“ซันสวีท” ทุ่ม 260 ล. ฟู้ดรีเทล เล็งแตกไลน์อาหารสุขภาพ-
“ซันสวีท” เดินหน้ารุกธุรกิจข้าวโพดหวานปี’61 มุ่งโฟกัสตลาดเอเชีย-ญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน ทุ่ม 260 ล้าน นำเข้าเครื่องจักรเทคโนโลยีทันสมัย เพิ่มกำลังการผลิตข้าวโพดหวานแช่แข็งเป็น 3 เท่า และข้าวโพดบรรจุกระป๋องเพิ่มขึ้นอีก 10% พร้อมลุยฟู้ดรีเทล ดันข้าวโพดหวานพร้อมทานบุกคอนวีเนี่ยนสโตร์ทั่วประเทศและ AEC วาดแผนอนาคตเตรียมแตกไลน์ลุยอาหารเพื่อสุขภาพ เจาะกลุ่มกำลังซื้อเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ
นายองอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวโพดหวานภายใต้แบรนด์ KC เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแผนงานในปี 2561 บริษัทยังคงเดินหน้ารุกธุรกิจข้าวโพดหวานอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมลงทุน 260 ล้านบาท นำเข้าเครื่องจักรเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตข้าวโพดหวานแช่แข็งเป็น 3 เท่าในช่วงราวกลางปีนี้ จากเดิมมีกำลังการผลิตอยู่ที่ราว 5,000 ตันต่อปี จะเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ตันต่อปี ซึ่งกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้จะส่งออกไปยังตลาดเดิมในเอเชีย คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน ที่มีแนวโน้มความต้องการอาหารในกลุ่มข้าวโพดแช่แข็งเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋องจะเพิ่มกำลังการผลิตอีก 10% จากเดิมส่งออกราว 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี เพิ่มเป็น 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี โดยมีฐานลูกค้ากว่า 200 ราย กระจายอยู่ใน 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายองอาจกล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 คณะกรรมการบริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติคุ้มคำ เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีจำนวนสมาชิกผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 4,678 ราย จำนวน 430 ล้านหุ้น โดยมีการรายงานผลประกอบการปี 2560 มียอดขายกว่า 1,600 ล้านบาท กำไรสุทธิ 112 ล้านบาท ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น หุ้นละ 15 สตางค์ เป็นเงิน 45 ล้านบาท
ทั้งนี้ ยอดขายกว่า 1,600 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เป็นสัดส่วนการส่งออกราว 80-90% โดยตั้งเป้ายอดขายในปี 2561 เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งนอกจากการขยายฐานตลาดเดิมจากการเพิ่มกำลังการผลิตในไลน์แช่แข็งและบรรจุกระป๋องแล้ว ในปีนี้บริษัทยังมีแผนรุกตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากเดิมมีสัดส่วนราว 10% โดยจะมุ่งเน้นการผลิตสินค้ากลุ่มข้าวโพดหวานในไลน์ธุรกิจฟู้ดรีเทล (food retail) หรือการขายปลีกให้มากขึ้น ซึ่งจะนำข้าวโพดหวานที่มีไซซ์เล็กพร้อมรับประทาน (ready to eat) เข้าวางจำหน่ายในคอนวีเนี่ยนสโตร์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้กลุ่มผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้ากลุ่มข้าวโพดหวานได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน จะนำสินค้ากลุ่มนี้เจาะตลาดอาเซียน หรือ AEC ด้วย ซึ่งในปีนี้จะเปิดตลาดที่ประเทศกัมพูชา
นายองอาจกล่าวต่อว่า แผนงานในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทมีแผนเข้าสู่ธุรกิจอาหารสมัยใหม่เพื่อสุขภาพ เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคให้ความสนใจ และใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ดังนั้น การผลิตอาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่มีแนวโน้มที่ดีมาก โดยจะใช้ข้าวโพดหวานซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของบริษัทนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต และอาจมีส่วนผสมของวัตถุดิบอื่น ๆ ด้วย เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายหลัก
คือ กลุ่มเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม นอกจากข้าวโพดหวานจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่มีสัดส่วนราว 80-90% แล้ว บริษัทยังผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ ถั่วแระแช่แข็ง เพื่อส่งออกไปต่างประเทศ รวมทั้งประกอบธุรกิจซื้อมา-ขายไปในผลิตภัณฑ์อาหาร และผลผลิตทางการเกษตรที่จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ หอมหัวใหญ่สด ซอสมะเขือเทศ สับปะรดบรรจุกระป๋อง มะพร้าวสด ข้าวหอมมะลิ น้ำมันข้าวโพด เป็นต้น
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
