จับตานโยบาย “การศึกษา” หลากหลาย..พรรคการเมืองไทย ก่อนสู้ศึกเลือกตั้ง’62

ใกล้วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 หลายพรรคการเมืองต่างลงพื้นที่หาเสียง ประกาศนโยบายเพื่อแก้ปัญหาด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การเกษตร สิ่งแวดล้อม รวมถึง นโยบายสำคัญที่ขาดไม่ได้ อย่างนโยบายด้านการศึกษา “มติชน” จึงถือโอกาสนี้รวบรวมนโยบายด้านการศึกษา ของพรรคการเมืองหลายๆ พรรคที่มีความโดดเด่น มานำเสนอ

เริ่มจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชูนโยบายการศึกษา 4.0 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน เตรียมพร้อมคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 ต้องทำให้ทุกคนมีโอกาส มีอนาคต ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยทำงาน สร้างโรงเรียนดี มีคุณภาพ ต่อยอดโครงการ 1 ตำบล 1 โรงเรียน ขยายโรงเรียนประชารัฐร่วมพัฒนา จาก 77 แห่งในปัจจุบัน เป็น 1,000 แห่ง ใน 4 ปี ฟื้นฟูโครงการ “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ให้จังหวัดมีอิสระในการจัดการศึกษา ให้โรงเรียนมีอิสระในการจัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายช่วยครูเดิม สร้างครูใหม่ โดยสร้างครูพันธุ์ใหม่ 100,000 คน ใน 10 ปี เปิดให้วิชาชีพอื่นมาสอนในวิชาใหม่ๆ หรือสาขาวิชาที่ขาดแคลน เช่น ปัญญาประดิษฐ์ โปรแกรมมิ่ง พัฒนา Master ให้เป็น coach ให้ครู เตรียมพลเมืองอัจฉริยะ สู่โลก 4.0 คืนครูให้ศิษย์ ปรับหลักสูตรการเรียนพื้นฐาน ตั้งแต่มัธยมปลายแจกบอร์ดอัจฉริยะ ‘KidBrigth’ 1 ล้านชิ้น ให้เด็ก 1 ล้านคน ใน 4 ปี สร้างโรงประลองวิศวกรรม 10,000 โรงเรียนทั่วประเทศ ใน 4 ปี และ เสริมความรู้ เพิ่มทักษะ สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม

รวมทั้งดึงมหาวิทยาลัยเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้แก่โรงเรียน เพื่อส่งเสริมระบบการเรียนการสอนแก่โรงเรียน ครู และเด็กและเยาวชน เพื่อสร้างคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น เพราะสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามีความพร้อมด้านองค์ความรู้ และบุคลากร นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำประเด็นสิทธิสตรี ให้ความรู้เด็กและเยาวชนหญิงเรื่องการตั้งครรภ์ก่อนแต่ง หรือการป้องกันการข่มขืน และประกันความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น

พรรคการเมืองเก่าแก่อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ชู 10 นโยบายด้านการศึกษา คือ เบี้ยเด็กเข้มแข็ง โดยเด็กแรกเกิดจนถึง 8 ปี จะได้รับเงินอุดหนุน 1,000 บาทต่อเดือนแบบถ้วนหน้า ทำศูนย์เด็กเล็ก หรือเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพดีทั่วประเทศ โครงการอาหารเช้า และกลางวันฟรีสำหรับเด็กอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จัดหลักสูตร English for All โดยเจ้าของภาษาเน้นทักษะการสื่อสารตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ปรับหลักสูตรเพื่อโลกอนาคต เน้นการคิดวิเคราะห์มากกว่าการท่องจำ นโยบายเรียนฟรีระดับอาชีวศึกษา เน้นพัฒนาฝีมือ จบมีงานทำ แจกคูปองการศึกษาตลอดชีวิต เพิ่มทักษะ และส่งเสริมการเรียนรู้ให้ประชาชนทุกช่วงวัย

นอกจากนี้ มีนโยบายคืนครูให้นักเรียน ลดภาระงานของครูที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน จัดตั้งกองทุน Smart Education เพื่อสนับสนุน Social Enterprise และ Startup ด้านการศึกษา รวมถึง การนำเทคโนโลยี EdTech (Education Technology) เพื่อใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอน และการสอบ ให้มีประสิทธิภาพ และการกระจายอำนาจจากกระทรวงสู่โรงเรียน

พรรค ปชป.ย้ำว่า นโยบายการศึกษาของพรรคไม่ใช่ “ประชานิยม” แต่คือ “สวัสดิการ” ที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษา เป็นจุดเริ่มการพัฒนาประเทศ ต้องปฏิรูปเพื่อปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการศึกษาของประเทศใหม่ โดยการปรับปรุงกฎหมาย ปรับปรุงการบริหารการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายคุณภาพทางการศึกษา ให้เด็กไทยมีความเชี่ยวชาญในการคิดวิเคราะห์ และมีความรอบรู้ โดยจะทุ่มเทให้ความสำคัญกับการวางระบบเพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติในทุกช่วงวัยอย่างเหมาะสม

อีกทั้งยังต้องส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน เพื่อให้ทันสมัย และทันต่อความการเปลี่ยนแปลงในช่วงปฐมวัย ต้องมีครูปฐมวัยเพิ่มขึ้น จัดระบบสวัสดิการที่มีคุณภาพให้เด็กตั้งแต่แรกเกิด เพิ่มจำนวนศูนย์เด็กเล็กที่มีคุณภาพทั่วประเทศ เพื่อให้รองรับเด็กได้อย่างทั่วถึง ได้รับการพัฒนาอย่างสมวัย และมีโอกาสอย่างทั่วถึงในการเริ่มต้นพัฒนาทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา จำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรของกลุ่มสาระสำคัญ โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ให้มีคุณภาพสูงขึ้น การฝึกฝนวิชาชีพที่มีคุณภาพ รวมถึง การเพิ่มบทบาทของสถานศึกษาให้มีอำนาจในการกำหนดหลักสูตร การบริหารงานบุคลากร และการจัดการ งบประมาณอย่างมีอิสระ

ส่วนในระดับอุดมศึกษา จำเป็นต้องปรับปรุงระบบการสอบเข้าให้มีมาตรฐาน ไม่ซ้ำซ้อน และไม่สร้างปัญหา

ต่อมาที่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งได้ชูนโยบายเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ เช่น Video Conference, One-Laptop-per Child, Course Ware ฯลฯ เน้นการให้ทุนการศึกษา และการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และช่วยให้เด็กและเยาวชนไทยมีโอกาสได้เรียนต่อ รวมทั้ง ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้ ด้วยปัญญาอย่างแท้จริง

มุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพ และมาตรฐานทางการศึกษา โดยการเร่งพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีความเท่าเทียมกันของโอกาส ที่จะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาต่างๆ ของประเทศให้ได้มีมาตรฐาน และคุณภาพของการศึกษา

สำหรับพรรคน้องใหม่มาแรงอย่าง พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เน้นพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกคน โดยผลักดันทั้งในแง่กฎหมาย บุคลากร และงบประมาณ ให้รัฐสามารถจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพแก่ประชาชนโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้เรียน และบุคลากรทางการศึกษาเป็นสำคัญ

ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาเชิงคุณภาพ ทั้งใน และนอกสถานศึกษา ให้สอดรับกับบริบทในแต่ละท้องถิ่นได้ในทุกมิติ โดยผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอิสระ และมีศักยภาพในการดูแลจัดการศึกษาตลอดชีวิตในท้องถิ่นของตนได้อย่างต่อเนื่อง จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้ และเทคโนโลยีสารสนเทศที่หลากหลายทั่วถึงทุกพื้นที่ สอดคล้อง และตอบสนองต่อความต้องการ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนทุกกลุ่มวัย

นอกจากนี้ ยังเพิ่มอำนาจให้แก่ อปท.และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ในสังคมในการจัดการศึกษาทุกระดับ พร้อมทั้งจัดให้มีระบบฐานข้อมูลสาธารณะขนาดใหญ่ (Open-Big Data) ที่ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมใช้ เป็นต้น

อีกพรรคการเมืองที่ชูนโยบายด้านการศึกษา อย่าง พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ชูแผนพัฒนาการศึกษา “ได้เรียนในสิ่งที่ใช่ ได้ใช้ในสิ่งที่เรียน ไม่เปลี่ยนไปตามการเมือง” โดยเตรียมความพร้อม และจัดการศึกษาให้คนไทย ตั้งแต่แรกเกิด 0-6 ขวบ จนตลอดชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มขีดความสามารถในการเรียน เพิ่มรายได้ และลดภาระงานของครู โดยครูต้องเพิ่มขีดศักยภาพของตนเพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน กระจายอำนาจทางการศึกษา และงบประมาณ ไปยังสถานศึกษา และประชาชน การที่ศึกษาต้องไม่ผันแปรไปตามความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous article“ศรีสุวรรณ” ร่ายปมค้านมติ ครม. ผ่อนผัน “ปูนซิเมนต์ไทย” ทำเหมืองป่าสงวน
Next article“อุตตม” ลุ้นคะแนนเพิ่ม หลัง ทษช.ถูกยุบ เตรียมช็อตเด็ดหาเสียงโค้งสุดท้าย มั่นใจ “บิ๊กตู่” ช่วยเพิ่มกระแสได้