พุทธกับธรรมชาติ ในงานศิลป์ “ช่วง มูลพินิจ”-
หากจะมองหาศิลปินที่เขียนภาพเกี่ยวกับธรรมชาติ อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์เจ้าของฉายา “จิตรกรผู้มองเห็นมดยิ้มสวย” น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่นักสะสมงานศิลป์ชาวไทยนึกถึง เพราะเป็นศิลปินที่ผลงานส่วนใหญ่แสดงให้เห็นถึงสุนทรียะในเรื่องราวทางอุดมคติและธรรมชาติ วัฏสงสารของชีวิต ปรัชญา ศาสนา ความรัก อันมีรากฐานมาจากความคิดที่ว่า “ธรรมชาติคือครูผู้ยิ่งใหญ่”
นิทรรศการศิลปะ “ช่วง มูลพินิจ ความรัก ธรรมะ ความงาม ในผลงานสะสมของเสริมคุณ คุณาวงศ์” ที่กำลังจัดแสดงอยู่ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นเส้นทางการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชั้นเลิศของอาจารย์ช่วงได้เป็นอย่างดี ทั้งการวาดเส้นที่งดงามละเมียดละไม หรือลายไทยที่อ่อนช้อย ผสมผสานกับศิลปะสมัยใหม่อย่างกลมกลืน
เสริมคุณ คุณาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพฯ ในโครงการส่งเสริมศิลปะไทย และเป็นเจ้าของผลงานศิลปะของอาจารย์ช่วง มูลพินิจ ได้นำผลงานสะสมออกมาจัดแสดงในนิทรรศการนี้ เพื่อร่วมเชิดชูผลงานของอาจารย์ช่วง ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานเขียนลายเส้นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นคนสำคัญคนหนึ่งของประเทศไทยที่สร้างผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี
งานส่วนใหญ่ของ อ.ช่วง แสดงเรื่องราวของดอกไม้ แมลง สัตว์ มนุษย์ ทั้งในแง่อีโรติกจนกระทั่งการมองเห็นในวัฏสงสารของชีวิต ตัวอย่างผลงานช่วงปี พ.ศ. 2504 ได้แก่ “ไตรภูมิ” ที่เป็นงานในช่วงแรก โดยนำลายเส้นจากหมึกดำมาสร้างงานลงบนกระดาษ รวมถึงผลงาน “จิ้งจก” ในปี 2512 ซึ่งก็ใช้เทคนิคเดียวกัน
อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ศิลปินเจ้าของผลงานเล่าถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวอาจารย์เอง กับศาสนา และการสร้างสรรค์ผลงานว่า เริ่มจากตอนเด็กชอบไปวัดกับคุณย่าคุณยาย ฟังเทศน์ ดูธรรมาสน์ แกะไม้ ดูมโหรี
ปี่พาทย์ แหงนดูช่อฟ้า ใบระกา แล้วซึมซับเอาสิ่งเหล่านี้มา แม้ตอนนั้นยังเป็นเด็ก ยังไม่ได้เริ่มสร้างผลงานศิลปะ แต่คำสอนทางศาสนาก็มีอิทธิพลต่อแนวคิดและเชื่อมโยงสู่การสร้างสรรค์ผลงานหลายชิ้นในเวลาต่อมา เช่น “ไตรภูมิ” และ “ทะเลเอามาฝาก”
“จุดกำเนิดของการวาดลาย ทั้งลายไทย ลายกรีก มีต้นแบบมาจากต้นไม้และดอกไม้เหมือนกัน เรียกว่าธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ”
ระหว่างนำชมนิทรรศการ อาจารย์ชี้ให้ดูงานที่ชื่อ “ทะเลเอามาฝาก 1” เป็นรูปครุฑอุ้มนางกากีลอยขึ้นไปสังวาสบนฟ้า ส่วนด้านล่างเป็นมหาสมุทรและมีหอยอยู่ในน้ำ
“ภาพนี้มันก็คือความรักโบยบิน มันเบา ส่วนเปลือกหอยมันเป็นของสวยนะ มันก็เหมือนศีลธรรมจรรยา หอยถ้าไม่มีเปลือกมันจะตาย ส่วนมนุษย์เข้าใจในธรรมะแท้จริงแล้วจะมีปีกจะบินได้ คนเข้าใจธรรมะไม่อึดอัดนะ เพราะพระพุทธเจ้าสอนเรื่องการหลุดพ้น” อาจารย์อธิบายถึงผลงานชิ้นเด่น
อย่างไรก็ตาม อาจารย์บอกว่า ผลงานทั้งหมดนี้อาจารย์ชอบเท่ากันทุกชิ้น“งานที่เราชอบเราก็ทำสำเร็จ แล้วก็ชอบอีก แล้วก็ทำอีก ไม่ใช่ว่าไอ้ลูกคนนี้ดีกว่าไอ้ลูกคนนั้น ไอ้ลูกคนนั้นมีนิสัยของเรามากกว่าคนนี้ งานศิลปะคือสันดานของเรา งานศิลปะคือผู้สืบสันดานของศิลปิน”
ผลงานจิตรกรรมที่โดดเด่นในนิทรรศการนี้ ได้แก่ “ไตรภูมิ” “เวลา” “จิ้งจก” “สุโขทัย” “ตัวไหมผสมพันธุ์” “ความฝันของเด็ก” “ไตรภูมิ 1” “ฤดูใบไม้ผลิ” และ “ทะเลเอามาฝาก” นอกจากผลงานจิตรกรรมแล้วยังมีงานประติมากรรมพุทธศิลป์ “พระพุทธอภัยมงคลสมังคี” ที่สมเด็จพระญาณสังวร รองสมเด็จพระสังฆราช ทรงสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อพระราชทานแก่ทุกจังหวัดในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีด้วย
นิทรรศการ “ช่วง มูลพินิจ ความรัก ธรรมะ ความงาม ในผลงานสะสมของ เสริมคุณ คุณาวงศ์” จัดแสดงถึงวันที่ 1 ก.ค. 2561 ที่ห้อง 407 ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สามารถเข้าชมได้ไม่มีค่าใช้จ่าย
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
