“เชฟโรเลต” เปิดแนวรุก 16 พื้นที่ ลดไซซ์เจาะชุมชนลั่นเซฟคอสต์คืนทุนเร็ว-
เชฟโรเลตดาวน์ไซซ์ศูนย์บริการเจาะลึกเข้าชุมชน ประเดิมจังหวัดรองและพื้นที่ปลอดดีลเลอร์ ลั่นปีนี้กระจายทั่วประเทศกว่า 16 แห่ง หวังใช้ทรัพยากรดีลเลอร์ให้คุ้มค่าสูงสุด เผยกระแสชุดแต่งมาแรง ลูกค้าตอบรับเกินคาด ดันยอดขาย “โคโลราโด สตอร์ม”กระฉูด
นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงนโยบายการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการว่า บริษัทได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการรุกตลาดใหม่ โดยจะหันมาเน้นไซซ์เล็กลง เจาะเข้าตามชุมชน และจังหวัดขนาดรอง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างแท้จริง
ล่าสุดได้มีการหารือและทำความเข้าใจกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ทั้งนี้ รูปแบบใหม่จะเน้นความคล่องตัวในการดำเนินงานและสามารถทำกำไรหรือคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งรูปแบบจะเป็น 2S คือ Service และ Spare parts เน้นเฉพาะตัวบริการและพื้นที่สำรองอะไหล่เท่านั้น ตัดโชว์รูมและงานขายออก
โดยจะกระจายเข้าจังหวัดที่ยังไม่มีตัวแทนให้บริการและพื้นที่จังหวัดรอง
“รูปแบบนี้จะทำให้ดีลเลอร์เซฟการลงทุนลงได้มาก และตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญคืนทุนเร็ว ส่วนมาตรฐานเซอร์วิสยังเป็นไปตามที่บริษัทแม่กำหนด”
ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งมือคือการเดินหน้าพัฒนาบุคลากรและปรับทุกส่วนให้ตรงตามมาตรฐาน เบื้องต้นตั้งเป้าจะเพิ่มศูนย์บริการรูปแบบใหม่ให้ได้อย่างน้อย 16 แห่งทั่วประเทศภายในปีนี้ จากปัจจุบันเชฟโรเลตมีโชว์รูมและศูนย์บริการแบบ 3 S (เซลส์-เซอร์วิส-สแปร์พาร์ต) อยู่ 87 แห่ง กระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ
“ตอนนี้เราพยายามทำการบ้านกันอย่างหนัก ร่วมกับดีลเลอร์เพื่อพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของเชฟโรเลต เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โปรเจ็กต์นี้เราคาดว่าน่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี” นางสาวปิยะนุชกล่าว
ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาดยังได้เปิดเผยถึงความสำเร็จของบริษัทเพิ่มเติมว่า หลังจากบริษัทได้ทดลองแนะนำรถยนต์เชฟโรเลต โคโลราโด และเทรลเบลเซอร์พร้อมชุดแต่งออกสู่ตลาดในรูปแบบสำเร็จรูปจากโรงงาน (โออีเอ็ม) พร้อมให้การรับประกันชุดแต่ง ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า
และความนิยมเพิ่มขึ้น และพบว่ากว่า 50% ของลูกค้าจะมีการใช้เงินกับการแต่งรถเพิ่มขึ้น เบื้องต้นคิดเป็นมูลค่าเริ่มต้นที่ 30,000 บาท
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าจะพยายามเพิ่มสัดส่วนของลูกค้ากลุ่มนี้ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เราพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อรถของเราไปนั้น เขาจะเอาไปใส่ชุดตกแต่งเพิ่มเติม เบื้องต้นจะเริ่มจากล้อ อุปกรณ์ต่าง ๆ เราเลยมองว่าตรงนี้จะเป็นโอกาสและตอบโจทย์ให้กับลูกค้าเชฟโรเลต เลยนำเสนอรถยนต์พร้อมชุดแต่งออกมา อย่างล่าสุดกับ โคโลราโด ไฮคันทรี สตอร์ม ซึ่งกระแสวันนี้ดีมาก ๆ เรายังมีรถไม่พอส่งมอบให้กับลูกค้า”
ส่วนปีนี้บริษัทตั้งเป้าจะมียอดการจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ทำได้ 18,700 คัน โต 25% เมื่อเทียบกับปี 2559 ขณะที่ยอดขายรถยนต์โดยรวมปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 900,000 คัน
ก่อนหน้านี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีนโยบายตั้งและทดลองขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการบริการหลังการขายให้กับลูกค้ารถยนต์มิตซูบิชิเพิ่มเติม ภายใต้แนวคิดไพลอตดีลเลอร์ (Pilot Dealer) หรือโชว์รูมขนาดเล็ก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายของมิตซูบิชิ
เพื่อให้การขายรถยนต์มิตซูบิชิเข้าถึงตลาดในระดับอำเภอหรือท้องถิ่น ที่มีการเติบโตของเศรษฐกิจสูงขึ้น แต่ยังไม่มีโชว์รูมมาตรฐานรองรับ เมื่อหลายปีก่อน
โดยสามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั้ง 3S ซึ่งจะประกอบด้วย งานด้านการขาย (Sales) งานด้านการบริการหลังการขาย (Service) ซึ่งจะมีช่องซ่อมพร้อมช่างที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของบริษัทคอยให้บริการ และงานด้านอะไหล่ (SpareParts) แต่ไม่ประสบความสำเร็จและได้ยกเลิกโครงการดังกล่าวออกไป
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
