นิววิชั่น…เทสโก้โลตัส “เราจะทำให้เห็นว่า ถูกและดีมีจริง”-
กว่า 20 ปีที่ร่วมงานกับยักษ์ค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต “เทสโก้ โลตัส” ผ่านประสบการณ์ในการบริหารงานในหลายภาคส่วน ตั้งแต่วางแผนพื้นที่ การจัดซื้อจัดเรียงสินค้า ซัพพลายเชน งานด้านกลยุทธ์ทางการตลาด และฝ่ายอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่ศูนย์การค้า ล่าสุดกับการกุมบังเหียน “เทสโก้ โลตัส” ประเทศไทย
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “สมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย” ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส ในทุกมุมมองการบริหาร และการเป็นคนไทยคนแรกที่จะมาขับเคลื่อนยักษ์ค้าปลีกที่มีรายได้กว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี
Q : ตลอด 20 ปีของเทสโก้เมืองไทยเป็นซีอีโอต่างชาติมาตลอด ทำไมครั้งนี้บริษัทแม่ถึงเลือกคนท้องถิ่น
ผมอยู่ในธุรกิจรีเทลตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจาก “ซันนี่” ของซีพี และพอซีพีมาทำโลตัส ก็เลยเอาทีมมารวมกัน ในปี 2540 เทสโก้เข้ามาซื้อกิจการโลตัสจากซีพี เรียกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตการทำงานคลุกคลีอยู่กับจัดซื้อจัดจ้างสินค้ามาโดยตลอด
ถามว่าตกใจไหมที่เขาเลือกเรา ก็ไม่ขนาดนั้น เพราะกระบวนการพูดคุยกันใช้เวลาพอสมควร ซึ่งการที่เลือกคนท้องถิ่น เพราะทิศทางการทำงานของเทสโก้มีความมุ่งมั่นและต้องการที่จะผลักดันคนโลคอล เป็นสิ่งที่พูดกันมาโดยตลอด
โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีหลังนี้ เราจะเห็นภาพจริงจัง คนต่างชาติในตำแหน่งงานต่าง ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ และถูกแทนที่ด้วยคนไทย
Q : อะไรคือความท้าทายในการทำงานกับเทสโก้ โลตัส
อันดับแรกเลย คือ สปีด จริง ๆ ความต้องการของลูกค้าไม่ค่อยเปลี่ยน ไม่ค่อยแตกต่าง รีเทลคือการขายอะไรก็ได้ที่ล้อไปกับความต้องการของลูกค้า แต่ที่สำคัญคือ ความเร็ว ทำอย่างไรที่เราจะลอนช์สิ่งต่าง ๆ ที่ลูกค้าต้องการออกไปถึงเขาให้เร็วที่สุดให้ได้ ที่ผ่านมาด้วยความที่บริษัทใหญ่ เราต้องใช้เวลา 3 เดือนกว่ากระบวนการที่จะลอนช์สิ่งต่าง ๆ ออกไปถึงลูกค้า ทุกวันนี้ต้องสั้นลงและทำสปีดให้เร็ว
ต่อมาคือทีมงาน เราต้องการทีมงานที่สามารถพัฒนาตัวเองให้ไปได้เร็วกว่าธุรกิจ แต่ทุกวันนี้การพัฒนาการของธุรกิจไปเร็วกว่าคน ช่องว่างตรงนี้จะเกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ โจทย์ของเรา คือ เราจะทำอย่างไรที่จะลดช่องตรงนี้ เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เอาทีมงานเข้ามาเสริม ทำอย่างไรให้ศักยภาพของคนเปลี่ยนไปให้ทันตามยุคที่เปลี่ยน
อีกเรื่องคือลูกค้า ฐานของลูกค้าเปลี่ยนไป แลนด์สเคปเขาไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อนรีเทลจะมองฟอร์แมตเป็นหลัก แบ่งตามประเภทของค้าปลีก แต่วันนี้เราต้องเปลี่ยน เพราะปัจจุบันพฤติกรรมลูกค้าซื้อของในทุกช่องทาง
Q : ที่บอกว่าลูกค้าเปลี่ยน เปลี่ยนไปอย่างไร
หัวใจสำคัญของการทำค้าปลีก มี 3 ส่วนที่สำคัญ คือ ลูกค้า สินค้า และช่องทางขาย ปัจจุบันลูกค้ามีดีมานด์สูงขึ้น ลูกค้าคาดหวังต้องได้มากกว่าเดิม เมื่อก่อนอาจไม่ค่อยพูดถึงคุณภาพมากนัก เพราะ “ราคา” จะเป็นตัวหลักที่เขาถามหา แต่ตอนนี้ลูกค้าจะคาดหวังมากกว่านั้น คาดหวังทั้งราคา คุณภาพ ความคุ้มค่า รวมไปถึงการเป็นบริษัทที่ดี มีธรรมาภิบาล เป็นบริษัทที่ดีของสังคม ทุกอย่างมาพร้อมกันหมด ไม่ใช่ดูแค่บริษัทใหญ่โตทำยอดขายมหาศาล
Q : “เทสโก้” บาลานซ์การทำธุรกิจอย่างไร เมื่อราคาก็ต้องถูก แต่สินค้าและบริการก็ต้องดีขึ้น สูงขึ้น
สเกลของเราใหญ่ มีศักยภาพจะทำระบบรีเทลที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งแต่ก่อนปัญหาของเมืองไทย คือ ไม่มีใครมาทำแบบนี้ บทบาทรีเทลเลอร์แค่ซื้อมา-ขายไป แต่ปัจจุบันคำจำกัดความแบบนี้ใช้ไม่ได้แล้วในธุรกิจ
ทุกวันนี้เทสโก้ดูไปจนถึงแหล่งผลิตสินค้า เราจะทำงานกับเกษตรกรได้อย่างไร ทำงานกับการขนส่งได้อย่างไร และต้องไม่ทำลายโลก ทำให้งานมันยากขึ้น
Q : แต่คนยังมองภาพของเทสโก้เรื่องของราคาเป็นหลัก
ราคาและแวลู เป็นพื้นฐานที่เราต้องมี ทิ้งไม่ได้ แต่สิ่งที่เราจะแอดออนเข้าไป คือ เซอร์วิสและควอลิตี้ หลายปีที่ผ่านมาเราทรานส์ฟอร์มแผนกอาหารสดเยอะมาก จากเดิมที่ยังทำได้ไม่ดีนัก การซื้อของมาขายไม่ใช่การเข้าไปกดราคาเพื่อมาขายได้ถูก แต่เป็นการทำงานร่วมกันกับเกษตรกร เพื่อให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูง คุณภาพที่ดี มีการสูญเสียต่ำ ทำให้เราขายได้ราคาที่ดี ถามว่ายากไหมก็ยากนะ
สาขาอ่อนนุช สุขุมวิท 55 จะเห็นภาพชัดที่สุด เป็นสาขาต้นแบบที่เรานำเอาราคา คุณภาพ และประสบการณ์ มารวมกันไว้ เรานำประสบการณ์และคุณภาพและราคามาด้วยกันได้ ในราคาที่คุณเอื้อมถึง เป็นแวลู ฟอร์ มันนี่
เรากำลังปรับสิ่งนี้ขึ้น เพื่อตามลูกค้าให้ทัน ขณะที่ราคายังคงเป็นหัวใจสำคัญเหมือนเดิม มูฟออน
ของเราจะทำให้เห็นว่า ของที่เราขายคุณภาพไม่ได้ต่างไปจากห้าง หรือซูเปอร์มาร์เก็ตอื่น ๆ แต่เราสามารถขายได้ถูกกว่า 20-30%
Q : จะทำได้อย่างไร ราคาคุ้ม คุณภาพดี
ทำได้ แม้ว่าจะยังไม่ได้พร้อมกันทั้ง 2,000 สาขา แต่เราเริ่มแล้ว และอยู่ในแพลนที่ต้องทำ การปรับร้าน ปรับลุก ต้องใช้เวลา เป็นเจอร์นี่
Q : คีย์แมสเสจหลักของเทสโก้ยังจะย้ำ every day low price ต่อไปไหม
เทสโก้ โลตัส ไม่ใช่แค่เรื่องราคาและแวลู แต่รวมถึงคุณภาพ เซอร์วิส ทำดีสังคม เมื่อนึกถึงเรา โอเคละเรื่องราคามาเป็นตัวแรก แต่ต้องมาพร้อมคุณภาพ ไม่ใช่แค่เอเวอรี่เดย์ โลว์ไพรซ์ ที่ผ่านมาเรื่องราคาเราเด่นมาก ๆ เด่นจนกลบคีย์แมสเสจตัวอื่น ๆ ซึ่งต่อจากนี้เราต้องมาบาลานซ์กัน
เราจะทำให้เห็นว่าราคาถูก แต่คุณภาพดีขึ้น ประสบการณ์ดีขึ้น คุณภาพดีขึ้น
Q : มองอย่างไรที่มาร์เก็ตเทรนด์ชี้ว่า “สาขาขนาดใหญ่” จะลดหายลงไปเรื่อย ๆ
สาขา 20 ปีก่อน ไฮเปอร์มาร์เก็ตมีขนาดตั้งแต่ 1 หมื่น ตร.ม.ขึ้นไป แต่ทุกวันนี้ไฮเปอร์มาร์เก็ตเหลือขนาด 3-4 พัน ตร.ม. แต่ก็ยังขยายทุกปี 10 กว่าสาขา ถามว่าตายไหม ไม่ตายหรอก แต่ต้องปรับตัว สาขาเดิมที่เปิดหมื่น ตร.ม.ไปแล้วก็ต้องย่อสเกลลง ปรับพื้นที่ใหม่เพิ่มพื้นที่ในส่วนของพลาซ่าเติมร้านค้าต่าง ๆ เข้าไป
เป็นโจทย์หนักที่เราต้องคิดมาก ๆ ไฮเปอร์มาร์เก็ตอาจโต แต่ช้ากว่าคอนวีเนี่ยน แต่ในอนาคตข้างหน้าที่คาดการณ์กัน การเติบโตของไฮเปอร์และคอนวีเนี่ยนก็ไม่หนีห่างกันมากในแง่ของเม็ดเงิน
Q : ฐานะทางการเงินบริษัทแม่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ตรงนี้สยบข่าวลือขาย-ไม่ขายเทสโก้เมืองไทยไปได้หรือยัง
ภาพรวมแม่กำไรดีโตกว่า 30% ยอดขายดีขึ้นมาก อยู่ในแผนเทิร์นอะราวนด์ ซึ่งเมืองไทยเป็นตลาดที่ดี ข่าวลือคนซื้อก็คงอยากซื้อ แต่เทสโก้คงไม่อยากขาย เขาบอกว่าถ้าเทียบเมืองไทยเป็นเพชรยอดมงกุฎ ทำไมเขาต้องขายเพชรยอดมงกุฎออกไปด้วยล่ะ เพราะด้วยจำนวนยอดขายและความแข็งแกร่งของเทสโก้เมืองไทย มันคอนทริบิวต์รายได้ให้กับทั้งกรุ๊ป
Q : ที่มาที่ไปของการจับมือกับกลุ่มเซ็นทรัล มาร่วมมือกันได้อย่างไร
คนที่อยู่ในธุรกิจทั้งหมดมีการคุยกัน เจอกันตลอด ทำอย่างไรให้เกิดการซินเนอร์ยี่และเป็นผลดีต่อธุรกิจและลูกค้า ไม่มีใครจีบใครหรอกครับ อาจเจอกันในสนามกอล์ฟหรือที่ไหนแล้วพูดคุย ปิ๊งไอเดียกันก็ได้ทั้งนั้น ตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างไร เพราะต้องดูหลาย ๆ อย่างประกอบกัน
Q : ค้าปลีกเมืองไทยจะเห็นภาพลดจำนวนสาขาตามเทรนด์ตะวันตกไหม
การปิดสาขาของรีเทลเป็นเรื่องธรรมดา ที่ผ่านมามีทั้งการเปิดและปิด เป็นเรื่องธรรมดาของการบาลานซ์พอร์ตโฟลิโอ เราก็มี เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ลูกค้าเงินเท่าเดิมไม่ได้ซื้อเยอะขึ้น แต่เราจะบริหารความถี่มากกว่า ตรงนี้คือความท้าทาย ทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อเยอะขึ้น เพราะคู่แข่งเยอะขึ้น ลูกค้ามีเงินเท่าเดิม เทียบแล้ว 10 ปีก่อนมี 6 สโตร์เป็นทางเลือก แต่ตอนนี้ขยับไปถึง 10 สโตร์ เทสโก้มีช่องทางค้าปลีกที่หลากหลาย ตั้งแต่ร้านค้ารูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ร้านค้าซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดกลาง ไปจนถึงร้านเอ็กซ์
เพรสซึ่งมีขนาดเล็ก และแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงช่องทางมาร์เก็ตเพลซ ทำให้เราสามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าและทุกช่องทาง
ปัจจุบันลูกค้าประมาณ 40% ของฐานลูกค้าเทสโก้ โลตัส ซื้อสินค้าผ่านหลายช่องทาง การมีหลากหลายโมเดลค้าปลีก ทำให้สามารถตอบโจทย์ความสะดวกลูกค้าสามารถซื้อของได้ทุกที่และทุกเวลา ซึ่งทิศทางการขยายช่องทางของเทสโก้จะครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เป็นออมนิแชนเนลที่ครบวงจร
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
