เยือน “โฮจิมินห์” ย่ำ “ฮานอย” City of Trees แห่งอุษาคเนย์ ถนนทุกสายล้วนมีต้นไม้-
ภูมิทัศน์ของแต่ละเมือง มีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน มีเสน่ห์แตกต่างกัน ความตราตรึงและการสวมรวมจิตวิญญาณของเมือง รวมถึงวิถีผู้คนย่อมถูกกำหนดไว้ตามการสืบทอดและการวางแผนของเมืองแต่ดั้งเดิม
ผู้เขียนได้ไปย่ำเยือนเมืองรองและเมืองหลวงของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม คือ โฮจิมินห์ และฮานอย มาเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมืองหนึ่งอยู่ตอนใต้ และอีกเมืองหนึ่งอยู่ทางตอนเหนือ มีความแตกต่างในด้านภูมิประเทศ ทว่าสองเมืองนี้มีสิ่งที่เหมือนกัน และเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
โฮจิมินห์ และฮานอย มีแม่แบบที่ถูกครอบด้วยการปกครองการจัดการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ ผู้คนเคร่งครัดอยู่ในกรอบใหญ่ แต่มีแง่งามน่าสนใจในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเมือง ที่ให้ความสำคัญกับการวางผังเมือง และการเติมต้นไม้ใส่ลงไปในเมือง
หากลบภาพรถจักรยานยนต์ที่คับคั่งเต็มท้องถนนออกจากโฮจิมินห์หรือไซ่ง่อน เมืองหลวงเก่าแห่งนี้จัดว่ามีการวางผังเมืองที่ดีที่สุดและเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในอุษาคเนย์
แม้บริบทปัจจุบัน โฮจิมินห์ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัย ในฐานะเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของเวียดนาม แต่กลับให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างสุดขั้ว โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ที่เติบโตเคียงคู่มากับเมือง เปรียบดั่ง “หัวใจ” ของเมืองนี้
โฮจิมินห์ถูกวางผังเมืองและออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะเจาะลงตัว และด้วยความที่เคยเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน ทำให้มีกลิ่นอายของทางตะวันตกอยู่มาก การดีไซน์เมืองของโฮจิมินห์เหมือนหลาย ๆ เมืองในยุโรปมีการแบ่งโซนเมืองเป็นเขตต่าง ๆ แต่ละย่านถูกวางให้เชื่อมเข้าหากันเป็นบล็อก ๆ ถนนทุกสายบรรจบกันเป็นสี่แยกที่เชื่อมโยงถึงกันวิ่งตรงเข้าสู่ศูนย์กลางของเมือง แม้การจราจรจะติดขัด แต่ก็ถือว่ายังมีความคล่องตัวสูง เพราะมีรถยนต์ค่อนข้างน้อย
ถนนถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี มีฟุตปาทหรือทางเดินเท้ากว้างขวาง บนฟุตปาทมีต้นไม้ใหญ่อายุนับ 100 ปีเป็นร่มเงาแสนร่มรื่นตลอดสองฝั่งถนนทุกสาย และสิ่งดี ๆ อีกหนึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ในเมืองนี้ก็คือ การมีพื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะจำนวนมากใจกลางเมืองในทุก ๆ ย่านสำคัญ
“เจมส์” ไกด์ชาวโฮจิมินห์ บอกว่า รัฐบาลออกกฎหมายห้ามตัดต้นไม้ทุกต้นในโฮจิมินห์ ใครตัดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวสองฝั่งถนนในเมืองนั้น ส่วนใหญ่เป็นต้นยางนา ต้นตะเคียน และต้นไทร ปลูกมาตั้งแต่ครั้งเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
ไกด์หนุ่มบอกว่า คนเวียดนามในโฮจิมินห์รักต้นไม้ ทุกคนช่วยกันดูแล และในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลายคนจะมานั่งเล่น พบปะพูดคุยกันในสวนสาธารณะซึ่งเป็นพื้นที่เย็น มากกว่าที่จะอยู่ในบ้านที่อากาศร้อนอบอ้าวตลอดวัน การออกมาใช้ชีวิตในสวนสาธารณะจึงถือเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่

การเห็นผู้คนนั่ง เดิน ออกกำลังกายในสวนสาธารณะ จึงเป็นภาพที่งดงาม เพราะต้นไม้ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้คน
ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของ
โฮจิมินห์ที่คึกคักด้วยคลื่นการลงทุนที่หลั่งไหลเข้ามา ทำให้รัฐบาลเร่งวางผังเมือง
โฮจิมินห์ให้สอดรับกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวไม่หยุด เพื่อไม่ให้
เมืองโตแบบไร้ทิศทาง ด้วยการลงทุนก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน (subway) โดยความร่วมมือของรัฐบาลนครโฮจิมินห์กับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563
โฮจิมินห์ในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า จะถูกพลิกโฉมการเดินทางด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าใต้ดิน ผนวกกับต้นทุนของเมืองที่ถูกออกแบบวางผังไว้อย่างดี จึงยิ่งเป็นการยกระดับความสะดวกสบายของการเดินทาง และ
ในวันนั้น รถจักรยานยนต์บนถนนอาจมีน้อยลง เพราะคนจะหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
จากเมืองหลวงเก่าทางตอนใต้ ไปย่ำเมืองหลวงใหม่ทางตอนเหนือ ภาพแรกที่เห็น ถนนในฮานอยคับคั่งด้วยรถจักรยานยนต์ การจราจรติดขัดไม่ต่างจากโฮจิมินห์
ผังเมืองของฮานอยถูกออกแบบอย่างดี ถนนหนทางร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ไม่ต่างจากโฮจิมินห์
เมื่อก้าวเดินเลียบเลาะฟุตปาทที่มีต้นไม้ใหญ่เรียงเป็นทิวแถวบนถนนยาจุง (Nha Chung) ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโบสถ์เซนต์โจเซฟ (St.Joseph Cathedral) แลนด์มาร์กสำคัญของฮานอย ระหว่างทางที่เดินทำให้ได้เห็นว่า ความเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการค้า-เศรษฐกิจ กับความเป็นเมืองแห่งระบบนิเวศสีเขียว เป็นสองสิ่งที่สามารถอยู่เคียงคู่กันได้อย่างลงตัว

ทั้งเมืองฮานอยแวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่สูงใหญ่แบบไม่ธรรมดา ความสูงเทียบเคียงกับตึก 3-4 ชั้น ถนนทุกสายปลูกต้นไม้ตลอดแนวทางเดิน บางมุมเป็นแนวอุโมงค์ต้นไม้ ดูเย็นใจ สบายตา
ฮานอยยังไม่มีระบบขนส่งสาธารณะมากพอรองรับความต้องการเดินทางของประชากร แต่ภายในปี 2573 ทางการเวียดนามมีแผนจะเพิ่มบริการขนส่งสาธารณะให้ได้ 50% รวมถึงมีแผนควบคุมและลดจำนวนรถจักรยานยนต์ภายในปี 2573 ด้วยเช่นกัน
เมืองใหญ่หลาย ๆ เมืองที่มุ่งความทันสมัยและอัตราการเติบโตเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว อาจเป็นเมืองที่ตายด้าน แล้ง ร้อน
แต่การเติบโตของสองเมืองใหญ่ของเวียดนาม ถือเป็นมหานครที่ต้องปักหมุด แม้มีอัตราการพัฒนาเติบโตไปอย่างไม่หยุดยั้ง ณ วันนี้เวียดนามน่าจับตาในด้านพัฒนาการ ทั้งผู้คน การพัฒนาเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ก้าวกระโดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างเข้มข้น เป็นแง่งามของการพัฒนาเมืองที่น่าสนใจยิ่งและน่าจะนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองได้เป็นอย่างดี
ต้นไม้เขียว ถนนเขียว เมืองเขียว คนหัวใจเขียว คือชีวิต คือลมหายใจของ “โฮจิมินห์” และ “ฮานอย” คือ City of Trees แห่งอุษาคเนย์
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
