หนุนไทย “เมืองหลวง” ด้านอาหารของเอเชีย-
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ
โดย ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]
ประเมินกันว่า รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมานั้น เป็นรายได้ที่กระจายเข้าไปในหมวดอาหารการกินในสัดส่วนถึงประมาณ 20% เป็นรองแค่หมวดที่พักและช็อปปิ้งเท่านั้น
เพราะปัจจุบัน “อาหารไทย” กลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทำให้หลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหันมาส่งเสริมการท่องเที่ยว “เชิงอาหาร” หรือ gastronomy tourism มากยิ่งขึ้น
โดยตัวแปรหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารของไทยได้ในมาตรฐานโลกคือ การที่ประเทศไทยเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “มิชลิน ไกด์ บุ๊ก กรุงเทพฯ” เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา
ซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เองก็คาดหวังว่า หนังสือคู่มือในวงการอาหารระดับโลกนี้จะช่วยโปรโมตกระแสการท่องเที่ยว gastronomy tourism ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มากขึ้น
พร้อมวาดฝันว่า จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “เมืองหลวง” อาหารของภูมิภาคเอเชียให้ได้
ส่วนจะใช้เวลามากน้อยแค่ไหน อย่างไรนั้นต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมมือกันเดินหน้าต่อไป
ดังนั้น จึงเห็นว่าขณะนี้ถนนทุกสายต่างพุ่งตรงมาที่การสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ gastronomy tourism ไม่ว่าจะเป็นการเร่งสานต่อโครงการ “Amazing Thai Taste” ที่จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ของคณะทำงานสานพลังประชารัฐด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ ที่มุ่งต่อยอดอาหารถิ่น 5 ภาค รวมถึงนำเสนอผลไม้ตามฤดูกาลตลอดปีต่อเนื่องทั้ง 12 เดือน
รวมถึงข้าวท้องถิ่นที่จะบรรจุในเมนูให้นักท่องเที่ยวได้เลือกมากยิ่งขึ้น รวมถึงร้านอาหารริมทาง ที่เรียกสวย ๆ ว่า “สตรีตฟู้ด”
โปรเจ็กต์นี้มีร้านค้าเป้าหมายในท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 1,000 ร้านค้า เป็นแม่เหล็กที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปชิมอาหารในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ให้คนในชุมชน รวมถึงเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าของดีในภูมิภาคอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านี้ ยังได้แรงส่งจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดทั่วประเทศในปีนี้ที่ยิ่งทำให้บรรยากาศของภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยคึกคักอย่างชัดเจนและทั่วถึง
โดยพบว่าที่ผ่านมา สำนักงานการท่องเที่ยวทั่วประเทศต่างเดินหน้านำเสนอเส้นทางท่องเที่ยว gastronomy อย่างคึกคัก
ซึ่งผู้เขียนเองก็ได้รับการทาบทามให้ร่วมเดินทางเพื่อสำรวจและโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารในหลาย ๆ จังหวัดเช่นกัน เรียกว่ามีโปรแกรมแทบจะทุกสัปดาห์เว้นสัปดาห์กันเลยทีเดียว
และไม่เพียงแค่การทำการตลาดภายในประเทศเท่านั้น ยังมีเร่งทำการตลาดต่างประเทศ ด้วยการผลักดันแคมเปญ Eat Thai, Go Thailand สำหรับเป็นธีมหลักที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานในต่างประเทศทุกแห่งนำไปต่อยอดการตลาดอีกเซ็กเมนต์หนึ่งด้วย
โดยใช้ฐานของร้านอาหารไทยในต่างประเทศเป็นช่องทางในการโปรโมต สื่อสารกับชาวต่างประเทศที่ชื่นชอบอาหารให้ตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีกแรง
และล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่นำทีมโดย “พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์” ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เข้าร่วมการประชุมมนตรีบริหารขององค์การการท่องเที่ยวโลก ครั้งที่ 108 (the 108th Session of the UNWTO Executive Council) เมื่อ 23-25 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ เมืองซานเซบาสเตียน ประเทศสเปน
ในงานนี้ท่านปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย พร้อมเน้นถึงการเรียนเชิญผู้เข้าร่วมการประชุมเข้าร่วมงาน the 4th UNWTO World Fourm on Gastronomy Tourism ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ช่วงวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2561 นี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ททท., กระทรวงการท่องเที่ยวฯ คณะทำงานประชารัฐด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ ฯลฯ
ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ การสร้างการเติบโตด้านการใช้จ่ายในหมวดอาหารที่มูลค่ารวมประมาณ 6 แสนล้านบาท ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีมูลค่าเพิ่มเป็น 7.5 แสนล้านบาทในปีนี้
หรือมีสัดส่วนรายได้ในหมวดอาหาร เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 25% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด
และเป้าหมายที่สำคัญกว่านั้นคือ การผลักดันให้ประเทศไทยขึ้นแท่น “เมืองหลวง” ด้านอาหารของภูมิภาคเอเชียนั่นเอง
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
