแต่ละวัน สะท้อนว่าวัฒนธรรมการทำบุญตักบาตรที่ทำกันมานาน อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพพระสงฆ์โดยไม่รู้ตัว
“การแก้ปัญหาสุขภาวะพระสงฆ์ที่ยั่งยืน ต้องอาศัยการผนึกกำลังของวัด ชุมชน และร้านค้า เพื่อร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตั้งแต่การสร้างความรู้ด้านโภชนาการให้กับพระสงฆ์ ญาติโยมที่เลือกอาหารในการตักบาตร และร้านค้าที่ปรับสูตรอาหาร”
ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงได้ริเริ่มนำร่องพื้นที่ต้นแบบ “ถนนตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” บริเวณถนนไกรสีห์ เขตพระนคร ใกล้วัดบวรนิเวศวิหาร วัดชนะสงคราม และวัดสังเวชวิศยาราม ชักชวนร้านค้าในย่านปรับสูตรอาหารให้ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มผัก พร้อมติดป้ายสัญลักษณ์ให้ประชาชนเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

ด้าน ตุ้ย-นฤมล ยมนาค ผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ถนนไกรสีห์ เล่าว่า หลังจากได้รับคำแนะนำจาก สสส. ทำให้เข้าใจว่า ร้านค้าไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่เรายังมอบสุขภาพที่ดีให้พระสงฆ์ได้ผ่านอาหารที่ร้านให้บริการ
จึงปรับสูตรอาหารลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเพิ่มสัดส่วนผัก ซึ่งได้รับผลตอบรับดี มีพุทธศาสนิกชนสนใจสอบถามและเลือกซื้อเมนูสุขภาพไปใส่บาตรมากขึ้นเมื่อเข้าใจวัตถุประสงค์
สสส. ตั้งเป้าขยายผลโมเดลนี้ไปยังวัด ชุมชน และตลาดสดทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงต่อไป พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนไทยเริ่มต้นปรับพฤติกรรมการทำบุญตักบาตรได้ง่าย ๆ ด้วยหลัก “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” เพื่อดูแลสุขภาพพระสงฆ์ไทยอย่างยั่งยืน

