เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,200 บาท
หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
Finance หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Finance เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Political 101 การเมือง โคตรโหด
Politics Political 101 การเมือง โคตรโหด
ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
Biz Movement ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
World Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
Columns โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

รื้อ ! สัมปทานดิวตี้ฟรี ดึงนักท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจ-

12 มี.ค. 2561 | 07:00น.

ใกล้เปิดประมูลใหม่เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับการประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ก่อนที่สัญญาเดิมที่ทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กับบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด จะหมดอายุสัมปทานลงในเดือนกันยายน 2563 นี้

โดยก่อนหน้านี้ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ทอท.อยู่ระหว่างการเร่งกำหนดกรอบและรายละเอียดของทีโออาร์อยู่ ซึ่งคาดว่าจะสรุปและเปิดให้เอกชนที่สนใจได้เสนอตัวเข้ามาร่วมประมูลในช่วงประมาณเดือนมีนาคมนี้ เพื่อที่จะคัดเลือกบริษัทที่ชนะการประมูลในเดือนกันยายนนี้ หรือล่าช้าสุดก็ไม่อยากให้เกินสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมีเวลาอย่างน้อย 2 ปี ในการวางแผนธุรกิจ ติดต่อแบรนด์ระดับโลกให้เข้ามาเปิดบริการ รวมทั้งทำการรีโนเวต ปรับปรุงร้านค้าภายในพื้นที่ทั้งหมดให้เป็นรูปโฉมใหม่ได้ทันก่อนที่สัญญาเดิมจะสิ้นสุดลง

“ดิวตี้ฟรีไทย” ต่ำเกณฑ์สากล

ล่าสุด สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนา “สัมปทานดิวตี้ฟรี ก้าวสู่สากล” (Best Practice) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีอากร เพิ่มทางเลือกและสร้างการแข่งขันที่สมบูรณ์และเป็นธรรม และก้าวสู่การท่องเที่ยวเชิงช็อปปิ้ง (shopping tourism) ที่เป็นมาตรฐานสากลของโลก

เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของโลก โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนถึงกว่า 34 ล้านคน คิดเป็นอันดับที่ 9 ของโลก และกรุงเทพฯยังได้รับการยอมรับว่า เป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด

“ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์” ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ค้าปลีกไทย (TRA) กล่าวว่า สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ทำข้อมูลประกอบการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับร้านค้าปลอดอากรในประเทศต่าง ๆ ด้วยการรวบรวมจากแบบอย่างของการพัฒนาการดำเนินงานธุรกิจและขบวนการจัดระเบียบการให้สัมปทานที่เป็นมาตรฐานสากลจากประเทศชั้นนำหลายประเทศ เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมในประเทศไทย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ พบว่าสาระสำคัญในหลาย ๆ ประเด็นกล่าวคือ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แต่สนามบินของไทยยังไม่ได้รับการจัดอันดับที่ดี

โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา สนามบินสุวรรณภูมิถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 38 จาก 100 อันดับสนามบินจากทั่วโลก โดยมีคะแนนจากสกายแทรก (Sky Trak) อยู่ที่ 3.5/5

ที่สำคัญ คะแนนที่เกี่ยวข้องกับค้าปลีกของสนามบินสุวรรณภูมินั้นต่ำกว่าสนามบินชั้นนำอื่น ๆ ในภูมิภาคเกือบทุกตัววัด และมีผลการประเมินที่ต่ำกว่าเกณฑ์ เช่น ร้านค้าปลอดอากรมีกลุ่มสินค้าและจำนวนสินค้าน้อย แบรนด์หรูไม่หลากหลาย ฯลฯ เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์

ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าธุรกิจร้านค้าปลอดอากรของประเทศไทยไม่มีการแข่งขัน เนื่องจากรูปแบบการให้สัมปทานยังเป็นลักษณะ “สัมปทานรายใหญ่รายเดียว”

หนุนรื้อรูปแบบสัมปทาน

“ดร.ฉัตรชัย” บอกด้วยว่า ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย จึงอยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสัมปทานของไทยจาก “สัมปทานรายใหญ่รายเดียว” หรือ (master concession) เป็น “สัมปทานตามกลุ่มสินค้า” หรือ multiple concession by cattegory ซึ่งเป็นสัมปทานที่ให้แก่ผู้ดำเนินกิจการหลายราย โดยแบ่งตามประเภทสินค้าหลัก เช่น เครื่องสำอาง สุรา-บุหรี่-ไวน์, แฟชั่น, แฟชั่นบูติค ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากนี้อยากให้พิจารณาปรับเงื่อนไขระยะเวลาสัญญาของสัมปทาน มาอยู่ในระดับ 5-7 ปี เหมือนกับหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก รวมถึงพิจารณาปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมสัมปทานให้สูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยสากล ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้รับประโยชน์สูงสุด

ที่สำคัญ ควรพิจารณาเกณฑ์ในการพิจารณามอบสิทธิ์สัมปทานของไทย โดยให้น้ำหนักกับข้อเสนอการประเมินผลทางธุรกิจ (เทคนิค) 60% และข้อเสนอด้านราคา (การรับประกันรายได้ขั้นต่ำ, ส่วนแบ่งจากการขายสินค้า) ในสัดส่วน 40% ซึ่งเป็นเกณฑ์ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้วย

ปลดล็อกระบบ “ผูกขาด”

แนวทางดังกล่าวสอดรับกับความเห็นของ “ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์” ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ที่บอกว่า การแข่งขันของร้านค้าปลอดอากร หรือดิวตี้ฟรี ทั่วโลกมี 2 รูปแบบ

กล่าวคือ ร้านดิวตี้ฟรีในสนามบิน และร้านดิวตี้ฟรีในเมือง ซึ่งในต่างประเทศนั้นเขาเปิดเสรีทั้ง 2 ส่วนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เกาหลี มีร้านดิวตี้ฟรีในเมืองถึง 6 แห่ง เป็นต้น เช่นเดียวกับดิวตี้ฟรีในสนามบินที่มีมากกว่า 1 รายทั้งสิ้น

“ในโลกนี้ประเทศไทยแทบจะเป็นประเทศเดียวที่ใช้รูปแบบการให้สัมปทานดิวตี้ฟรีรายใหญ่เพียงรายเดียว ซึ่งสนามบินที่ใช้รูปแบบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสนามบินใหม่ หรือสนามบินขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นสนามบินขนาดใหญ่แล้วยังใช้วิธีให้สัมปทานรายใหญ่รายเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ แสดงว่าผู้บริหารไม่มีปัญญาในการบริหาร”

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบการให้สัมปทานใหม่ เพื่อไม่ให้ธุรกิจเกิดการผูกขาดเหมือนที่ผ่านมา โดยรูปแบบที่เหมาะสม คือ 1.การให้สัมปทานตามที่ตั้ง ซึ่งเป็นสัมปทานที่มอบให้กับผู้ให้บริการหลายราย ขึ้นอยู่กับที่ตั้งในอาคารผู้โดยสาร และ 2.สัมปทานตามกลุ่มสินค้า เป็นสัมปทานที่ให้กับผู้ให้บริการหลายราย โดยแบ่งตามประเภทสินค้า

นอกจากนี้ก็ควรปลดล็อกประเด็นจุดรับมอบสินค้าปลอดอากรให้ได้ด้วย โดยท่าอากาศยานต้องเปิดจุดส่งมอบสินค้า หรือ pick up counter ให้กับผู้ค้าทุกรายที่อยู่ในเมืองด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้ธุรกิจเกิดการแข่งขัน และมีความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ดึงนักท่องเที่ยว-กระตุ้น ศก.

ด้าน “ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์” คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การที่ประเทศไทยให้สัมปทานดิวตี้ฟรีรายใหญ่เพียงรายเดียว ทำให้ธุรกิจขาดการแข่งขันและไม่พัฒนา ทำให้มูลค่าที่นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าในดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิต่ำกว่าสนามบินอินชอนของเกาหลีใต้ถึง 6 เท่าตัว ขณะที่ขนาดของสนามบินและจำนวนผู้โดยสารผ่านเข้า-ออกใกล้เคียงกัน

ขณะเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวบางส่วนยังให้ความเห็นว่า สาเหตุที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยไปเที่ยว เป็นเพราะว่าไม่มีร้านค้าดิวตี้ฟรีในบริเวณใกล้เคียง

ดังนั้น “ดิวตี้ฟรี” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของบริษัท ท่าอากาศยานไทย เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของประเทศด้วย เพราะหากมีร้านดิวตี้ฟรีกระจายอยู่ในเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปด้วยเช่นกัน

นั่นหมายความว่า หากประเทศไทยมีเป้าหมายให้ “การท่องเที่ยว” เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ก็น่าจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนระบบการให้สัมปทาน “ดิวตี้ฟรี” ด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้