เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
ดูทั้งหมด

Womenomics ญี่ปุ่น แก้ปมแรงงาน…วันนี้ไปถึงไหน-

23 เม.ย. 2561 | 07:00น.

ปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับวิกฤตของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน อันเนื่องมาจากอัตราการเกิดเด็กใหม่ดิ่งลง จำนวนผู้สูงอายุพุ่งขึ้น ประกอบกับวัฒนธรรมฝังรากลึกที่ไม่เอื้อให้ผู้หญิงทำงานนอกบ้าน เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ชายในการหาเลี้ยงครอบครัว และภรรยาก็ถูกคาดหวังให้เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน หากภรรยาคนใดออกไปทำงานนอกบ้าน สามีก็เกรงจะถูกนินทาว่าไม่มีปัญญาเลี้ยงดูครอบครัว ส่งผลให้ผู้หญิงที่แต่งงานและมีลูกแล้วหมดโอกาสจะกลับเข้ามาทำงานเต็มเวลาในสำนักงาน ผลก็คือทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่สามารถเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีนโยบายส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ผู้หญิงญี่ปุ่นสามารถเข้ามาอยู่ในตลาดแรงงานเพื่อช่วยขับดันเศรษฐกิจหรือที่เรียกว่า “วีเมนโนมิกส์” (Womenomics) ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนย่อยของนโยบายเศรษฐกิจใหญ่ที่เรียกว่า “อาเบะโนมิกส์” โดยได้ออกมาตรการจูงใจหลายอย่างเพื่ออุดหนุนบริษัทต่าง ๆ ที่รับผู้หญิงเข้าทำงาน

นับถึงปัจจุบัน Womenomics ก็ดำเนินมาราว 5 ปีแล้ว ซึ่งถูกจับตามาโดยตลอดว่าญี่ปุ่นจะสามารถเปลี่ยนทิศทางไปสู่การเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าในปีที่แล้วอัตราของผู้หญิงทำงานที่มีอายุระหว่าง 30-34 ปี เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 75.2% ขยับขึ้นจาก 3 ทศวรรษที่แล้วซึ่งมีเพียง 50% ขณะที่อัตราการเข้าร่วมในแรงงานของผู้หญิงอายุระหว่าง 15-64 ปี เพิ่มขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 69.4% อันสะท้อนว่า Womenomics กำลังทำงานของมันได้ดีพอสมควร

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องทำอะไรมากกว่านี้เพื่อแก้ปัญหา ประการหนึ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญนั่นก็คือ การขาดแคลนสถานที่รับดูแลเด็กมาเป็นเวลานาน ซึ่งการขาดแคลนดังกล่าวทำให้แม้ว่าผู้หญิงจะต้องการกลับไปทำงานหลังให้กำเนิดบุตรแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ต้องรอจนกว่าจะถึงเดือนเมษายนปีถัดไป สถานรับเลี้ยงเด็กช่วงกลางวันจึงจะเปิดรับเด็กใหม่ แถมครูที่จะมาดูแลเด็กก็ขาดแคลนอีกด้วย ถึงขนาดที่ว่ามีตำแหน่งงานเสนอให้ถึง 6 ตำแหน่งต่อผู้สมัครงาน 1 คน

วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่คาดหวังให้ผู้หญิงต้องเลี้ยงลูกแทนการทำงานนอกบ้าน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สถานบริการเลี้ยงเด็กไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรมาเป็นเวลานาน จึงทำให้ที่ผ่านมาอัตราแรงงานของผู้หญิงในตลาดแรงงานเป็นรูปตัว M กล่าวคือ พวกเธอเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มขึ้นในช่วงอายุ 20 ปีต้น ๆ จากนั้นจะลดต่ำลงในช่วงอายุ 20 ปีปลาย ๆ ไปจนถึง 30 ปี เสร็จแล้วก็จะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงอายุ 40 ปี เมื่อพวกเธอกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ก็จะลดลงไปอีกเมื่อถึงวัยเกษียณ

แต่จากความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาล ก็ดูเหมือนจะให้ผลตอบแทนกลับคืนมา นั่นคือจำนวนผู้หญิงที่สามารถกลับไปทำงานได้ทันทีหลังคลอดลูกก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลก็กำลังลงทุนสร้างศูนย์ดูแลเด็กเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าว่าภายในปี ค.ศ. 2022 จะมีศูนย์ดูแลเด็ก 320,000 แห่ง ซึ่งเฉพาะอีก 2 ปีข้างหน้าหรือปี 2020 ตั้งเป้าว่าจะช่วยให้ 80% ของผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 25-44 ปีสามารถทำงานต่อไปได้แม้ว่าจะมีลูก พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณ 8 แสนล้านเยนเพื่อให้บริการรับเลี้ยงเด็กฟรีสำหรับเด็กอายุ 3-5 ขวบ

บรรดาบรรษัทต่าง ๆ ก็กำลังดำเนินการเพื่อจ้างผู้หญิงกลับเข้าทำงานอีกครั้งหลังจากพวกเธอลาออกไปเพื่อเลี้ยงลูก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน จะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาคและต่อระดับบริษัทเอง โดยประเมินว่าทุก 1% ของผู้หญิงที่เข้าร่วมในตลาดแรงงานจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ครึ่งเปอร์เซ็นต์ หากปราศจากการเข้าร่วมของผู้หญิง เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจเติบโตได้เพียง 1-1.5% ไม่ใช่ 1.5-2% อย่างในปัจจุบัน

จากการศึกษาหลายชิ้นพบว่าความหลากหลายของแรงงานในบริษัท ทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกจะสร้างผลกำไรให้กับองค์กรได้มากกว่า บริษัทใดก็ตามที่มีผู้หญิงอยู่ในตำแหน่งบริหารจัดการระดับสูงจะสร้างผลกำไรและผลิตภาพได้ดีกว่า

กระนั้นก็ตามผู้เชี่ยวชาญไม่ลืมย้ำว่า ญี่ปุ่นต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรมากกว่านี้เพื่อดึงดูดให้ผู้หญิงอยากทำงาน

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”