เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
Finance หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Finance เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Political 101 การเมือง โคตรโหด
Politics Political 101 การเมือง โคตรโหด
ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
Biz Movement ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
World Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
Columns โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

อนาคตแบงก์ชาติจีน เมื่อไม่มี “โจว เสี่ยวชวน”-

15 มี.ค. 2561 | 07:00น.

เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา โจว เสี่ยวชวน ผู้ว่าการธนาคารกลาง หรือแบงก์ชาติของจีน (พีบีโอซี) กล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมสมัชชาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ที่แน่นขนัดเป็นพิเศษ แสดงถึงความคาดหวังว่า เขตเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างจีน จะเร่งความเร็วในการปฏิรูประบบการเงินให้สูงขึ้น เปิดกว้างมากขึ้น และให้น้ำหนักกับการบรรลุความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจในเชิง “คุณภาพ” มากกว่าการขยายตัวในเชิง “ปริมาณ” มากกว่าที่ผ่าน ๆ มา

ที่ต้องบอกว่าเป็นความคาดหวัง เนื่องจากโจว เสี่ยวชวน ไม่เพียงสูงวัยถึง 70 ปีแล้วเท่านั้น ยังนั่งเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีนมานานถึง 15 ปีแล้ว ถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์แบงก์ชาติจีน เมื่อถึงวันที่ 19 มีนาคมที่จะถึงนี้ สมัชชาประชาชนจีน กำหนดจะลงมติกันเพื่อเลือกบุคคลใหม่เข้ารับตำแหน่งสืบแทน

การปรากฏตัวของโจว เสี่ยวชวน ครั้งนี้ จึงอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ทุกคนจะได้รับฟังและซึมซับแนวคิดในการบริหารจัดการด้านการเงินของเขา

แนวคิดที่สะท้อนผ่านคำปราศรัยครั้งนี้ ยังคงเป็นแนวคิดที่โจว เสี่ยวชวน ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เป็นแนวทางของนักปฏิรูปที่ส่งผลให้โจวได้รับการยอมรับระดับโลก ว่าเป็นหนึ่งในผู้ว่าการธนาคารกลางที่มีฝีมือมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

ในฐานะผู้ว่าการแบงก์ชาติจีน โจวไม่เพียงต้องดำเนินการเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องเท่านั้น แต่ในเวลาเดียวกันนั้นก็ต้องปลดชนวนระเบิด “หนี้” ที่ก่อความเสี่ยงให้เกิดขึ้นกับระบบ พร้อมกำกับดูแลนโยบายทางการเงินให้ก้าวไปในทิศทางที่เหมาะสม และเมื่อคำนึงถึงว่า ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่พิเศษพิสดารกว่าระบบการเงินในประเทศระบบเศรษฐกิจแบบเปิดทั่วไปแล้ว หลายคนถึงได้และยกนิ้วให้กับผลงานที่ผ่านมาของโจว เสี่ยวชวน

ที่น่าสนใจคือ ผู้ว่าการโจวใช้เวลาช่วงหลายเดือนหลังของการทำหน้าที่เป็นปากเสียงรณรงค์ให้มีการเปิดกว้างทางการเงินเพิ่มมากขึ้น เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อน ยกสถานะของเงินหยวน จนได้รับการยอมรับในฐานะเป็น “ทุนสำรอง” เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาใช้เวลาพูดถึงเรื่องการ เปิดกว้างทางการเงินดังกล่าวมากพอ ๆ กับการเตือนให้ระมัดระวังและตระหนักถึงอันตรายและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกองหนี้เป็นภูเขาของจีนเลยทีเดียว

“ผมใช้เวลาหลายปีทำงานอยู่ในระบบการเงินนี้ และในช่วงเวลานั้นก็เกิดอะไรขึ้นมากมาย” โจวบอกกับสมัชชา “ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผมที่ได้ทำงานร่วมกับทุก ๆ คน เพื่อผลักดันการปฏิรูปทางการเงินให้ก้าวไปข้างหน้า และเปิดกว้างมากขึ้น”

แต่ในความรู้สึกของโจว เสี่ยวชวน ช่วงเวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งที่จีนจะ “กล้าหาญมากขึ้น” ในการเปิดระบบการเงินของตนเอง เลิกการพึ่งพา “หนี้” เพื่อสร้างการขยายตัวของเศรษฐกิจในเชิงปริมาณ แต่หันไปเน้นการเติบโตในเชิงคุณภาพแทน เพื่อลดความเสี่ยงของภาระหนี้สินลง

ผู้ว่าการโจวชี้ให้เห็นว่า การที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ในเวลานี้ พากันลด หรือไม่ก็ผละจากแนวนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาก ๆ ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกส่งสัญญาณฟื้นตัว ถือว่าเป็น “ปัจจัยบวก” ต่อการดำเนินความพยายามปฏิรูประบบการเงินของจีน แต่ในเวลาเดียวกัน แบงก์ชาติจีนก็ยังต้องยึดถือเอาสภาพแวดล้อมภายในประเทศเป็นหลักอยู่ต่อไป

ประเด็นที่ชวนตั้งข้อสังเกตอีกประการก็คือ การเรียกร้องให้ทางการจีนกล้าหาญมากขึ้นในการเปิดระบบการเงินของตนเอง ของโจว เสี่ยวชวน มีขึ้นราว 1 วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ดำเนินการในทางตรงกันข้าม ด้วยการประกาศขึ้นอัตราภาษีศุลกากรสำหรับนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมมายังสหรัฐ และยังแสดงท่าทีด้วยว่า รัฐบาลอเมริกันกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่าจะหาทางเข้มงวดหรือจำกัดการลงทุนของจีนในประเทศตนหรือไม่

ที่ผ่านมาสิ่งที่โจว เสี่ยวชวน ดำเนินการไป ถือว่าอยู่ในทิศทางตรงกันข้ามกับแนวทางของสหรัฐอเมริกาโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างล่าสุดก็คือ การประกาศยกเลิกข้อจำกัดในการเป็นเจ้าของทางการเงินของบุคคลต่างชาติในระบบการเงินของจีน เป็นต้น แม้ว่าจะยังมีข้อจำกัดอีกมากที่ทำให้ยากต่อนักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในจีนก็ตามที

แอนดรูว์ โพล์ค ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัย ไทรวิอุม ไชนา ในกรุงปักกิ่ง สรุปความของสิ่งที่โจว กล่าวต่อสมัชชาไว้นานกว่า 1 ชั่วโมงว่า เป็นการพูดซ้ำอีกครั้งในสิ่งที่เขาพูดมาตลอด นั่นคือการย้ำหนักแน่น “เราต้องทำสิ่งที่เริ่มต้นเอาไว้ให้สำเร็จ ในเรื่องของการเปิดเสรีตลาดเงิน”

โพล์คตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า บางทีการย้ำ สะท้อนให้เห็นความกังวลลึก ๆ ในใจของโจว เสี่ยวชวน เพราะในเวลานี้โดยภาพรวมแล้วความรุดหน้าเรื่องนี้ของจีนดูจะชะลอลงอยู่บ้าง ทั้งในส่วนของตลาดและในส่วนของการเปิดเสรี

เมื่อบทบาทของโจว เสี่ยวชวน สิ้นสุดลง ผู้ที่จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนจะมีแนวคิดเดียวกันนี้หรือไม่ ยังเป็นคำถามที่ไม่มีใครสามารถตอบได้

อันที่จริง ผู้ว่าการคนใหม่จะเป็นใคร ก็ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด ตัวเก็งมีอยู่ 2 คน คือ กัวะ ซู่ชิง ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลภาคการธนาคารของจีน และ เจียง เชาเหลียง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนสาขาเหอเป่ย

อย่างไรก็ตาม ว่ากันว่าอีกคนที่มาแรงและอาจแซงเข้าป้าย คือ หลิว เหอ ประธานคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นทีมที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

แถมยังเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะโปลิตบูโรที่ทรงอิทธิพลทางการเมืองของจีนหมาด ๆ อีกด้วย

อนาคตแบงก์ชาติจีนจะเป็นอย่างไร จำเป็นต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดทีเดียว

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้