เด็กไทย “เรด แชมเปี้ยน” ฝีเท้าดี เข้าตาโค้ช “เลสเตอร์” หอบคำชมกลับบ้าน-
คนที่ชอบดูกีฬาฟุตบอล ชอบเตะฟุตบอลส่วนใหญ่คงมีความฝันคล้ายกัน คืออยากไปเยือนดินแดนต้นกำเนิดฟุตบอล นั่นก็คือประเทศอังกฤษ แต่ด้วยความไกลห่างของระยะทาง และค่าครองชีพที่สูงกว่าบ้านเรามากโข ดังนั้นการไปอังกฤษจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ในระยะหลังมานี้ คนไทยมีโอกาสไปสัมผัสกับฟุตบอลอังกฤษมากขึ้น เมื่อภาคธุรกิจไทยเข้ามาทำการตลาดผ่านฟุตบอลต่างประเทศ และสนับสนุนความฝันของคนไทย
ล่าสุด โอกาสมาถึงเยาวชนไทย 25 คน และครูผู้ฝึกสอนจาก 5 ทีมที่ชนะการแข่งขันโครงการ “สพฐ.-เอ.พี. ฮอนด้า เรด แชมเปี้ยน” คว้าโอกาสเดินทางไปอบรมฟุตบอลที่อะคาเดมีของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นอะคาเดมีฟุตบอลที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของอังกฤษ
5 ทีมที่ได้ไปอบรมที่อังกฤษ ประกอบด้วย โรงเรียนประสาทวิทยาคาร จ.สุรินทร์ แชมป์ภาคอีสาน-แชมป์ประเทศไทย, โรงเรียนวังตะเคียนวิทยาคม ทีม B จ.ปราจีนบุรี แชมป์ภาคกลาง, โรงเรียนราชวินิตบางเขน ทีม A แชมป์กรุงเทพฯ และปริมณฑล, โรงเรียนกำแพงวิทยา ทีม A จ.สตูล แชมป์ภาคใต้, โรงเรียนวชิราลัย ทีม A จ.เชียงใหม่ แชมป์ภาคเหนือ
เด็กไทยทั้ง 25 คนได้เข้ารับการอบรมจากโค้ชอะคาเดมีของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ และได้ลงสนามแข่งกับทีมเยาวชนเลสเตอร์ซิตี้ 2 เกม เกมแรกแข่งกับทีมอายุ 14-15 ปี ผลการแข่งขัน เด็กไทยแพ้เลสเตอร์ซิตี้ 1-8 ประตู ส่วนเกมที่ 2 แข่งกับทีมอายุ 16 ปี ซึ่งหลายคนเป็นนักเตะเยาวชนทีมชาติอังกฤษ ผลการแข่งขัน เด็กไทยแพ้ 2-6 ประตู
แม้ว่าโดนทะลวงประตูไปหลายลูก แต่ภาพรวมเด็กไทยชุดนี้เล่นได้น่าพอใจ ได้รับคำชมจากโค้ชว่ามีความมุ่งมั่น มีสมาธิกับเกม เอนจอยกับการเล่น มีมารยาท เข้าใจเกมดี สามารถทำได้ตามที่โค้ชบอก แต่ยังทำได้ไม่ดีมาก เนื่องจากแผนการเล่นของโค้ชสอนให้ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นแนวทางที่เด็กไทยไม่คุ้นเคย เพราะเด็กไทยถนัดรุกอย่างเดียว อีกทั้งเป็นทีมที่ไม่ได้ฝึกซ้อมด้วยกันมาก่อน สามารถเล่นได้ในระดับนี้จึงได้รับคำชมว่าทำได้ดี
พอล เชนีย์ (Paul Cheney) เจ้าหน้าที่พัฒนาครูฝึกสอนทีมเยาวชน ประจำสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ กล่าวว่า เด็กไทยชุดนี้มีทักษะพื้นฐานที่ดีมาแล้ว มีความตั้งใจและมีพัฒนาการรวดเร็ว สามารถลงเล่นกับทีมเยาวชนของเลสเตอร์ซิตี้ได้อย่างดี แต่ยังต้องปรับปรุงเรื่องความแข็งแกร่งของร่างกาย
“ผมและทีมงานทุกคนรู้สึกประทับใจน้อง ๆ ทุกคนมาก ทุกคนมีความตั้งใจและมีความต้องการจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ทุกคนมีความทุ่มเทมาก และยังแสดงให้ทีมงานเห็นถึงความรักในการเล่นฟุตบอล ทุกคนมีความกระตือรือร้นมาก ซึ่งเราประทับใจสิ่งเหล่านี้มาก เราเชื่อว่าพรสวรรค์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ความตั้งใจและมุ่งมั่น ความมีใจรักในกีฬาฟุตบอลเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ทุกคนเล่นได้ตามแผน ตามแท็กติก ตามคำสั่งโค้ช และที่สำคัญคือทุกคนเล่นโดยปราศจากความกลัว ผมหวังว่าน้อง ๆ ทุกคนจะเก็บสิ่งนี้ไว้ เพราะการเล่นโดยปราศจากความกลัวจะทำให้ทุกคนไปได้ไกลกว่าที่คิด ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถพัฒนาไปเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นในอนาคต ผมเชื่อมั่นในตัวทุกคน”
นอกจากได้ประสบการณ์ความรู้อันมีค่าแล้ว เด็กไทยหลายคนมีทักษะโดดเด่นได้รับคำชมเป็นกำลังใจกลับบ้าน
คนที่ฉายแววโดดเด่นตั้งแต่แรกลงฝึกซ้อมก็คือ น้องเข้ม ณฐกร สุปโภชน์ ตำแหน่งตัวรุก/หน้าต่ำ จากโรงเรียนราชวินิตบางเขน จ.กรุงเทพมหานคร ที่พอลงฝึกปุ๊บโค้ชถึงกับถามทีมงานจากเมืองไทยว่า เด็กคนนี้อายุเท่าไหร่ พอบอกว่า 14 ปี โค้ชก็ออกปากชมว่า เจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ทักษะดีเกินวัยมาก ๆ มีทั้งความรวดเร็ว หลบหลีกคู่ต่อสู้ได้ดี มีลวดลายการเล่นที่สวยงาม ลีลาแพรวพราวเหมือนเอาสตรีตฟุตบอลมาผสมกับฟุตบอลสนามใหญ่ ทำให้เกมรุกมีสีสัน เป็นคนที่เข้าใจเกมและทำตามที่โค้ชบอกได้เร็วกว่าคนอื่น แต่ข้อด้อยคือตอนที่ลงเล่นเกมใหญ่ยังเชื่อมเกมได้ไม่ดี เพราะด้วยความที่ตัวเล็กจึงทำให้จังหวะการเข้าปะทะยังทำได้ไม่ดี
น้องเกมส์ ชาคริต หมายสม อายุ 16 ปี จากโรงเรียนประสาทวิทยาคาร จ.สุรินทร์ ตำแหน่งกองกลาง ได้รับคำชมว่า สร้างสรรค์เกมได้ดี ตัดเกมและสร้างเกมรุกได้ดี เป็นตัวคุมเกม เป็นห้องเครื่องของทีม และมีทักษะความเป็นผู้นำสูง
อีกคนคือ น้องวิเศษ มนสิกาพร หนุ่มน้อยชาวกะเหรี่ยงอายุ 15 ปี จากโรงเรียนวชิราลัย จ.เชียงใหม่ ตำแหน่งกองกลางคนนี้ได้รับคำชมจากโค้ชว่า มีทักษะการเชื่อมเกมดี มีลูกจ่ายที่แม่นยำทะลุทะลวงแบบ “คิลเลอร์พาส” ในเกมที่แข่งกับทีมเยาวชนเลสเตอร์ เขาสามารถจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้ และตัวเขาเองก็ทำประตูได้หนึ่งประตู
ทีมงานชาวไทยที่ดูแลน้อง ๆ ตลอดการฝึกอบรมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สิ่งที่โค้ชเลสเตอร์มองและให้ความสำคัญมากก็คือเด็กที่มีเซนส์ฟุตบอลดี และมีพรสวรรค์ดี โดยรวมน้องกลุ่มนี้ยังต้องเก็บประสบการณ์อีกเยอะ ถ้ายังไม่เลิกเล่นฟุตบอลซะก่อน น่าจะโตขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลที่ดีได้ เพราะใจสู้ กล้าเล่นไม่กลัวฝรั่งเลย
การอบรมโครงการนี้ นอกจากโค้ชของเลสเตอร์ได้ฝึกอบรมทักษะฟุตบอลให้น้อง ๆ แล้ว ยังรวมไปถึงการวิเคราะห์ร่างกายให้คำแนะนำเรื่องโภชนาการและการเสริมสร้างร่างกาย ที่สำคัญคือหลังจบโปรแกรมฝึกอบรมนักเตะแล้วยังมีการอบรมครูผู้ฝึกสอนของแต่ละทีม โดยเจาะลึกรายละเอียดถึงการออกแบบการซ้อมว่าการซ้อมแบบไหนเหมาะกับแต่ละคนและแนะนำว่าโค้ชควรจะพัฒนาเด็กแต่ละคนอย่างไร
สุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า สโมสรเลสเตอร์ซิตี้ให้การสนับสนุนโครงการอย่างเกินความคาดหมาย ฝึกอบรมเยาวชนไทยด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น เห็นได้จากการใส่ใจในรายละเอียดรายบุคคล มีการประมวลผลการฝึกซ้อมรายบุคคล รวมถึงวิเคราะห์เรื่องโภชนาการรายบุคคล ซึ่งเป็นสิ่งพิเศษมาก
“เราเห็นถึงเจตนาของเลสเตอร์ซิตี้และเจตนาของเราว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นับเป็นก้าวที่สำคัญมาก จากนี้เราจึงต้องประมวลและวิเคราะห์โครงการตั้งแต่ครั้งที่ 1-7 แล้วสรุปผลให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เราจะต้องทำอะไรที่มันหนักแน่นและลึกขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้เยาวชนไทยได้พัฒนาดีขึ้นกว่านี้อีก เพื่อให้เป็นประโยชน์มากที่สุด” ผู้ให้กำเนิดโครงการ “สพฐ.-เอ.พี. ฮอนด้า เรด แชมเปี้ยน” กล่าว
เห็นโครงการสานฝันดี ๆ อย่างนี้แล้ว น้องคนไหนฝันอยากไปเตะฟุตบอลที่อังกฤษ ชวนเพื่อนรวมทีมแล้วฝึกทักษะ เดาะ-เลี้ยง-ส่ง-โหม่ง-ยิง กันไว้ให้ดี แล้วกอดคอกันไปสมัครโครงการปีต่อไป
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
