โจทย์หิน “สุเมธ” ดีดีใหม่บินไทย นำองค์กรให้มี “กำไร-เติบโตยั่งยืน”-
นับตั้งแต่สายการบินแห่งชาติ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี ต่อจาก “จรัมพร โชติกเสถียร” อดีตดีดีการบินไทย เป็นครั้งแรกเมื่อกลางเดือนกันยายน ปี 2559 ก่อนจะมีการขยายเวลารับสมัครออกไป กระทั่งล้มการสรรหา และเปิดสรรหารอบใหม่ พร้อมขยายเวลารับสมัครมาเรื่อย ๆ จนถึงปี 2561 (ดูตารางประกอบ)
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคณะกรรมการสรรหาฯ เห็นว่า ผู้สมัครในแต่ละครั้งที่ผ่านมา ทั้งคุณสมบัติและความสามารถยังไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ทำให้ต้องล้มการสรรหา และขยายเวลารับสมัครมาเป็นระยะ
นับเป็นการสรรหาที่ “มาราธอน” มากที่สุดถึงราว 20 เดือนเลยทีเดียว ส่งผลให้ “อุษณีย์ แสงสิงแก้ว” ต้องนั่งทำหน้าที่รักษาการดีดีการบินไทยมาอย่างยาวนาน
กระทั่งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการของการบินไทยได้จัดประชุมที่สำนักงานใหญ่ มี “พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง” รักษาการประธานกรรมการบริษัท เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมคณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบผลการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) ซึ่งผู้ผ่านการสรรหาคือ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม”
และคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ คณะอนุกรรมการพิจารณาผลตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เจรจาในเรื่องเงื่อนไขการจ้าง และผลตอบแทน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาต่อไป
“อุษณีย์ แสงสิงแก้ว” รักษาการดีดีการบินไทย กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเห็นชอบให้ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ดำรงตำแหน่งดีดีการบินไทย ทางคณะกรรมการสรรหาก็ได้นำผลดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีการประชุมนัดพิเศษในวันเดียวกัน (19 พฤษภาคม 2561) ทันที
“เหตุผลที่ต้องเร่งกระบวนการสรรหาดีดีคนใหม่ เนื่องจากต้องการให้ได้ตัวดีดีคนใหม่เข้ามาก่อนที่ตนจะเกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้ เพื่อให้สามารถสานงานต่อได้เลย ส่วนขั้นตอนการเจรจาเกี่ยวกับค่าตอบแทน คาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2-3 เดือน” อุษณีย์กล่าว
สำหรับ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” นั้นว่ากันว่า โจทย์ใหญ่ทันทีที่ขึ้นนั่งเก้าอี้ดีดีการบินไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่อง “การเติบโตในระยะยาว” ขององค์กรขนาดใหญ่แห่งนี้ เพราะการบินไทยอยู่ในแผนปฏิรูปองค์กรระยะที่ 3 คือ ระยะการขยายธุรกิจให้เติบโตและมีกำไรในระยะยาว
สำหรับองค์กรการบินไทยนั้น แม้ว่าในปี 2560 ที่ผ่านมา ภาพรวมผลการดำเนินงานของการบินไทยจะดีขึ้นในแทบทุกด้าน อาทิ อัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบินเพิ่มขึ้นจาก 11.5 ชั่วโมง เป็น 12.0 ชั่วโมง มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6.4% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 14.7% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย 79.2% สูงกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 73.4% และสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 24.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.3%
แต่เมื่อดูผลประกอบการกลับพบว่า การบินไทยยังขาดทุนสุทธิ 2,107 ล้านบาท
ขณะที่แผนฟื้นฟูธุรกิจของการบินไทยในปี 2561 ยังคงมุ่ง “มีกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” และ “เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการให้บริการเทียบเคียงมาตรฐานชั้นนำ” นี่คือ 2 กุญแจหลัก ที่การบินไทยเลือกขับเคลื่อนในปีนี้ ผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกำไรจากการเพิ่มรายได้ ควบคุมต้นทุน ฯลฯ
การปรับปรุงหน่วยธุรกิจให้เป็นศูนย์กำไรที่เติบโต แสวงหาโอกาสทางธุรกิจ และบริหารจัดการสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น การปรับปรุงการบริการครบวงจรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม รวมถึงการนำ digital application มาเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขัน และการพัฒนาการบริหารงานบุคคลโดยเน้นโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรมองค์กร ภาวะผู้นำและการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ
แน่นอนว่าโจทย์ใหญ่ของการบินไทย ก็ยังเวียนวนอยู่กับเรื่องของการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน การลดต้นทุน และการทำกำไร
โดยเฉพาะ “การลดต้นทุน” ซึ่งเป็นจุดที่การบินไทยพยายามแก้ไขมาตลอด นับตั้งแต่การเข้าสู่แผนปฏิรูปองค์กร
โดยก่อนหน้านี้ “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายแก่การบินไทย เมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า เป้าหมายขององค์กรขนาดใหญ่แห่งนี้ต้องมุ่งสู่การทำกำไรและเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทำอย่างไรไม่ให้ธุรกิจขาดทุนเท่านั้น
โดยประเด็นหลักที่ต้องโฟกัส คือ แผนการลดรายจ่าย รวมถึงการนำโมเดลธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์มาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อทำให้ต้นทุนถูกที่สุด แต่ยังคงรักษาความเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิสเอาไว้
ทั้งหมดนี้เพื่อ “ปรับตัว” สู้กับ “ความท้าทายรอบด้าน” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนราคาน้ำมัน พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ดีดีคนใหม่นาม “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” จะเข้ามาขยับขับเคลื่อนให้สายการบินแห่งชาติกลับมามีกำไรในปี 2561 ได้หรือไม่
ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างยิ่ง !
และที่น่าจับตามองยิ่งกว่านั้นก็คือ หลังจากการเลือกตั้งรอบใหม่ในต้นปี 2562 นี้ ยังจะมีชื่อของ “สุเมธ ดำรงชัยธรรม” นั่งบริหารในตำแหน่งดีดีการบินไทยต่อไปอยู่หรือไม่ !
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
