การบินไทยเปิดเกมยุโรป ลุยเดย์ไฟลต์ 7 เที่ยว รับไฮซีซั่น
การบินไทยเปิดเกมรุกตลาดยุโรป เตรียมเพิ่มเที่ยวบินกลางวันเข้ายุโรปอีก 7 เที่ยวบิน ในตารางบินฤดูหนาวที่จะเริ่มปลายเดือนตุลาคมนี้ เสริมทัพเที่ยวบินกลางคืนเดิม ขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัมทำผลงานเกินคาด ขาออกพุ่งแตะกว่า 90%
กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เส้นทางบินตรงกรุงเทพฯ-อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเปิดให้บริการในช่วงที่ผ่านมา มีสัญญาณที่ดีมาก โดยอัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารในเที่ยวบินขาออกจากอัมสเตอร์ดัมอยู่ที่ระดับกว่า 90% ขณะที่เที่ยวบินขาออกจากประเทศไทยในช่วงแรกยังเบาบาง เนื่องจากลักษณะ inbound-outbound traffic ที่ยังไม่สมดุล แต่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องทั้งในส่วนของสินค้า (cargo) และผู้โดยสาร ทั้งนี้อัมสเตอร์ดัมถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ 12 ในทวีปยุโรปที่การบินไทยทำการบิน
สำหรับตารางบินฤดูหนาวที่จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป การบินไทยมีแผนเพิ่มเที่ยวบินเข้าสู่ยุโรป โดยจะเพิ่มเที่ยวบินกลางวัน (day flight) รวม 7 เที่ยวบิน ควบคู่ไปกับเที่ยวบินกลางคืน (night flight) เดิมที่ยังแข็งแรงอยู่ นายกิตติพงษ์อธิบายว่าการเพิ่มออปชั่นเที่ยวบินกลางวันเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของสถานะ hub การบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ และเพิ่มโอกาสในการเชื่อมต่อผู้โดยสารจากกลุ่มประเทศ CLMV สิงคโปร์ และมาเลเซีย
เที่ยวบินกลางวันที่เพิ่มขึ้นออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้โดยสาร 2 กลุ่มหลัก คือ นักธุรกิจ ที่สามารถออกเดินทางจากไทยตอนกลางวันไปถึงยุโรปตอนเย็น เข้าพักและเริ่มทำงานได้ทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้น แทนที่จะต้องเสียเวลาทำงานครึ่งวันเพื่อเดินทาง และ นักท่องเที่ยว ที่สามารถใช้เวลาที่ยุโรปได้เต็มวันก่อนเดินทางกลับตอนกลางคืน หรือใช้เวลาที่ประเทศไทยได้เต็มวันก่อนออกเดินทางไปถึงยุโรปตอนเช้า
บริหาร 3 ด้าน
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อธุรกิจการบิน นายกิตติพงษ์ระบุว่า การบินไทยยึดหลักการบริหาร 3 ด้าน นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้แก่ Capacity Discipline วินัยในการจัดกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการ, Pricing Discipline วินัยในการกำหนดราคา โดยเน้นที่ yield หรือคุณภาพของรายได้มากกว่าการไล่ตาม load factor เพียงอย่างเดียว
เนื่องจากสายการบินหลายแห่งที่มุ่งเน้น load factor สูงแต่ yield ต่ำ ท้ายที่สุดจะทำให้ผลประกอบการไม่แข็งแรง และ Traffic Discipline การบริหารสัดส่วนผสมผสานระหว่างผู้โดยสารแบบ point-to-point (จบที่ประเทศไทย) และผู้โดยสารแบบ network traffic (ต่อเครื่องผ่านประเทศไทย) ให้เหมาะสมกับแต่ละเส้นทางและช่วงเวลา
นายกิตติพงษ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ฝ่ายบริหารรายได้ทำหน้าที่เป็นเสมือน gate keeper คอยปรับราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลอดเวลา โดยในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง การปรับราคาให้สอดคล้องยังทำได้อย่างจำกัด แต่เมื่อแนวโน้มราคาน้ำมันเริ่มลดลง การบินไทยก็ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันแม้จะมีการปรับราคาลง ราคาที่ขายก็ยังคงสูงกว่าต้นทุนเสมอ
ในด้านการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน นายกิตติพงษ์ระบุว่าหน่วยงานที่ดูแลความเสี่ยงด้านน้ำมันมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทำงานร่วมกันระหว่างสายการพาณิชย์และสายการเงิน โดยใช้กลยุทธ์ Advance Purchase หรือการขายตั๋วล่วงหน้าระยะไกลในราคาที่ต่ำกว่า เพื่อสร้าง secure advance booking เข้ามาก่อน ซึ่งจะช่วยให้การบินไทยสามารถบริหารจัดการระบบสินค้าคงคลัง (inventory) และการควบคุมราคา (pricing control) ได้ดีขึ้นเมื่อใกล้วันเดินทาง
แบ่งพฤติกรรมนักเดินทางเป็น 3 กลุ่ม
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อกำลังซื้อจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว นายกิตติพงษ์อธิบายว่า เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต พฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารมักแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มเสมอ ได้แก่ Mandatory Travel กลุ่มผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเดินทางไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่น นักธุรกิจ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังคงอยู่แม้ตลาดจะเล็กลง
ถัดมาคือ Flexible Traveler กลุ่มที่เดินทางแบบยืดหยุ่น พร้อมจ่ายแต่รอดูสถานการณ์ก่อน ทำให้การจองตั๋ว (booking) เข้ามาช้าลง และ iscretionary Traveler กลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแต่อ่อนไหวต่อสถานการณ์มากที่สุดและหายไปเร็วที่สุดเมื่อเกิดวิกฤต
“สำหรับกลุ่มที่มีความอ่อนไหวสูงและมีขนาดใหญ่ การบินไทยเลือกที่จะไม่นำราคาไปแข่งขันในทุกเส้นทาง เพราะอาจทำให้ผลประกอบการโดยรวมเสียหาย แต่จะเลือกแข่งขันเฉพาะเส้นทางที่มีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น”
ส่วนคำถามเรื่องผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลต่อการเดินทางในช่วงครึ่งปีหลัง นายกิตติพงษ์กล่าวว่ายังไม่สามารถประเมินตัวเลขผลกระทบที่ชัดเจนได้ และยังไม่เห็นผลกระทบที่รุนแรงในขณะนี้ โดยยอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบในระดับหนึ่งตามธรรมชาติของพฤติกรรมผู้บริโภคที่มักระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นในภาวะวิกฤต แต่ ณ ปัจจุบันตัวเลข Advance Booking ของการบินไทยยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี
สำหรับประเด็นเรื่องภาพลักษณ์ประเทศไทยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติในการเดินทางเข้าประเทศ นายกิตติพงษ์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่าตนไม่ใช่นักท่องเที่ยวจึงไม่สามารถให้ความเห็นแทนได้ และขอกล่าวถึงเฉพาะในส่วนของการให้บริการของการบินไทยเท่านั้น