เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
Finance หุ้นไทยเสี่ยงร่วงตามตลาดโลก! จับตาหุ้นเทคฯ กดดัน SET โบรกฯ ชูหุ้นปันผลเด่นรับจังหวะย่อ
เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
Finance เทขายระส่ำเอเชีย! ตลาดหุ้นร่วงยกแผง ผลเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจเบรกลงทุน AI
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับลด 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,300 บาท
Political 101 การเมือง โคตรโหด
Politics Political 101 การเมือง โคตรโหด
ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
Biz Movement ขนสัตว์เลี้ยงเข้าปอดได้จริงไหมข้อสงสัยที่คนเลี้ยงหมาแมวต้องรู้
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.45 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
World Nasdaq 100 ร่วงแรงทุบสถิติ หุ้นเอไอหนักสุด ตั้งแต่โควิด-19 รับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง
โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
Columns โลกป่วน ‘ยิ่งเชื่อมต่อ-ยิ่งเปราะบาง’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 5.53% อยู่ที่ 75,956 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

EU แบน “ปาล์มน้ำมัน” “นาจิบ” เครียดก่อนเลือกตั้ง-

15 มี.ค. 2561 | 07:00น.

“น้ำมันปาล์ม” กำลังกลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดสงครามการค้าระหว่างมาเลเซียและสหภาพยุโรป (อียู) หลังอียูมีมติเรียกร้องห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าวิกฤตดังกล่าวเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งของ “นาจิบ ราซัค” นายกรัฐมนตรีแห่งดินแดนเสือเหลือง ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้

แม้กระแสการต่อต้านการใช้น้ำมันปาล์มในอียูเคยเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2015 โดยสภาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของเบลเยียมซึ่งเป็นองค์กรให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุขแก่รัฐบาลเบลเยียม ได้ออกรายงานว่า น้ำมันปาล์มมีกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fat) ซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจ ส่งผลให้ 2 ประเทศในสมาชิกอียู “ฝรั่งเศส และเบลเยียม” ติดฉลาก “no palm oil” บนสินค้าหลายประเภท อย่างสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ไอศกรีม เนย ขนมเค้ก สบู่ สิ่งทอ และเครื่องสำอาง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กระแสต่อต้านจางหายไป กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้รัฐสภายุโรปได้ออกข้อมติครั้งใหม่ให้ยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (biofuels) จากน้ำมันพืชที่ส่งผลให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า เพราะการปลูกน้ำมันปาล์มในเชิงอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิดการบุกรุกทำลายป่าอย่างกว้างขวาง โดยรัฐสภายุโรปอ้างข้อมูลวิจัยหลายสถาบันที่ระบุว่า หากจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันปาล์มเพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพในอียูได้ ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกกว่า 1 ล้านเฮกตาร์ หรือราว 6 ล้านไร่ ซึ่งเท่ากับพื้นที่ของประเทศไซปรัสทั้งประเทศ

ข้อเรียกร้องห้ามนำเข้าใหม่จะครอบคลุมพืชหลายชนิด อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวโพด ต้นเรพซีด และปาล์มน้ำมัน ภายในปี 2020 พร้อมเสนอเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการเพาะปลูกปาล์มจากประเทศที่นำเข้า โดยใช้ “มาตรฐาน CSPO” (certified sustainable palm oil) เพื่อรับรองการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับเพียงมาตรฐานเดียว ทั้งเสนอกำหนดพิกัดศุลกากรใหม่สำหรับน้ำมันปาล์มที่ได้รับรองมาตรฐาน CSPO และปรับกลไกทางภาษีสำหรับสินค้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์มโดยเฉพาะ

อียูถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่นำเข้าน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก โดยข้อมูลจาก Statista ระบุว่า อียูมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มเฉลี่ยปีละ 6.3 ล้านตัน ในจำนวนนี้ 46% เป็นน้ำมันปาล์มสำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพ และ 45% นำไปใช้เป็นส่วนประกอบอาหาร รวมทั้งอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมเคมี อีก 9% สำหรับการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อน

หลายประเทศในอียู อย่าง เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ อิตาลี หรือแม้แต่อังกฤษ ได้ประกาศชัดเจนว่าจะนำเข้าเฉพาะน้ำมันปาล์มที่ได้มาตรฐาน CSPO เท่านั้น

โดยก่อนจะมีมติจากรัฐสภายุโรป “อิตาลี” เป็นประเทศแรก ๆ ในอียูที่ระงับการผลิตและจำหน่ายสินค้าที่มีส่วนผสมน้ำมันปาล์ม เช่น “Coop” เครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ของอิตาลี ประกาศเลิกผลิตสินค้าที่ใช้น้ำมันปาล์มภายใต้แบรนด์ของตัวเอง รวมถึงผู้ผลิตอาหารของอิตาลีอีกหลายรายที่ประกาศแบนการใช้น้ำมันปาล์ม ประเทศที่ได้รับผลกระทบหลัก ๆ ก็คือ “อินโดนีเซียและมาเลเซีย” ที่ผลิตน้ำมันปาล์มรวมกันเกือบ 90% ของน้ำมันปาล์มจากทั่วโลก โดย นายมุสตาปา โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีการค้าต่างประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า “การตัดสินใจของอียูครั้งนี้สร้างความน่าผิดหวังต่อประเทศคู่ค้าน้ำมันปาล์ม ท่ามกลางภาวะสวนกระแสการค้าเสรีในหลายประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกาที่เปิดฉากสงครามการค้ากรณีเพิ่มภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ดังนั้นอียูควรจะเป็นผู้นำในการสนับสนุนวิถีการค้าเสรีและไม่เลือกปฏิบัติ”

ขณะที่ นายหม่า ซิ่วเฉียง รัฐมนตรีว่าการอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและสินค้าโภคภัณฑ์ของมาเลเซีย กล่าวว่ามาเลเซียจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมปาล์มของประเทศ และการกีดกันการค้าของสภายุโรปจะส่งผลกระทบต่อการสร้างงานในยุโรป รวมถึงการขยายข้อตกลงการค้าทวิภาคีกับมาเลเซีย และผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์อื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

พร้อมกันนี้ “ฮิชามมุดดิน ฮุสเซน” รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย ตอบโต้ว่า การระงับนำเข้าน้ำมันปาล์มของอียูอาจส่งผลต่อข้อตกลงการสั่งซื้อเครื่องบินรบราฟาเอล 18 ลำ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ จากบริษัทดัสโซลต์ เอวิเอชั่น ของฝรั่งเศส อีกทั้งทางการมาเลเซียอาจตอบโต้ด้วยการลดการนำเข้าสินค้าจากอียูด้วยเช่นกัน

นักวิเคราะห์จากสถาบันระหว่างประเทศในสิงคโปร์ มองว่า แม้ว่าอินโดนีเซียจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดของโลก และมาเลเซียเป็นอันดับสอง แต่ปัจจุบันตลาดส่งออกใหญ่ของอินโดนีเซียคือ อินเดีย ขณะที่ตลาดส่งออกน้ำมันปาล์มใหญ่ของมาเลเซียคือ อียู ดังนั้นมติดังกล่าวของรัฐสภายุโรปจึงสร้างความเสียหายต่อมาเลเซียมากกว่า ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี

และสถานการณ์น้ำมันปาล์มที่ไม่สู้ดีนัก ยังสร้างความท้าทายให้กับนายกฯนาจิบ ราซัค ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อสร้างผลงานชิ้นโบแดงในการกุมชัยชนะอีกครั้ง เพราะกลุ่มเกษตรชาวมาเลเซียกว่า 650,000 คน ถือเป็นฐานคะแนนเสียงสำคัญของนายนาจิบ

อย่างไรก็ตาม การเยือนประเทศจีนของผู้นำมาเลเซียครั้งล่าสุด เป็นการส่งสัญญาณว่ามาเลเซียประสงค์จะส่งออกน้ำมันปาล์มให้กับจีนมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดส่งออกหลักอย่างอียู โดยรัฐบาลมีแผนระงับการเก็บภาษีส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (ซีพีโอ) เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 7 เม.ย.นี้ เพื่อลดจำนวนสต๊อกในประเทศ และกระตุ้นราคาน้ำมันปาล์มให้เพิ่มสูงขึ้น

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้