ฟิล์ม “โซล่าการ์ด” แจ้งเกิดใหม่ ปูพรมเน็ตเวิร์ก-ประกาศ 3 ปีขึ้นเบอร์หนึ่ง-
“โซล่าการ์ด” คัมแบ็กบุกตลาดฟิล์มสะท้อนความร้อน ตั้งเป้าขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งภายใน 2-3 ปี พร้อมเทงบฯ 30 ล้านทำตลาด-เปิดศูนย์ “โซล่าการ์ด เซ็นเตอร์” 30 แห่ง ส่วนปีหน้ารุกคืบบุกตลาดดีลเลอร์รถยนต์
นายชัยชาญ อุปพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซล่าการ์ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่าย พร้อมติดตั้งฟิล์มสะท้อนความร้อนสำหรับรถยนต์ ฟิล์มนิรภัย ฟิล์มใสกันรอย และฟิล์มติดตั้งอาคาร ภายใต้แบรนด์ “โซล่าการ์ด” (Solar Gard) เปิดเผยภายหลังได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท แซง-โกแบ็ง โซล่าการ์ด จำกัด (Saint-Gobain) ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยว่า พร้อมเดินหน้าทำตลาดฟิล์มกรองแสงโซล่าการ์ดในประเทศไทยทันที โดยตั้งเป้าหมาย 2-3 ปีจากนี้ว่า โซล่าการ์ดจะขึ้นแท่นผู้นำตลาดฟิล์มกรองแสงระดับไฮเอนด์

โดยปีนี้บริษัทได้เตรียมงบฯกว่า 30 ล้านบาท สำหรับทำตลาดและขยายเครือข่ายการจำหน่าย พร้อมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์ “ฟิล์มสะท้อนความร้อนสำหรับรถยนต์โซล่าการ์ด” ไปยังกลุ่มผู้บริโภค ตัวแทนจำหน่าย และโชว์รูมต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
และได้เปิดศูนย์บริการมาตรฐาน “โซล่าการ์ด เซ็นเตอร์” สาขาแรกย่านรัชโยธินไปพร้อมกัน และกำหนดขยายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศอีก 30 แห่ง และร้านตัวแทนจำหน่าย 50 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัดอีก 50% พร้อมทั้งตั้งเป้าว่าจะมีรายได้สำหรับปีนี้ที่ระดับ 70 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาด 5% จากตลาดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ซึ่งมีมูลค่า 1,500-1,600 ล้านบาท
“ปีนี้เป็นปีแรกที่เราเริ่มทำตลาดฟิล์มรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมอย่างจริงจัง โดยจะเน้นเจาะฐานลูกค้ากลุ่มที่ใช้รถยนต์ราคาระดับ 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งการเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้ เป้าหมายไม่ใช่การแข่งขันเพื่อแย่งชิงยอดขายในตลาด แต่ต้องการสร้างทางเลือกใหม่ในการปกป้องทั้งผู้ใช้งานและรถยนต์ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมการผลิต และมีประสิทธิภาพในการใช้งานสูง เหมาะกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศของประเทศไทย” นายชัยชาญกล่าว
นายคุณัชญ์ เลิศรัตนานนท์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สัดส่วนการขายของบริษัทในปีนี้ จะเป็นการขายฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ 55% ฟิล์มปกป้อง 5% และฟิล์มอาคาร 10%
ขณะที่ปีหน้ามีแผนขยายตลาดออกไปเจาะกลุ่มผู้ประกอบการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยแนวทางการตลาดในปีนี้บริษัทจะเน้นการสื่อสารให้แบรนด์เป็นที่เชื่อมั่นในกลุ่มผู้บริโภค
พร้อมทั้งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้ฟิล์มที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพการใช้งานสูง เพื่อการปกป้องอย่างปลอดภัย
โดยจะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจำนวน 4 แพ็กเกจ ประกอบด้วย LX Series, Brilliant Black, Ultra Performance และ Selective Perform ระดับราคาของทั้ง 4 แพ็กเกจอยู่ระหว่าง 14,000-40,000 บาท
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
สามารถดาวน์โหลด ประชาชาติธุรกิจ ฉบับ e-Newspaper
หรือ e-Book ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
