ทาทาสตีลจี้รัฐคุมโรงเหล็กจีน-
ตลาดเหล็กเดือด “ทาทา สตีล” ห่วงผู้ผลิตเหล็กไทยรายเล็กกระอัก หลังนักลงทุนจีนแห่ลงทุนโรงเหล็กไม่ได้คุณภาพ จี้หน่วยงานติดตามดูแล ฟันธงยอดขายไตรมาส 1 ปี’61/62 เพิ่ม 10% จากปัจจัยบวกก่อสร้างภาครัฐดันดีมานด์เหล็กโต เดินหน้าทำตลาดเหล็กพิเศษ-ตลาดส่งออก
นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TSTH) กล่าวว่า ภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศทิศทางจะรุนแรงมากขึ้น ภายหลังจากจีนซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายการปิดโรงงานเหล็กของจีน นักลงทุนจีนจึงได้หันเข้ามาลงทุนและซื้อบริษัทในไทย เพื่อการผลิตเหล็กขายและส่งออกมากกว่า 10 บริษัท โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเหล็กไทย
“ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การดูแลผู้ผลิตเหล็กไทย โดยเฉพาะโครงการของภาครัฐจำเป็นต้องเดินหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ทาทาฯยังไม่ได้ผลกระทบจากปรากฏการณ์ดังกล่าว จึงวางเป้าหมายผลประกอบการ
ไตรมาส 1 ปี 2561/2562 (เม.ย. 61-มี.ค. 62) จะมียอดขายเหล็ก 1.32-1.35 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8-10% จากปีก่อนที่มีปริมาณการขาย 1.21 ล้านตัน หรือโตขึ้น 8-10% เนื่องจากความต้องการใช้เหล็กเส้นภายในประเทศจะมีทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ จากการเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ
ก่อสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้มีความต้องการภายในประเทศ นอกจากนี้ยังมีโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้ความต้องการใช้เหล็กในการก่อสร้างเพิ่มขึ้นด้วย โดยเบื้องต้นคาดการณ์ว่าความต้องการใช้เหล็กโดยรวมในปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ล้านตัน เป็น 17.5 ล้านตัน โดยเฉพาะเหล็กทรงยาวคาดว่าจะขยายตัวถึง 5% จากที่มีความต้องการใช้อยู่ 5.9-6 ล้านตัน
พร้อมกันนี้บริษัทยังมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าเหล็กชนิดพิเศษที่มีมูลค่าสูง คือเหล็กต้านแผ่นดินไหว เหล็กเส้นแรงดึงสูง และเหล็กเส้นขึ้นรูปตัดและดัด (cut and bend) และมุ่งเน้นผลักดันการส่งออกมากขึ้น ส่วนกรณีสหรัฐออกมาตรา 232 ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัท เพราะไม่มีการส่งออกไปสหรัฐ และมองว่าเหล็กจีนไม่น่าจะไหลเข้ามาไทย เพราะราคาเหล็กไทยเฉลี่ยที่ตันละ 500 เหรียญสหรัฐ ต่ำกว่าราคาเหล็กโลกซึ่งอยู่ที่ 550 เหรียญสหรัฐต่อตัน อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาปัจจัยราคาเศษเหล็ก รวมทั้งราคาวัตถุดิบอื่น ๆ ที่อาจมีการปรับราคาสูงขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทงวดปี 2560/61 บริษัทมียอดขาย 2.22 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มียอดขาย 1.97 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 455 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 214 ล้านบาท โดยปัจจุบันทาทาสตีลใช้กำลังผลิตราว 75% ของกำลังผลิตรวม 1.7 ล้านตัน
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
