ม.กรุงเทพย้ายน.ศ.ไปรังสิต ปั้น”กล้วยน้ำไท”สู่ธุรกิจใหม่

ม.กรุงเทพย้าย น.ศ.ป.ตรี-โท-เอก นานาชาติเรียนรังสิต ชูการเรียนข้ามสาขาวิชา และข้ามคณะเป็นจุดแข็ง ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ดันพื้นที่กล้วยน้ำไทสู่ city campus รับหลักสูตรระยะสั้น, ประกาศนียบัตร สู่ศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต “เพชร” ปฏิเสธไม่ขายที่ดิน 27 ไร่ บริเวณกล้วยน้ำไท เดินหน้าพัฒนาธุรกิจการศึกษาต่อ

นายเพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยกรุงเทพอยู่ระหว่างการพัฒนาวิทยาเขตกล้วยน้ำไท หรือ city campus ให้เป็นศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมสร้างสรรค์ ไปพร้อมกับการตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง ที่มีทั้งหลักสูตรที่ไม่ได้รับปริญญาบัตร (nondegree) หลักสูตรระยะสั้น (short course) รวมถึงหลักสูตรระดับผู้บริหารระดับสูง (executive course) โดยใช้จุดแข็งที่มีอยู่ คือ “ทำเลที่ตั้ง” เชื่อมโยงทั้งระบบขนส่งรถไฟฟ้าสถานีเอกมัย รวมไปจนถึงใกล้เคียงกับการท่าเรือ เขตคลองเตย ที่คาดว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาเพิ่มเติมด้วย

ดังนั้น สิ่งที่จะต้องดำเนินการช่วงนี้คือ การย้ายนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และหลักสูตรนานาชาติ มารวมไว้ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต (Rangsit Campus) แทน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบครบวงจร (integrated learning ecosystem) เนื่องจากวิทยาเขตรังสิตมีจุดแข็งที่นอกจากการเรียนการสอนที่ครบวงจรแล้ว ยังมีความพร้อมด้านอุปกรณ์ที่ทันสมัย ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่สอดรับกับโครงการ iFIT บัณฑิตพันธุ์ใหม่ที่เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งสร้างบัณฑิตผู้มีทักษะรอบด้าน จนทำให้นักศึกษาสามารถเรียนข้ามศาสตร์ ข้ามสาขาวิชา และข้ามคณะได้ตามที่ต้องการ พร้อมกับสามารถแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้แก่กันในหลากหลายมิติอีกด้วย


“ต้องยอมรับว่าโลกปัจุบันเป็นยุคดิจิทัลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า disruption ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่วงการศึกษาที่ต่างเผชิญกับภาวะดังกล่าวเช่นกัน ฉะนั้น สิ่งสำคัญที่ควรทำคือ เราควร disrupt ตัวเอง ก่อนที่จะให้คนอื่นมา disrupt เรา สิ่งที่กำลังเดินหน้าอยู่นี้จึงถือเป็นกลยุทธ์ และนโยบายที่สำคัญ และเรายังยืนยันในจุดยืนเดิมคือ ความเป็น creative university เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม และเทคโนโลยี ซึ่งเราคิดว่าเดินมาถูกทางแล้ว”

นายเพชรกล่าวเสริมว่า ต่อจากนี้ city campus ยังจะรองรับการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบใหม่ ๆ อาทิ เช่น ศิลปะสาธารณะเชิงสร้างสรรค์ (creative street art) การจัดแสดงนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์ (creative innovation showcases) การจัดพื้นที่ทำงานร่วมของคนรุ่นใหม่ (coworking space) และธุรกิจใหม่เชิงสร้างสรรค์ (creative startup) เพื่อผู้คนทุกเพศทุกวัยได้เข้าถึงการศึกษา และสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรม และมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ lifelong learning center อีกด้วย

ผุดธุรกิจใหม่-ไม่ขายกล้วยน้ำไท

นายเพชรกล่าวอีกว่า สำหรับการย้ายนักเรียน-นักศึกษาจากกล้วยน้ำไทไปวิทยาเขตรังสิตนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2563 ซึ่งหลังจากนั้นจะเกิดพื้นที่ที่ไม่มีการใช้ประโยชน์รวมกว่า 27 ไร่ เราจึงเตรียมพัฒนาธุรกิจใหม่ (new business mode) ทั้งที่สอดรับกับธุรกิจการศึกษาที่มีอยู่ และธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การศึกษา แต่สามารถสร้างรายได้ และรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยเบื้องต้นจะเน้นการลงทุนด้วยตัวเองเป็นหลักก่อน

ทั้งนี้ นายเพชรกล่าวถึงกรณีที่มีกระแสนักลงทุนแสดงความสนใจขอซื้อที่ดินของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจอื่นทดแทนนั้น เขายืนยันว่า “ไม่มี” ขายที่ดิน หรือการซื้อกิจการของมหาวิทยาลัยกรุงเทพแต่อย่างใด ซึ่งในเบื้องต้นหากจะมีการลงทุนในพื้นที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เราจะเน้นลงทุนด้วยตัวเองเป็นหลัก ทั้งนี้ จะมีการลงทุนเพื่อปรับปรุงพัฒนาตึกเก่าที่เริ่มดำเนินการแล้วบางส่วน และคาดว่าจะปรับปรุงแล้วเสร็จในปี 2562 นี้

อนาคตมหา”ลัยต้องเล็กลง

สำหรับวงการการศึกษาไทยในอนาคตนั้น นายเพชรมองว่า การศึกษาไทยจะต้องเปิดกว้างมากขึ้น เพราะโลกเปลี่ยนไปอย่างมาก ฉะนั้น แต่ละสถาบันควรมีแนวทางที่ชัดเจนเป็นของตัวเอง ไม่มีประโยชน์อะไรที่ทุกคนจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงควรเพิ่มหลักสูตรที่เป็น nondegree, short course และประกาศนียบัตร หรือเรียนเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้จริงก็มีความสำคัญเช่นกัน ไม่ต่างจากการเรียนในระดับปริญญาตรี โท และเอก ซึ่งในระยะ 3-5 ปีต่อจากนี้ มหาวิทยาลัยจะมีขนาดเล็กลง (lean) เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

“ผมคิดว่าถ้าใครพยายามสร้างมหา”ลัยให้ใหญ่โตจะไปก่อน แต่ใครที่ไม่ยึดติดจะก้าวกระโดดต่อไปข้างหน้า เอาตัวรอดได้ ภาพของ ม.กรุงเทพก็เช่นกัน ผมไม่ได้อยากใหญ่ขึ้น และไม่ได้อยากเล็กลงกว่าเดิม ต้องแข็งแรง และลีน มีแต่กล้ามเนื้อที่ดี สมบูรณ์ เรากำลังหาจุดยืนที่พอเหมาะและกำลังดี และต่อไปเราจะเห็นการปิดสาขาวิชา การยุบ หรือควบรวมหลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งผมคิดว่าต่อไปคงจะเกิดขึ้น และผมก็หวังจะให้เป็นเช่นนั้น เพราะถ้าไม่เป็นก็จะไปไม่รอด หรืออาจจะมีทั้ง 2 อย่าง ซึ่งผมไม่ได้บอกว่า ทุกคนต้องทำแบบนั้น แต่ถ้ารวมกัน มิกซ์กัน อาจจะไปต่อได้

ทั้งนี้ “ผู้สื่อข่าว” รายงานว่า สำหรับการย้ายฐานการเรียนมาไว้รวมกันที่วิทยาเขตรังสิต ในหลักสูตรปริญญาตรี และหลักสูตรนานาชาติ ทุกหลักสูตรจะเรียนที่ Rangsit Campus ตลอดหลักสูตรตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 ขณะที่หลักสูตรปริญญาโท และเอกบางหลักสูตรจะเรียนที่ Rangsit Campus ตลอดหลักสูตรตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 ส่วนนักศึกษาปริญญาตรีรุ่นเข้าก่อนปีการศึกษา 2562 และนักศึกษาปริญญาโทรุ่นเข้าก่อนปีการศึกษา 2563 จะยังคงเรียนที่ city campus จนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร