“ภากร” ปักธง 5 ปี ดัน ตลท.เทียบชั้นสิงคโปร์-
ทันทีที่ก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 13 เมื่อ 1 มิ.ย. 2561 เพียงไม่กี่วันจากนั้น “ดร.ภากร ปีตธวัชชัย” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็ประกาศทิศทางการดำเนินงานที่จะนำพา ตลท.ก้าวไปข้างหน้า
“แผนกลยุทธ์จะมุ่งพัฒนาตลาดทุนด้วยปริมาณและคุณภาพ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ตลาดทุนไทยเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน โดยก้าวต่อไปจะทำงานภายใต้ทิศทาง Creating partnership platform to drive inclusive growth ด้วยการสร้างจุดเปลี่ยน เสริมจุดปรับ ชูจุดขาย คงจุดยืน” ผู้จัดการ ตลท.คนใหม่ประกาศ
เขากล่าวว่า การเสริมจุดปรับ คือจะมีการปรับนโยบายการทำงานที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้วให้เข้ากับสถานการณ์มากขึ้น ซึ่งจะเสนอบอร์ดคณะกรรมการ ตลท.ในรอบประชุมเดือน มิ.ย.นี้ อนุมัติสรรหารองผู้จัดการ ตลท.เข้ามาเติม พร้อมกันนี้ ก็จะพิจารณาปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และปรับบุคลากรที่ทำงานแบบเดิม ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนสร้างจุดเปลี่ยนคือ การทรานส์ฟอร์มด้านบริการของ ตลท.ให้สอดรับการถูกดิสรัปต์โดยเทคโนโลยี แม้ขณะนี้ ตลท.จะมีแพลตฟอร์มที่ครบถ้วน แต่อยากให้มีการบริการต่อเนื่องแก่ลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ การสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อโอกาสการทำธุรกิจใหม่กับผู้ร่วมในตลาด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีพาร์ตเนอร์อย่างบริษัทหลักทรัพย์หรือบริษัทฟินเทคเข้ามา โดย ตลท.พยายามจะหาเครื่องมือในการช่วยลดค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของ บจ. ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำแพลตฟอร์ม “fund connect” เชื่อมต่อการขายกองทุนรวมและตัวแทนขายกองทุนรวม รวมถึง FinNet ที่เริ่มให้บริการระบบกลางในการชำระเงินแล้ว
ด้านการสร้างจุดขายใหม่ให้ตลาดทุนไทยจะพยายามทำในธีม “market of well-being” เนื่องจากกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม ท่องเที่ยวและบริการ การแพทย์ และอาหาร เป็นจุดแข็งของประเทศ ซึ่งต้องให้เกิดการเชื่อมโยงการระดมทุนและลงทุนของตลาดทุนไทยกับตลาดทุนต่างประเทศ รวมถึงผลักดัน infrastructure fund และ infrastructure trust ระดมทุนผ่านตลาดทุนไทย เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV
“ดร.ภากร” ปักธงว่า ภายในปี 2566 ตลาดหุ้นไทยจะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ใหญ่เทียบเท่าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ เนื่องจากอัตราการเติบโตของดัชนีหุ้นไทยเฉลี่ยปีละ 10% ซึ่งมีการระดมทุนจากหุ้น IPO ปีละ 40 บริษัท และการระดมทุนผ่านตลาดรองปีละ 250,000 ล้านบาท
โดยสถิติ 5 ปีก่อน มาร์เก็ตแคป ตลาดหุ้นสิงคโปร์อยู่ที่ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นสิงคโปร์อยู่ที่ 8.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนตลาดไทยอยู่ที่ 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยมีอัตราการเติบโตสูงกว่า
ส่วนการสร้างจุดยืน จะเน้นเรื่องเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน ร่วมสร้างสตาร์ตอัพให้มีช่องทางเข้าถึงการระดมทุน เพื่อการขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ ซึ่งส่วนนี้จะเป็นการทำงานร่วมกันกับภาครัฐ
ทั้งนี้ ผู้จัดการ ตลท. คนที่ 13 จะยกระดับตลาดหุ้นไทยได้ตามเป้าหมายแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
