“เชฟรอน”ลุยประมูลเอราวัณ ลุ้นรัฐให้ราคาก๊าซคุ้มลงทุน-
เชฟรอนฯพร้อมร่วมประมูลแหล่งบงกช-เอราวัณที่จ่อหมดอายุสัญญา ย้ำภาครัฐต้องเป็นราคาที่เหมาะสม ปชช.ได้ประโยชน์-ผู้ผลิตอยู่ได้ พร้อมยันยังลงทุนในไทยต่อ
นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกระแสข่าวเชฟรอนฯเตรียมตัวถอนการลงทุนด้านปิโตรเลียมในไทยว่า ขอยืนยันว่าจะไม่ถอนการลงทุนต่าง ๆ ในไทยแน่นอน และยังคงดำเนินการตามแผนต่าง ๆ ที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนการประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะครบอายุสัญญาสัมปทานคือแหล่งเอราวัณ ในพื้นที่ทะเลอ่าวไทย ที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคาดว่าจะมีการประกาศเงื่อนไขการประมูลในเร็ว ๆ นี้นั้นเชฟรอนฯยังคงเข้าร่วมการประมูลแน่นอน แต่คงต้องรอดูความชัดเจนว่าภาครัฐจะประกาศเงื่อนไขในช่วงใด รวมถึงยังต้องดูรายละเอียดเงื่อนไขการประมูล (TOR) ด้วย เพราะประเด็นสำคัญที่เชฟรอนฯมองว่าภาครัฐจะต้องพิจารณาให้เหมาะสมคือ การกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติให้เหมาะสมและสะท้อนต้นทุนการผลิต รวมถึงประชาชนได้ประโยชน์และผู้ได้รับสิทธิ์ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมก็อยู่ในธุรกิจนี้ได้ต่อไป
ทั้งนี้ในประเด็นการกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติทั้ง 2 แหล่งที่จะเปิดประมูลคือ แหล่งบงกช และแหล่งเอราวัณ ตามที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้เบื้องต้นว่า ราคาก๊าซที่ผลิตได้จากทั้งบงกชและเอราวัณนั้นจะต้องไม่แตกต่างจากราคาก๊าซที่ซื้อขายกันอยู่ในปัจจุบัน โดยคาดว่าสูตรราคาก๊าซ “อาจจะ” อิงกับราคาน้ำมันและราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และในทางปฏิบัติก็ไม่น่าจะกำหนดราคาตายตัวได้ และราคาก๊าซน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของสูตรราคามากกว่า
“ราคาเนื้อก๊าซควรอยู่ในราคาที่เหมาะสม เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเดินเครื่องผลิตให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ในระยะยาว และเจ้าบ้านได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงอุตสาหกรรมที่เตรียมจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เขาก็จะดูต้นทุนค่าไฟฟ้าด้วยว่าสามารถแข่งขันได้หรือไม่ด้วย”
นางศิริพร ไชยสุต รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายยุทธศาสตร์เอเชีย-แปซิฟิก บริษัท เชฟรอนเอเชียแปซิฟิก จำกัด กล่าวยืนยันว่า เชฟรอนฯยังคงลงทุนในประเทศไทยแน่นอน เพราะจะเห็นได้ว่าโครงการของเชฟรอนฯส่วนใหญ่เป็นโครงการระยะยาว นอกจากนี้หากเทียบเคียงระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้แล้ว ถือว่าไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุน โดยเฉพาะในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพราะเชฟรอนฯเองถือว่าทำธุรกิจในไทยมาค่อนข้างนาน ทำให้มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ที่จะเข้ามาร่วมประมูลแหล่งเอราวัณครั้งนี้ถือว่าเชฟรอนฯมีความ “ได้เปรียบ” ส่วนในประเทศอื่น ๆ แม้จะน่าสนใจแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทแม่ของเชฟรอนฯ มีนโยบายชัดเจนมาตลอดว่า ยังเน้นไปที่การลงทุนในไทยเป็นหลัก ในภูมิภาคนี้ และการเปิดประมูลแหล่งบงกชและเอราวัณในเร็ว ๆ นี้นั้น ในฐานะผู้ประกอบการในธุรกิจนี้ ก็จะมองไปที่ปัจจัยสำคัญคือ “ราคา” ที่จะต้องเหมาะสมและคุ้มต้นทุน ทั้งนี้เชฟรอนฯ ไม่ได้ขายก๊าซในราคาที่สูงเกินไป และที่สำคัญอยู่ในธุรกิจนี้มา 20-30 ปี หากขายแพงก็คงไม่มีลูกค้าแน่นอน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
