“อุตตม” เล็งงัด ม.32 สกัดจีนตั้ง รง.เหล็กไร้มาตรฐาน-
“อุตตม” เล็งใช้ ม.32 พ.ร.บ.โรงงาน สกัดนักลงทุนจีนลักลอบนำเข้าเครื่องจักรมือสอง ตั้งโรงงานเหล็กในไทย ด้าน 7 สมาคมเผยเหล็กเบายังลอยนวล “สมอ.” ตั้งแผนจับ
นายเภา บุญเยี่ยม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เปิดเผยในนาม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย ประกอบด้วย 1.สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย 2.สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย 3.สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น 4.สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า 5.สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน 6.สมาคมผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี และ 7.สมาคมโลหะไทยว่า
ทางสมาคมมีความกังวลถึงกรณีที่โรงงานอุตสาหกรรมเหล็กจากประเทศจีน พยายามเข้ามาจดทะเบียนตั้งโรงงานใหม่ในประเทศไทย โดยนำเข้าเตาหลอมอินดักชั่นราคาถูกจากโรงงานเหล็กที่เลิกกิจการมาผลิตขายในประเทศไทย ซึ่งเตาดังกล่าวจะผลิตได้ทั้งเหล็กเส้น เหล็กลวด เป็นต้น ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่เตาหลอมดังกล่าวจะก่อให้เกิดมลพิษ เนื่องจากไม่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และถ้าทำตลาดแข่งขันกับผู้ผลิตเหล็กภายในประเทศ ดังนั้น ทั้ง 7 สมาคมจึงได้มาขอพบ นายอุตตม สาวนายน พยายามร้องขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาชะลอหรือไม่อนุญาตให้โรงงานที่เข้าข่ายดังกล่าวตั้งโรงงานขึ้นมาใหม่ได้
นอกจากนี้ได้หารือถึงอนาคตของอุตสาหกรรมเหล็กไทยเพื่อให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน มีต้นทุนที่ถูก โดยเฉพาะการมีเหล็กต้นน้ำในระยะยาว ส่วนในระยะสั้นรัฐควรใช้นโยบาย “Made in Thailand” เหมือนกับหลายประเทศที่ใช้กับโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ ที่ถูกกำหนดใน พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ให้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศเท่านั้น
“กฎหมายยังมีช่องโหว่ หากการผลิตสินค้าต่าง ๆ ในประเทศมีปริมาณไม่เพียงพอ หรือไม่ตรงตามที่โครงการกำหนด ให้สามารถนำเข้าได้ ดังนั้น รัฐต้องช่วยว่าจะทำอย่างไรให้เกิดความต้องการซื้อในประเทศให้ได้
หากโรงงานผลิตเหล็กต้นน้ำได้ 1 ล้านตัน แต่ศักยภาพจริงสามารถผลิตได้ถึง5 ล้านตัน ต้องใช้เงินลงทุน 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 156,000 ล้านบาท แต่ตอนนี้จะหาแหล่งเงินทุนจากไหนมาช่วย คือแผนระยะยาวที่อุตสาหกรรมเหล็กไทยจำเป็นต้องมีในอนาคต”
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามมาตรา 32 ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน (พ.ศ. 2535) ที่กำหนดจำนวนและขนาดของโรงงานแต่ละประเภทหรือชนิดที่จะให้ตั้งหรือขยาย หรือที่จะไม่ให้ตั้งหรือขยายในท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง สามารถใช้อำนาจประกาศเพื่อเหตุผลที่สมควรได้ หากเอกชนสามารถทำได้ภายในกรอบที่รัฐกำหนด เพื่อระงับการออกใบอนุญาต รง.4 สำหรับโรงงานเหล็กใหม่ ในขณะที่ผู้ประกอบการเหล็กต้องพัฒนาตัวเองให้ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะการใช้การวิจัยและพัฒนา
“ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้คำสั่งว่า ห้ามให้ตั้ง หรือให้ตั้งได้ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการเหล็กทำได้ตามกรอบที่กำหนดไว้ให้หรือไม่ หากทำได้และพบว่าเกิดผลกระทบจริง เราจะพิจารณา”
แหล่งข่าวจากวงการเหล็กกล่าวว่า ขณะนี้พบปัญหาการลักลอบจำหน่ายเหล็กเบากับร้านค้าในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่ไม่มีสัญลักษณ์พิมพ์ลอยนูนตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และพบว่ามีนักลงทุนจีนบางรายเข้ามาใช้วิธีสวมสิทธิ์โรงงานเหล็กในประเทศไทยที่ใช้เตาอินดักชั่นกว่า 10 ราย เพื่อผลิตเหล็กจากเตาที่ไม่มีการพัฒนา รวมถึงสั่งนำเข้าเตาโดยการแจ้งกรมศุลกากรเป็นอุปกรณ์อื่นหรือชิ้นส่วนเพื่อมาประกอบภายหลัง
“เตาจะมีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 40-50 ตัน หรืออาจสูงกว่า แน่นอนว่าจะผลิตเหล็กที่ด้อยคุณภาพออกมา แล้วมาดัมพ์ราคาขาย ภายในประเทศ และส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม กว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจพบก็ต่อเมื่อลงไปตรวจพื้นที่ ซึ่งตามปกติ 2 ปีต่อครั้งต่อโรงงาน ซึ่งระหว่างนั้นทำให้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพออกมาวางขายในท้องตลาดจำนวนมากแล้ว”
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีแผนตรวจโรงงานเหล็กทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยจำนวนที่มีหลายพันโรงงานทำให้มีความล่าช้า ขณะเดียวกันกรณีที่พบการผลิตเหล็กเบาคุณภาพต่ำ สมอ.ได้ติดตามจับไปถึงตัวโรงงานผู้ผลิต แต่ยอมรับว่ามีความลำบาก เพราะโรงงานผลิตเหล็กมักลักลอบผลิตในช่วงกลางคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปจับกุมได้ ต้องขออำนาจตำรวจในพื้นที่จึงทำงานลำบาก และเมื่อผลิตเสร็จจะกระจายไปเก็บในโกดังแต่ละจังหวัด กว่าจะรู้พิกัดพื้นที่สินค้าก็ถูกกระจายขายไปหมดแล้ว ซึ่ง สมอ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในแต่ละเดือนจึงมีการทบทวนเพื่อวางแผนการลงตรวจพื้นที่ทั้งโรงงานผลิต โกดังร้านค้ามากขึ้น
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
