เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement ดีแคช ถอด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พ้นพรีเซ็นเตอร์ เซ่นปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
Business ส่อง 2 โมเดลใหม่โรบินสัน Ploen / Riva เจาะกรุงเทพฯ-หัวเมือง
เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
Finance เจ้าหนี้ GRAND โหวตผ่าน 3 วาระ พักดอกเบี้ย 29.88 ล้าน-ปลดล็อกเงื่อนไขหนี้
“ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
Politics “ออยศรีกล้าป๊ะ?” สิระโพสต์ภาพจี้ลุยสอบ ‘มูลนิธิป่ารอยต่อ’ เพื่อความเสมอภาค
กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
Economic กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
Economic บางจากฯ โตสูงสุดเป็นประวัติการณ์รับรู้รายได้ SAF, Bangchak Hong Kong และ Synergy รวม 9,000 ล้านบาท
เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
Economic เปิดข้อเรียกร้อง สหพันธ์ขนส่งฯ รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน แฉ ‘ต้นทุนทิพย์-ค่าการกลั่น’
เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
การศึกษา เปิดผล QS Asia 2027 ม.กรุงเทพคว้าอันดับ 1 เอกชนไทย ปีที่ 2
กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
Finance กสิกรไทย ชู 3+1 & P รักษาผู้นำดิจิทัล K PLUS ครองตลาด 30% สินเชื่อธุรกิจโต 7%
ดูทั้งหมด

ที่ดินแนวรถไฟฟ้าขึ้นยกแผง ดัน “คอนโดจิ๋ว” ราคาพุ่งแตะ 3 ล้าน-

01 มิ.ย. 2561 | 07:00น.

กับดักอสังหาฯที่ดินแนวรถไฟฟ้าพุ่ง 6-25% BTS-MRT-สถานีใหม่ระหว่างสร้างปรับขึ้นวาละ 2-8 แสนบาท ดันราคาคอนโดฯพุ่ง 1-3 แสน/ตร.ม. “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” ฟันธงคนชั้นกลางหมดสิทธิ์ซื้อทำเลในเมือง เผยราคา 2-3 ล้านกระจุกโซนบางบัว รัชดาฯ-ลาดพร้าว บางซื่อ 1-2 ล้านใกล้สุดย่านแจ้งวัฒนะ แบริ่ง ประชาอุทิศ คอนโดฯต่ำล้านมูลค่าตลาดหดเหลือ 677 ล้านบาท เน็กซัสฯชี้เทรนด์ปีนี้อัพ 8%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลังผ่านพ้นเกือบ 5 เดือนแรกของปี 2561 แนวโน้มทวีความร้อนแรงมากขึ้นไปอีก โดยผลสำรวจของ บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ระบุว่า ภาพรวมมูลค่าตลาดที่อยู่อาศัยเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลในช่วงไตรมาส 1/61 เทียบไตรมาส 1/60 มีการเติบโตถึง 27% เป็นผลมาจากการขยายตัวของกลุ่มสินค้าทาวน์เฮาส์และคอนโดมิเนียม นำไปสู่การคาดการณ์ว่าปีนี้ทั้งปี ตลาดที่เคยประเมินการเติบโต 4-5% ขยับเป็น 11% มูลค่าตลาดคาดว่าสูงถึง 4.8 แสนล้านบาท

ในเวลาเดียวกัน มีผลสำรวจราคาที่ดินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญของการพัฒนาโครงการ โฟกัสตลาดคอนโดฯทำเลแนวรถไฟฟ้า พบว่ามีการปรับตัวสูงขึ้นตลอด จนทำให้วิตกกังวลว่าส่งผลกระทบต่อราคาอสังหาฯ กระทั่งกำลังซื้อตลาดกลาง-ล่างอาจเอื้อมไม่ถึง และต้องถูกผลักดันให้ไปซื้อในทำเลไกลออกไปจากตัวเมืองมากขึ้นทุกที

ที่ดินแนวรถไฟฟ้าพุ่ง 6-25%

แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2560 การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินของกรุงเทพฯ 3 โซน แบ่งเป็นกรุงเทพฯชั้นในหรือย่านซีบีดี เปลี่ยนแปลง 10% กรุงเทพฯชั้นกลาง ทั้งฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร เปลี่ยนแปลง 6.5-7% และกรุงเทพฯชั้นนอกเปลี่ยนแปลง 4-5.5% ในขณะที่ภาพรวมราคาที่ดินปรับเพิ่ม 5.3%

แหล่งข่าวชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมราคาที่ดินปรับเพิ่ม 5.3% แต่เมื่อโฟกัสทำเลแนวรถไฟฟ้าซึ่งมีการแข่งขันสูง ผู้บริโภคมีความสนใจซื้อคอนโดฯแนวรถไฟฟ้ามากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากมีโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และเตรียมทยอยเปิดให้บริการภายในปี 2562-2567 โดยการก่อสร้างยิ่งคืบหน้ามากเท่าไรเท่ากับเป็นการเปิดหน้าดินในการพัฒนาโครงการมากเท่านั้น ทำให้ราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นกว่าทำเลอื่น ๆ ตั้งแต่ 6-25%

“ปี’60 ราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น 3 อันดับแรก สถิติเป็นของสายสีเขียว ต่อขยายอ่อนนุช-แบริ่ง เพิ่มถึง 25% รองลงมาเป็นของรถไฟฟ้าสายเดิม MRT บางซื่อ-หัวลำโพง เพิ่ม 19% ส่วนอันดับ 3 ใกล้เคียงกันระหว่างสายสีเขียวต่อขยายตากสิน-บางหว้า กับสายใหม่ที่กำลังก่อสร้าง สีน้ำเงินหัวลำโพง-บางแค บวกลบ 15%”

ถูกสุดคูคต-บางบำหรุ 6 หมื่น

แหล่งข่าวกล่าวว่า มีข้อมูลผลสำรวจของบริษัทเอเจนซี่
ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส ด้วยว่า ราคาที่ดินทำเลแนวรถไฟฟ้าทั้งสายเก่าและสายใหม่ในปี 2560 จำนวน 201 สถานี ราคาสูงสุดอยู่ในทำเลรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม-เพลินจิต-
ชิดลม ตารางวาละ 2.2 ล้านบาท ราคาต่ำสุดอยู่ในทำเลรถไฟฟ้าสีแดง บางซื่อ-ตลิ่งชัน สถานีบางบำหรุ ตารางวาละ
6 หมื่นบาทใกล้เคียงกับสายสีเขียวต่อขยาย หมอชิต-
สะพานใหม่-คูคต ซึ่งราคาต่ำสุดอยู่ที่สถานีคูคต ตารางวาละ
6 หมื่นบาท

โดยรถไฟฟ้าสายใหม่ที่กำลังก่อสร้าง มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้นและเบียดแทรกเข้ามาอยู่ในทำเนียบเกินตารางวาละ 1 ล้านบาทจำนวน 2 สถานีใหม่ด้วยกัน คือ เส้นทางสายสีน้ำเงิน ช่วง
หัวลำโพง-บางแคอยู่ที่สถานีวัดมังกรกับสถานีวังบูรพา
อัพราคาตารางวาละ 1.1 ล้านบาท

ในทางตรงกันข้าม รถไฟฟ้าสายปัจจุบัน บีทีเอสสถานีสะพานควาย พบว่ามีราคาต่ำสุดของเส้นทางหมอชิต-อ่อนนุช ตารางวาละ 6.5 แสนบาท ซึ่งยังสูงกว่าราคารอบสถานีห้าแยกลาดพร้าวของสายสีเขียวต่อขยายไปทางกรุงเทพฯ โซนเหนือซึ่งมีราคาตารางวาละ 5 แสนบาท, สูงกว่าสถานีเตาปูนของสายสีม่วง-สีน้ำเงิน ที่มีราคาตารางวาละ 3 แสนบาท และ
สูงกว่าสถานีรัชดาฯของสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง
สถานีรัชดาฯที่มีราคาตารางวาละ 5 แสนบาท

คนชั้นกลางหมดสิทธิ์ซื้อในเมือง

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอาคารชุดไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะราคาที่ดินแพงทำเลแนวรถไฟฟ้าทั้งสายปัจจุบันและสายที่กำลังสร้างใหม่ เป็นตัวกดดันทำให้ราคาห้องชุดปรับตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ที่น่าจับตามองคือมีผลโดยตรงต่อกำลังซื้อคนชั้นกลางที่เข้าถึงราคาห้องชุด 2-3 ล้านบาท/ยูนิต ถ้าหากราคาสูงกว่านี้ทำให้ซื้อลำบากมากขึ้น หรืออาจซื้อไม่ได้เลยเพราะเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้ครัวเรือนสูง

“สมาคมเคยทำโมเดลค่าครองชีพคนกลุ่มนี้ พบว่าถ้าจะซื้อได้ต้องมีรายได้เดือนละ 27,000 บาทขึ้นไป แต่ก็ซื้อคอนโดฯได้ในราคาห้องละ 2 ล้าน เพราะเป็นกลุ่มที่ยังมีภาระค่าเช่าหอพักอพาร์ตเมนต์ มีหนี้รถยนต์ จึงไม่สามารถผ่อนงวดเงินดาวน์เพื่อซื้อคอนโดฯที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ทำให้ไม่มีทางเลือกต้องรอจนห้องชุดสร้างเสร็จซึ่งมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นไปอีกจากตอนจองกระดาษ”

นอกจากนี้ ปัจจัยราคาที่ดินแพงยังถูกซ้ำเติมด้วยกฎระเบียบในการพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร โดยเฉพาะกฎความกว้างถนนเกิน 10 เมตรจึงจะสร้างตึกสูงได้ ในขณะที่ข้อเท็จจริงถนนในกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลมีหน้ากว้างเพียง 6-8 เมตร ทำให้ที่ดินตั้งแต่แปลงละ 100 ตารางวาขึ้นไปถูกแช่แข็งการพัฒนา ส่งผลในภาพรวมที่ไม่สามารถนำที่ดินมาใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ

“ราคาที่ดินวาละ 1-1.2 ล้าน คำนวณเป็นราคาขายห้องชุดต้องมีตารางเมตรละ 2.5-3 แสนบาท หรืออย่างเก่งไปอยู่ในทำเลต้นทุนที่ดินวาละ 5 แสน ต้องขายคอนโดฯตารางเมตรละ 1.5-2 แสนบาท ไซซ์เริ่มต้น 20 กว่า ตร.ม. ราคาเฉียด 3 ล้าน ฟันธงได้เลยว่าราคาแบบนี้คนชั้นกลางหมดสิทธิ์ซื้อคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าทำเลในเมือง”

ทำเลแพงเพิ่ม 300 สถานี

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดีเวลอปเปอร์กำลังเผชิญหน้า 2 เรื่องสำคัญ 1.ต้นทุนที่ดินแพงขึ้น มีผลต่อราคาขายอสังหาฯ 2.กำลังซื้อตลาดแมสหรือตลาดกลาง-ล่างมีจำกัด ในขณะที่ปัจจุบันมีสถานีรถไฟฟ้า 80 สถานี กำลังจะเพิ่มเป็น 300 สถานี ซึ่งหมายถึงมีทำเลที่ดินแพงเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า โดยไม่มีใครรู้ว่ากำลังซื้อเพิ่มขึ้นตามกันทันกับราคาที่ดินหรือไม่

“จุดโฟกัสของอนันดาฯปีนี้เน้นคอนโดฯ ตารางเมตรละ 1-2.6 แสนบาท เรากำลังจะมีตารางเมตรละ 3 แสนบาทบนทำเลทองหล่อ แต่ถ้าตราบใดที่ควบคุมราคาที่ดินไม่อยู่และมีดีเวลอปเปอร์ซื้อราคาตารางวาละ 3-4-5 ล้านไปเรื่อย ๆ ต้นทุนก็จะลำบากขึ้นเรื่อย ๆ เขตเมืองชั้นในแม้ต้นทุนที่ดินวาละ 2 ล้านก็ต้องขายคอนโดฯตารางเมตรละ 2 แสนปลาย-3 แสน เศรษฐีซื้อได้ แต่คนทั่วไปต้องอยู่ไกลจากตัวเมืองออกไปเรื่อย ๆ เพราะกำลังซื้อไม่ถึง แล้วก็บ่นกัน”

สำหรับอนันดาฯ ปัจจุบันเป็นเจ้าตลาดคอนโดฯรอบสถานีรถไฟฟ้าโซนสีลม จุฬาฯ เฉพาะสี่แยกบางนามีถึง 9 โครงการอีก 7 เดือนที่เหลือนี้เตรียมเปิดตัวใหม่อีกหลายโครงการ ทำเลที่มองว่าน่าสนใจอันดับ 1 คือ รถไฟฟ้าสุขุมวิทไลน์หรือบีทีเอสช่วงตัดกับเอ็มอาร์ทีบนทำเลอโศกขณะที่รถไฟฟ้าสายใหม่เข้าสมุทรปราการมีความน่าสนใจเพราะกฎหมายควบคุมตึกสูงไม่เข้มงวดเท่ากรุงเทพฯชั้นใน

เส้นทางสีแดงไปรังสิตก็น่าสนใจ แต่ภาพยังไม่ชัดว่าทิศทางการโตของเมืองจะเป็นยังไง เนื่องจากสภาพแวดล้อมรอบสถานียังต้องใช้เวลา ที่เหลือเส้นทางที่มีชุมชนหนาแน่นมีความน่าสนใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสายสีส้มช่วงรามคำแหง สายสีเขียวไปคูคต เป็นต้น

ออริจิ้นฯชิงดำตลาดแมส

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนลงทุน 7 เดือนที่เหลือของปีนี้ นโยบายเดินหน้าลงทุนทำเลแนวรถไฟฟ้าทุกสาย ราคา 1-4 ล้านบาท ปัจจุบันมีการลงทุนแล้วในสายสีเขียวบีทีเอส สีเขียวเหนือต่อขยายไปคูคต สีเขียวใต้ไปบางหว้า สีส้ม สีเหลือง สีชมพู และสีม่วง

“กลยุทธ์คือจำนวนโครงการไม่เยอะ แต่มูลค่าโครงการอาจเยอะ กำลังจะเปิดโครงการขนาดใหญ่ที่ทองหล่อ พร้อมพงษ์ พญาไท ทำเลเน้นเขตใจกลางเมืองชั้นในเขตเมืองชั้นนอกเราก็ไม่ทิ้งมีแถวรามคำแหง สมุทรปราการ นิคมปู่เจ้าสมิงพราย”

ที่ผ่านมาออริจิ้นฯมีโครงการสะสม 39 โครงการ มูลค่ารวม 70,000 ล้านบาทต้นปี 2561 ประกาศแผนเปิดตัวใหม่ 14 โครงการ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาทแบ่งเป็นคอนโดฯ 10 โครงการ 26,000 ล้านบาท โดยไตรมาส 1/61 เปิดตัวคอนโดฯแล้ว 3 โครงการ 6,000 ล้านบาทเตรียมเปิดตัวเพิ่มในช่วงไตรมาส 3/61 ทำเลทองหล่อเฟสแรก จากมูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท, ทำเลพญาไท มูลค่า 4,600-4,800 ล้านบาท, ทำเลรามคำแหง สายสีส้มมูลค่า 2,000 ล้านบาท และไตรมาส 4/61 เปิดเพิ่มแบรนด์บีลอฟต์ ไซซ์เล็ก ๆ 2 โครงการ โครงการละ 500 ล้านบาท

“ปัจจุบันออริจิ้นฯเป็นเจ้าตลาดคอนโดฯรถไฟฟ้าสีเขียวช่วงอ่อนนุช-อุดมสุข-สมุทรปราการ มี 26 โครงการ20,000 ล้านกับสายสีเขียวช่วงหมอชิต-รัชโยธิน-ม.เกษตรฯ 11 โครงการ รวม 14,000 ล้านบาท”

เทรนด์ราคาคอนโดฯขึ้น 8%

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าภาพรวมตลาด กทม.-ปริมณฑล ปี 2560 มีมูลค่าตลาด 431,970 ล้านบาท ปีนี้เดิมคาดว่าทั้งปีเพิ่มเป็น 460,000 ล้านบาท ล่าสุดสถิติไตรมาส 1/61 ตลาดรวมประมาณ 123,713 ล้านบาท โต 27% จากไตรมาส 1/60 ที่มี 97,478 ล้านบาททำให้เพิ่มคาดการณ์ทั้งปีมีมูลค่ารวม 480,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า โฟกัสตลาดคอนโดฯไตรมาส 1/61 ภาพรวม 71,122 ล้านบาท โตร้อนแรง 40% เทียบกับไตรมาส 1/60 ที่มีขนาดตลาด 50,936 ล้านบาท กลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท เพิ่มสูงสุด รวม 18,592 ล้านบาท ทำเลกระจุกโซนรัชดาฯ-ลาดพร้าว อ่อนนุช บางซื่อ

รองลงมาราคาเกิน 15 ล้านบาท รวม 13,290 ล้านบาท ทำเลขายดีอยู่ที่พร้อมพงษ์-ทองหล่อ-เอกมัย และราคา 2-3 ล้านบาท มูลค่ารวม 11,302 ล้านบาท ทำเลกระจุกโซนบางบัว รัชดาฯ-ลาดพร้าว แบริ่ง บางซื่อ

ส่วนราคา 1-2 ล้านบาทมีมูลค่ารวม7,871 ล้านบาท ทำเลกระจุกย่านแจ้งวัฒนะแบริ่ง ประชาอุทิศ และคอนโดฯราคาต่ำล้านมีมูลค่าตลาดเพียง 677 ล้านบาท

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มราคาคอนโดฯเขตกรุงเทพฯชั้นในปีนี้คาดว่าปรับตัวขึ้น 11% ตลาดรอบนอกขึ้น 5-6% ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยของตลาดปรับขึ้น 8% และเทรนด์การพัฒนาคอนโดฯทุกเซ็กเมนต์จะขยับทำเลเข้าไปอยู่ในซอยเล็กเป็นตึก 7-8 ชั้นมากขึ้น เนื่องจากที่ดินริมถนนใหญ่หายาก และราคาขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ดร.วิชัย วิรัตกพันธุ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยว่า ผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ไตรมาส 1/61 มี 90 โครงการ 24,619 หน่วย มูลค่ารวม 106,696 ล้านบาท จำนวนโครงการเพิ่ม 5.9% จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 2.1% มูลค่าโครงการเพิ่ม 13% เทียบกับปี 2560 โดยมีราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย 4.3 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่เฉลี่ย 3.9 ล้านบาท

 

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”