สมศ.เปิดเวทีประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “2025 ONESQA Forum” ระดมภาคีทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยด้วยกลไกการประเมิน
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. จัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ “2025 ONESQA Forum” เพื่อประกาศเจตนารมณ์สำคัญในการปฏิวัติบทบาทขององค์กร ที่เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ตัดสินคุณภาพ” ไปสู่การเป็น “ผู้ผลิตข้อมูลคุณภาพ” ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน
เวทีนี้จึงเป็นหมุดหมายที่รวมพลังจากทุกภาคส่วนในวงการการศึกษา เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยกลไกการประเมินคุณภาพภายนอก
การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1 (2025 ONESQA Forum) ภายใต้หัวข้อ “Beyond Assessment : Driving Educational Change-ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยด้วยกลไกการประเมิน” มีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้แทนหน่วยงานต้นสังกัด ผู้บริหารองค์กรภาครัฐและเอกชน คณะกรรมการและที่ปรึกษาของ สมศ.
นับเป็นเวทีสำคัญที่รวมพลังจากทุกภาคส่วนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวไกลและยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ นัยพัฒน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า การจัดประชุมในครั้งนี้เป็นเวทีนโยบายสาธารณะ (ONESQA Public Forum) ที่จัดขึ้นเพื่อประกาศเจตนารมณ์ “ก้าวใหม่ของการประเมินคุณภาพ” ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทของ สมศ. จาก “ผู้ตัดสินคุณภาพ” ไปสู่การเป็น “ผู้ผลิตข้อมูลคุณภาพ”
สะท้อนสภาพจริงของระบบการศึกษาไทย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้เป็นฐานในการกำหนดนโยบายเชิงระบบได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
พร้อมย้ำว่า “การประเมินคือเครื่องมือเพื่อการพัฒนา มิใช่ภาระของสถานศึกษา”
ศาสตราจารย์ ดร.องอาจ ยังได้บรรยายในหัวข้อ “จากข้อมูลสู่การขับเคลื่อนคุณภาพ : วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และเครื่องมือใหม่ของ สมศ.” โดยชี้ให้เห็นว่า สมศ.กำลังก้าวสู่การเป็น Data-Driven Organization ที่ใช้สารสนเทศจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อเสนอแก่ผู้กำหนดนโยบายระดับสูง (Policy Makers) และใช้ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังพัฒนา กรอบการประเมินการศึกษา 5.0 ที่มุ่งให้ผู้ประเมินภายนอกทำหน้าที่เป็น “ที่ปรึกษา” หรือ “โค้ช” มากกว่าการตัดสิน

พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก สร้าง Dashboard Interactive เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมการศึกษาได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน
สำหรับข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากผลการประเมินคุณภาพภายนอกจะถูกนำเสนอในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายเห็นถึงจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาในระบบการศึกษา และสามารถออกแบบนโยบายที่ตอบโจทย์ตามบริบทจริงได้อย่างแท้จริง
การประชุมนี้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าเชิงนโยบายและศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวก จากข้อมูลที่ สมศ.ได้รวบรวมและวิเคราะห์ โดยมุ่งเปลี่ยนผลการประเมินให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาอย่างมีทิศทาง เชื่อมโยงกลไกการประเมินภายในและภายนอกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมคุณภาพและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในทุกระดับของระบบการศึกษาไทย