“ออโตเมชั่น-โรโบติก” แรง ฟันธงปีหน้าทะลุ 7 พันยูนิต-
“สถาบันยานยนต์” ลั่น 3 อุตฯรถยนต์ฟื้นหลังรัฐเดินหน้าโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวที่ 3 เน้น “ความสะอาด ประหยัด และปลอดภัย” รับเทรนด์ตลาดโลก เชื่อระบบออโตเมชั่นเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้านรี้ด เทรดเด็กซ์ ขนโรบอต 17 แบรนด์ จาก 10 ประเทศทั่วโลกโชว์นวัตกรรม
นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ว่า แนวโน้มสดใส มั่นใจ 2-3 ปี จากนั้นอุตฯยานยนต์ไทยจะเติบโตเพิ่มขึ้น และมีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
“รัฐบาลประกาศนโยบายสนับสนุนโปรดักต์แชมเปี้ยนตัวที่ 3 ต่อจากรถปิกอัพและอีโคคาร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวี โดยมี 3 สเต็ปในการพัฒนาคือ ไฮบริดไปสู่ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ก่อนที่จะถึงอีวี ซึ่งไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานแบบใด ผลที่ออกมาคือ สะอาด ประหยัด และปลอดภัย”
ในขณะเดียวกัน ภาคการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเองนั้นก็จะต้องมีการยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยจะมีการนำเทคโนโลยีการผลิตใช้ให้แพร่หลายมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัว
“ในอนาคตเชื่อว่าจะมีระบบออโตเมชั่นเข้ามาช่วยภาคอุตสาหกรรมการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ก็ใช่ว่าแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 8 แสนคน จะไม่มีงานทำ เพียงแต่รูปแบบของการทำงานอาจจะปรับเปลี่ยนไป โดยอุตสาหกรรมจะใช้คนในการทำงานที่มีมูลค่าสูงเพิ่มมากขึ้น หรือใช้ในการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ มากกว่า และเชื่อว่าการเข้ามาแพร่หลายของระบบ จะไม่กระทบกระเทือนต่อภาคแรงงาน แต่จะเป็นโอกาสของแรงงานในการพัฒนาตนเองให้ก้าวขึ้นไปอีกระดับมากกว่า”
ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ยังได้คาดการณ์ว่า ปีนี้ประเทศไทยจะมีการผลิตรถยนต์ในระดับ 2 ล้านคันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีการผลิตที่ 1.95 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ 900,000 คัน และการผลิตเพื่อรองรับกับตลาดส่งออก 1.1 ล้านคัน หรือประเทศไทยมีการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.28% จากปีก่อน
ส่วนยอดขายในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.-เม.ย.) พบว่า มียอดผลิตที่ 674,469 คัน เพิ่มขึ้น 11.29% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดการจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศมีการเติบโตขึ้น ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัว การลงทุนต่อเนื่องของภาครัฐ และเอกชน ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมทั้งการสิ้นสุดนโยบายรถยนต์คันแรก ทำให้ตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สถานการณ์ดีขึ้น
ด้านนายอิสระ บุรินทรามาตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เปิดเผยถึงเทรนด์และความนิยมของภาคอุตสาหกรรมต่อการใช้ระบบออโตเมชั่นและโรโบติกภายในประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อปี 2556 พบว่า มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนั้นมีความต้องการที่ 2,131 ยูนิต ส่วนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 5,000 ยูนิต หรือภายในระยะเวลา 5 ปี โตถึง 133% และคาดว่า ภายในปี 2562 และ 2563 จะมีการเติบอีกปีละ 19% หรือใกล้เคียงระดับ 7,000 ยูนิต โดยในจำนวนนี้ 70% เป็นการใช้ภายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่วนที่เหลือ 30% จะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ และภายในปี 2563 นั้นจะส่งผลให้ไทยมีการใช้ระบบออโตเมชั่นและโรโบติก มาเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน และเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาคเอเชีย
ล่าสุด รี้ดฯได้รวบรวมหุ่นยนต์กว่า17 แบรนด์ จาก 10 ประเทศทั่วโลก นำมาจัดแสดงภายในงานแมนูแฟคเจอริ่งเอ็กซ์โป 2018 ระว่างวันที่ 20-24 มิถุนายนนี้ ณ ไบเทค เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งขนาดกลางและขนาดย่อมได้สัมผัสกับเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มการตัดสินใจก้าวสู่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยระบบอัตโนมัติ และงาน “ออโตโมทีฟ ซัมมิท 2018” ภายใต้แนวคิด “พลิกมิติ อุตฯยานยนต์ไทยสู่ยุคทอง 4.0 ด้วยระบบออโตเมชั่นและโรโบติก” ในวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 09.30-15.30 น. ณ ห้องแกรนด์ ฮอลล์ 202-203 ชั้น 2 ไบเทคด้วย
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
